posttoday
ฮึ่มค้านพรก.หนี้

ฮึ่มค้านพรก.หนี้

06 มกราคม 2555

ศิษย์หลวงตามหาบัวเคลื่อนไหวป้องกันล้วงตับคลังหลวง-ประชาชนเดือดร้อน

ศิษย์หลวงตามหาบัวเคลื่อนไหวป้องกันล้วงตับคลังหลวง-ประชาชนเดือดร้อน

ศิษย์หลวงตาบัวยื่นหนังสือต้านรัฐบาลล้วงเงินคลังหลวงใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.14 ล้านล้านบาท คลังชิ่งหนี พ.ร.ก.กู้เงิน

วันที่ 5 ม.ค. คณะศิษยานุศิษย์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่กระทรวงการคลัง เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 7 (2) และมาตรา 7 (3) ของร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพราะเป็นการล้วงเงินคลังหลวงไปใช้หนี้ ถือว่าผิดเจตนาของหลวงตาที่ได้ต่อสู้มา

ทั้งนี้ มาตรา 7 (2) ระบุว่า ให้โอนสินทรัพย์คงเหลือในบัญชีผลประโยชน์ประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยเงินตรา หลังจากการจ่ายเมื่อสิ้นปีเข้าบัญชีตามมาตรา 5 โดยไม่ต้องเข้าบัญชีสำรองพิเศษ

ขณะที่มาตรา 7 (3) ให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือกองทุนเข้าบัญชีตามมาตรา 5

พระวิทยา กิจจวิชโช ตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน กล่าวว่า การโอนดอกผลไปในบัญชีผลประโยชน์โดยไม่ต้องโอนเข้าบัญชีพิเศษ หรือคลังหลวง จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้เงินในคลังหลวงลดลง

“รัฐบาลจะโอนหนี้หรือไม่ พระไม่สนใจ แต่อย่ามาแตะเงินคลังหลวง” พระศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัวท่านหนึ่ง กล่าว

วันเดียวกันคณะลูกศิษย์หลวงตามหาบัวได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ ธปท.

ขณะที่ช่วงเช้า เวลา 08.00 น. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ได้เดินทางมารอพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหารือถึงเรื่องการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 ฉบับ ซึ่ง รมว.คลัง มีความเห็นไม่ตรงกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์

ขณะที่นายกิตติรัตน์ได้เดินทางไปหารือกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ที่บางขุนพรหม เพื่อหารือใน พ.ร.ก. 4 ฉบับ เป็นการส่วนตัว ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายกู้เงินและการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่มีบางส่วนที่อาจกระทบกับคลังหลวง กฎหมายทั้งหมดยกร่างโดยกฤษฎีกาและสำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐ กิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งอาจกระทบกับวินัยทางการเงินในอนาคตได้

แหล่งข่าวจากแวดวงการเงิน เปิดเผยว่า การออก พ.ร.ก.โอนภาระหนี้กลับไปไว้ที่กองทุนฟื้นฟูฯ นั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะหรือทำให้ ธปท.มีภาระเพิ่ม เนื่องจากเป็นการให้อำนาจ ธปท. ให้เรียกเก็บเงินนำส่งจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่จัดเก็บอยู่ 0.4% ให้เก็บเพิ่มเติมได้ถึง 1% แต่เรื่องนี้กระทบกับต้นทุนของธนาคารพาณิชย์โดยตรง ซึ่งในท้ายที่สุดจะส่งผ่านไปสู่ผู้บริโภค นี่นับเป็นครั้งแรกที่มีการเอาหนี้รัฐบาลไปแจกจ่ายให้เอกชนรับผิดชอบ

“การเก็บ 1% ทำให้ธนาคารขวัญเสียว่าต้องโดนเต็มเพดานแน่ๆ ธนาคารก็ต้องไปเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้สเปรดกว้างขึ้น แบบนี้เท่ากับรังแกประชาชน” แหล่งข่าวเปิดเผย

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก