posttoday
10 การเมืองเด่นรอบปี

10 การเมืองเด่นรอบปี

29 ธันวาคม 2554

โดย ทีมข่าวการเมือง

โดย ทีมข่าวการเมือง

รอบปีที่ผ่านมาหลากหลายเหตุการณ์ทางการเมืองผ่านเข้ามาให้ประชาชนได้ประสบ หลายเหตุการณ์ล้วนมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางประเทศ จะสะดุดหรือเดินหน้าต่อไปได้  ทีมข่าวการเมือง ขอไล่เรียง 10 เหตุการณ์เด่นๆมานำเสนอ 

1.“วีระ-ราตรี” นอนคุก “เพรย์ซอว์” 

10 การเมืองเด่นรอบปี

ระยะเวลาผ่านไป 1 ปี นายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์  สมาชิกเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเพรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา ในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และจารกรรมข้อมูล จนถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 8 ปี โดยไม่รอลงอาญา แม้ว่าก่อนหน้านี้ศาลของกัมพูชาจะปล่อยตัวผู้ร่วมอีก 5 คน ที่เดินทางไปสำรวจพื้นที่กับกับนายวีระแล้วก็ตาม

เรื่องนี้ดูท่าจะจบไม่ง่ายเพราะแม้ว่าประเทศไทยมีการเลือกตั้งเปลี่ยนผ่านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ช่วงแรกดูจะฉายประกายความหวังของการได้รับการอภัยโทษในทันที ผลพวงจากความสนิทสนมแนบแน่นระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่ท้ายที่สุดแสงสว่างแห่งอิสรภาพของคนไทยทั้งสองกลับริบหรี่ลงและไม่มีใครพูดถึง หลังจากนี้ต้องรอความหวังว่าทั้งสองจะได้รับอิสรภาพเมื่อใด ขณะที่สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลงทุกวัน

2.พันธมิตรฯแตก

จบแบบทุลักทุเลในการรวมตัวชุมชนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กับภารกิจชุมนุมบริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาลกดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพื่อกอบกู้พื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา งานนี้นำทัพโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ นายเทพมนตรี ลิมปพะยอม และนายประพันธ์ คูณมี ออกตัวเคลื่อนไหวประกาศลั่นใครไม่ใส่ใจไม่ต้องมา ขณะที่แนวร่วมอย่าง นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ที่เคยออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับพธม.ก่อนหน้านี้หันกลับมาวิจารณ์การเคลื่อนไหวของพธม.เสียเอง จนถูกตอบโต้อย่างหนัก เช่นเดียวนพ.ตุล สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ก็ต้องบอบช้ำไปตามๆกัน

10 การเมืองเด่นรอบปี

 

ไม่เพียงเท่านี้แม้แต่พรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ที่ร่วมก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากน้ำแรงของประชาชนกลุ่มพธม.เอง ยังถูกเบรกไม่สนับสนุนให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรค  จำต้องฝ่ามติที่ประชุมแกนนำพธม.โดยต้องการให้ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในสภาตามระบอบประชาธิปไตย และแตกหักกับนายสุริยะใส กตะศิลา ที่ลาออกจากการเป็นเลขาธิการพรรคก.ม.ม. ถึงขั้นต่างฝ่ายอ้างว่ามติที่ประชุมพรรคไม่เป็นที่ยอมรับโดยสมบูรณ์

จากนั้นพธม.ประกาศยุติการชุมนุม ในวันที่ 1 ก.ค. หอบข้าวของกลับบ้านไปพร้อมกับความบอบช้ำอย่างโดดเดี่ยว

 3.การเมืองเดือดถึงชีวิต

แม้ว่าการเมืองไทยปี 2554 จะผ่านพ้นไปโดยปราศจากความรุนแรงเหมือนกับปี2553 ที่ประเทศต้องวอดวายด้วยไฟจากน้ำมือของคนไทยด้วยกันเอง แต่ก็ใช่ว่าไร้ซึ่งความรุนแรงเสียทีเดียว เพราะย้อนกลับไปหลังจากอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ ประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.เป็นต้นมา กลับปรากฏว่าเหตุการณ์ลอบสังหารไม่คาดฝันหลายคดี

เหตุการณ์ที่กล่าวขวัญกันมากที่สุด คือ การรอดชีวิตอย่างปาฎิหารย์ของ 'ประชา ประสพดี' สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 10 พ.ค.โดยกระสุนทะลุเข้าที่สะบักซ้าย ห่างจากไหล่ขวาลงมา 6 นิ้ว แผลลึก 3 นิ้ว ระหว่างขับรถยนต์กลับจากร่วมงานศพในพื้นที่ แต่โชคดีไม่เสียชีวิต

ต่อมาบรรดาหัวคะแนนของพรรคการเมืองหลายพรรคต้องตกเป็นเหยื่อกระสุนกันอย่างต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่ วันที่ 22 พ.ค. 'วิโรจน์ ดำสนิท' อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทองหัวคะแนน  ภราดร ปริศนานันทกุล  สส.อ่างทอง ซึ่งเสียชีวิตขณะขับรถกลับบ้านพักใน อ.ป่าโมก

 

10 การเมืองเด่นรอบปี

สำหรับเหตุการณ์ที่อุกอาจที่สุดหนีไม่พ้นการเสียชีวิตของ 'สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช' หรือนายกเจี๊ยบ นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เพราะคนลั่นกระสุนสังหารใจกลางแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกทม.อย่าง ตลาดราชดำเนิน พลาซ่า หลังลานจอดรถสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลถนนราชดำเนินกลาง เมื่อวันที่26 มิ.ย.

ไม่เพียงเท่านี้ พรรคภูมิใจไทยยังต้องเสียหัวคะแนนคนสำคัญไปอีกเช่นกันหลังจาก 'วิทยา ศรีพุ่ม' นายก อบต.ดอนใหญ่ อ.บางแพ จ.ราชบุรีหัวคะแนนของ บุญดำรง ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี ถูกยิงเสียชีวิตบนรถกระบะ กระสุนฝังในกะโหลกศีรษะด้านขวา

ล่าสุดกับเหตุการณ์ปลิดชีพ 'ชุติเดช สุวรรณเกิด' คนสนิท แทนคุณ จิตอิสระ อดีตผู้สมัครสส.กทม.เขต ดอนเมืองเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.กลายเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าการเมืองกับกระสุนปืนยังเป็นของคู่กันต่อไปในปี2555

4. อีเมลฉาว วิม-สื่อมวลชน

ร้อนวาบสำหรับพรรคเพื่อไทย(พท.)ไปจนถึงสื่อมวลชนบางสำนักต่อกรณีจดหมายอิเล็คทรอนิคส์  “อีเมลล์ฉาว” ของนายวิม รุ่งวัฒนจินดา  รองโฆษกและกรรมการบริหารพรรคพท.  ที่ส่งถึงนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ถุงเงินประจำพรรค ถูกเปิดเผยขึ้น มีเนื้อหาทำนอง จ่ายเงินและจัดเลี้ยงให้กับบรรณาธิการและคอลัมน์นิสต์หลายคนในหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์แห่งละ 2 หมื่นบาท เพื่อเลี้ยงกระแสและให้ลงภาพข่าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในตำแหน่งดีๆบนหน้า 1 ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

10 การเมืองเด่นรอบปี

 

เหตุการณ์นี้ นายวิม ออกมาปฏิเสธไม่ได้เป็นผู้เขียนข้อความ ทำให้สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยมีมติให้มีการสอบสวน ซึ่งผลสรุปปรากฏว่า มีการจัดเลี้ยงสื่อมวลชนจริง ทั้งนี้ยังไม่มีการวินิจฉัยความผิดผู้ถูกกล่าวหา     ทว่าผลสอบสวนทำให้เครือมติชน คลางแคลงใจในระบบการตรวจสอบ และต้องจำใจยื่นขอลาออกจากภาคีสมาชิกสภาการ นสพ. โดยอ้างว่าถูกอิทธิพลการเมืองแทรก

5.เพื่อไทยชนะเลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้งทั่วประเทศ 3 ก.ค. เป็นที่ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน ด้วยคะแนน 265 ที่นั่งในสภา ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ โดยมีพรรคชาติไทย 19 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7  ที่นั่ง พรรคพลังชล 7 และพรรคมหาชน 1 เข้าร่วมเป็นองคาพยพในทันที รวมเป็น 299 ที่นั่ง สร้างเสถียรแก่รัฐบาลชุดใหม่ให้แข็งแกร่ง

ขณะที่ตำแหน่งฝ่ายค้านตกเป็นของ พรรคประชาธิปัตย์ ทำได้เพียง 159 ที่นั่ง ทั้งที่ก่อนการประกาศยุบสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรค มั่นใจว่าจะสามารถกลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง หลังจากพิสูจน์การทำหน้าที่ในห้วงเวลาการเมืองร้อนระอุลุกเป็นไฟมาแล้ว เคียงคู่มากับพรรคภูมิใจไทยที่ได้ 34 ที่นั่ง กอดคอร่วมเป็นฝ่ายค้าน

ด้านหนึ่ง ทุกสายตาจับจ้องไปที่พรรคการเมืองน้องใหม่อย่าง พรรครักประเทศไทยของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์  ได้ 4ที่นั่ง ส่วนพรรคมาตุภูมินำนำทัพโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน 2 ที่นั่ง พรรครักษ์สันติของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ 1 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปไตยใหม่1 ที่นั่ง

6.โบนัสเสื้อแดง

 

10 การเมืองเด่นรอบปี

ถึงแม้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะไม่แต่งตั้งแกนนำเสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีแม้แต่รายเดียวทั้งที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเพราะขบวนการเสื้อแดง สร้างความเชื่อใจกับสังคมในช่วงแรกที่เข้าทำงาน แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรหมด เพราะต่อมา รัฐบาลได้ตอบแทน แต่งตั้งแกนนำเสื้อแดงจำนวนมากเกือบ 30  คนซึ่งเป็นผู้ต้องหามีคดีติดตัว ในเหตุการณ์ชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง ไม่ว่า คดีก่อการร้าย คดีฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน คดียุยงปลุกปั่น คดีหมิ่นสถาบัน มาเป็นข้าราชการการเมืองกระจายอยู่หลายกระทรวง

ที่ฮือฮาเช่น นายอารีย์ ไกรนา หัวหน้าการ์ด นปช.เป็นเลขานุการมท.1  นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ "เจ๋ง ดอกจิก" ได้เป็นเลขานุการรมช.มหาดไทย    นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ประธานชมรมแท็กซี่  ได้นั่งเก้าอี้ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำแดงเชียงใหม่สายฮาร์ดคอร์ ที่สร้างผลงานก่อจลาจลมาหลายครั้งเป็นที่ปรึกษารมว.พัฒนาสังคมฯ นายนาวิน บุญเสรฐ แกนนำแดงภาคเหนือเป็นเลขานุการมว.ต่างประเทศ  นายวิสา คัญทัพ หนึ่งในแกนนำเสื้อแดง ได้ปูนบำเหน็จเป็น กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ขณะ นางไพจิตร อักษรณรงค์ ภรรยานายวิสา ได้รับการแต่งตั้งเป็นประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  นายพิพัฒน์ชัย(สมชาย) ไพบูลย์ เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทยฝ่ายการเมือง  โดย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ดีเจเสื้อแดง ที่ได้แต่งตั้งเป็นรองโฆษกรัฐบาล ได้ให้เหตุผลว่า แกนนำเหล่านี้มีความสามารถครบถ้วน และถ้าได้เข้ามาจะช่วยสร้างปรองดองให้กับประเทศ  การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนว่า เป็นการปูนบำเหน็จเสื้อแดงกันถ้วนหน้าที่ช่วยให้พรรคเพื่อไทยชนะเป็นรัฐบาล

7.จุดเริ่มปรองดอง ศาลปล่อยเสื้อแดง

ถนนแห่งการปรองดองเริ่มเปล่งประกายที่ปลายอุโมงเมื่อ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี รัฐบาลของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินหน้าประสานขั้วขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมทั้งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ รวมถึงผู้บริหารพรรคการเมืองทุกพรรคอย่างจริงจัง ทว่าการเดินสายรอบปีที่ผ่านมากลับสะดุดลง เพราะถูกระแวงว่าปูทางหวังเป็นนายกฯเสียเอง

เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองลุกเป็นไฟ จนกระทั่งแกนนำคนเสื้อแดงหนีแตกกระจายไปคนละทิศละทาง ก่อนยอมเข้ามอบตัวสู้คดีในข้อกล่าวหาร้ายแรง “ก่อการร้าย” เสธ.หนั่น อัศวินม้าขาวโผล่มาอีกครั้ง ขึ้นเป็นพยานในศาลขอประกันตัวเหล่าแกนนำทั้ง 7 คน และย้ำถึงท่าทีแนวทางการปรองดอง จนศาลยอมปล่อยตัว

ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องแบกรับภาระคลี่คลายปมคดีที่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมชนให้กระจ่าง เพื่อเป็นก้าวสำคัญของเส้นทางปรองดองให้เดินต่อจากนี้ไปได้

8.ต้นไม้พิษกลุ่มนิติราษฎร์

 

10 การเมืองเด่นรอบปี

พลันที่กลุ่มนิติราษฎร์ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 54 โดยมีเนื้อหามุ่งเน้นในการเอื้อประโยชน์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนเกิดกระแสต่อต้านและตอบรับจากสังคมทันควัน ทั้งนี้ ข้อเสนอประการแรก คือ ประกาศให้การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2549 ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประการที่สอง คำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีผลสืบเนื่องจาก 19 ก.ย. โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ถือว่าไม่มีผลทางกฎหมาย

ประการที่สาม เรื่องที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาในชั้นเจ้าหน้าที่ และเรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของชั้นศาล ที่เกิดจากคตส.ให้เป็นอันยุติ แต่ไม่ใช่เป็นการนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษเพื่อล้างมลทินแก่บุคคลที่ถูกกล่าวหา แต่หากจะดำเนินคดีกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาควรใช้กฎหมายปกติ รวมทั้งให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ประชาชนออกเสียงประชามติ

นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายให้ความสนใจคือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา รวมถึงประเด็นให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 50 และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น

จึงเป็นโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้ใช้โอกาสนี้ ขานรับข้อเสนอดังกล่าว โดยนายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะรับไว้พิจารณา เพราะถือเป็นแนวทางของนักกฎหมายที่น่าสนใจ และรัฐบาลสามารถใช้แนวทางนี้เป็นหนึ่งในการเดินหน้าสร้างความปรองดองให้กับสังคมได้

9. เด้งถวิลเปิดทางเพรียวพันธ์ผบ.ตร.

 

10 การเมืองเด่นรอบปี

เพราะศึกการเมืองสองขั้วแท้ๆจึงถูกพิษการเมืองเล่นงาน นายถวิล  เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่โดนย้ายฟ้าผ่าเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2554 เพียงชั่วข้ามคืนเขากลายเป็นคนดังที่สุดคนหนึ่งในรอบปี 2554 มูลเหตุเพราะเป็นข้าราชการประจำแต่กลับใจถึงกล้าท้าชนกับนักการเมืองใหญ่


เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผงาดขึ้นรองนายกรัฐมนตรี คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) งานแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง คือ รีบผลักดัน พล.ต.อ.เพียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตพี่สะใภ้ของ นส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขึ้นเป็น ผบ.ตร. แต่ติดปัญหาต้องเคลียร์ใจให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. ลุกจากเก้าอี้เสียก่อน โดยที่พล.ต.อ.วีเชียรก็ไม่ยอมลุกออกจากตำแหน่งง่ายๆหากไม่ได้เก้าอี้ที่สมศักดิ์ศรีกว่า แต่ถ้าเป็นเก้าอี้ เลขาธิการ สมช. ก็ยอมไปแบบสมัครใจ.

 จึงมาเบียดเก้าอี้ นายถวิล ที่โดนย้ายไปนั่งตบยุงตึกบัญชาการ 1 สำนักนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ยังไม่จบแค่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม ยังยกสารพัดข้ออ้างย้ายนายถวิล ว่าเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ และยังเคยเป็นเลขานุการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นตัวตั้งตัวตีฝ่ายพลเรือนที่สนับสนุนการกระชับพื้นที่กลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณราชประสงค์ สรุป คือ ทำงานร่วมกันไม่ได้

ทีแรกคิดว่าจะถอดใจไม่สู้ แต่ในที่สุดเจ้าตัวทนไม่ได้ที่ถูกฝ่ายการเมืองถากถาง จึงตัดสินใจสู้เดินหน้าฟ้องนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เพื่อขอความเป็นธรรมเพราะโดนเด้งด้วยเหตุผลทางการเมือง และที่ผ่านมาทำหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้แอบอิงพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ขณะนี้ความคืบหน้าล่าสุดนายกรัฐมนตรี ในฐานะคู่กรณีได้ขอขยายเวลาในการแก้คำร้องของนายถวิลออกไปอีก 30 วัน เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ได้ขอขยายมาแล้ว 30 วัน ซึ่งเจ้าตัวมั่นใจว่าการลงทุนชีวิตข้าราชการครั้งนี้คุ้มชนะคดีอย่างแน่นอน

10. ตั้งบิ๊กบัง กมธ.ปรองดอง

 

10 การเมืองเด่นรอบปี

เป็นความพยายามของฝ่ายการเมืองในการหาทางแนวยุติความขัดแย้ง ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางปรองดองแห่งชาติที่มีพล.อ.สนธิ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เป็นประธาน

ความสนใจของกมธ.ชุดนี้ ประการสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลที่มากุมบังเหียนในครั้งนี้เพราะเป็นถึง 'บิ๊กบัง' ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของสังคมและทั่วโลก คือ ผู้ปฎิวัติยึดอำนาจรัฐจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้นเมื่อปี2549 และเป็นสาเหตุสำคัญของการทำให้การเมืองไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเผชิญกับความขัดแย้งแบบไม่มีที่สิ้นสุดแม้เจ้าตัวจะพยายามจะอ้างว่าการปฎิวัติในครั้งนั้นไม่ใช่สาเหตุสำคัญก็ตาม   

แน่นอนว่าบทบาทของพล.อ.สนธิ ในปี2554 ย่อมเป็นที่สนใจของสังคมแน่นอน เพราะมีการตั้งคำถามต่างๆนาๆตามมาว่า "เข้ามารับงานใครเพื่อปูทางนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่" เนื่องจากการตั้งกมธ.จะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยถ้าไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยในฐานะเสียงข้างมากในสภาฯ    

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พรรคเพื่อไทยคิดยังไงแต่ผมเองและหลายๆ คนคิดตรงกันว่า เอาไอ้คนที่มันทำให้เกิดการปฏิวัตินี่แหละมาเป็นประธานดูเหมือนเป็นการสบประมาทน่ะ แต่ผมจะทำให้เกิดการปรองดอง ทุกคนบอกผมว่าผมไม่ใช่ ประชาธิปไตย แต่เราจะทำให้ดูว่าประชาธิปไตยมันคืออะไร" พล.อ.สนธิ สัมภาษณ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 26 พ.ย.2554     

ปี  2555 จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบุรุษผู้เคยถูกล่าวหาว่าทำลายประชาธิปไตยจะสร้างความปรองดองได้หรือไม่
               

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน