
2555 น้ำจะมาอีกไหม
นํ้าท่วมแบบดุเดือดไปครึ่งประเทศ เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานั้น หากย้อนสถิติข้อมูลสารสนเทศเรื่องน้ำ มาดูกันใหม่จะพบว่า
นํ้าท่วมแบบดุเดือดไปครึ่งประเทศ เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานั้น หากย้อนสถิติข้อมูลสารสนเทศเรื่องน้ำ มาดูกันใหม่จะพบว่า
โดย..วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
1.สถิติน้ำเข้าเขื่อนปีนี้ ปรากฏว่ามีปริมาณมากกว่าที่เคย บางเขื่อนน้ำเข้ามากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่งานวิจัยไทยในช่วงที่ผ่านมา นักวิชาการจะอ้างสถิติและวิเคราะห์รวมๆ ว่า ฝนเมืองไทยถูกสภาวะโลกร้อนกระทบและมีแนวโน้มฝนจะลดลงถึง 6% นี่กระมังที่เป็นปฐมเหตุให้มีการวิเคราะห์กันไปว่า แม้มีมรสุมเข้าต่อๆ กันหลายลูก เขื่อนก็พร่องน้ำออกแบบไม่เต็มที่ ข้อนี้ทำให้น่าเชื่อว่า ปี 2555 เขื่อนจะพร่องน้ำบ่อยกว่าปกติ ดังนั้นพื้นที่บางแห่งอาจมีน้ำไม่พอใช้ แต่ข้อนี้ขึ้นอยู่กับว่าเกษตรกรจะปลูกอะไรแทนพืชเดิมที่เสียหาย เพราะพืชต่างๆ ใช้น้ำไม่เหมือนกัน ช่วงเพาะปลูกออกผลก็ไม่เหมือนกันด้วย
2.ประเทศไทยเรามีผังเมือง ซึ่งก็บังคับใช้กันขาดๆ เกินๆ แต่ที่ไม่มีเลย คือ ผังน้ำ ดังนั้นเมื่อน้ำต้องอยู่ร่วมกับชุมชนเมือง หรือไหลผ่านชุมชนเมือง (ซึ่งชอบขวางทางน้ำอยู่เรื่อย) จึงไม่มีข้อมูลว่าจะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างไร
ข่าวดี คือ กรมแผนที่ทหารได้อาศัยช่วงน้ำท่วมปี 2554 ถ่ายภาพทำแผนที่น้ำไว้แล้ว ซึ่งถ้าหากนำมารวมข้อมูลกับ GISTDA ซึ่งเป็นองค์การมหาชนของรัฐ ที่มีข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมธีออส ที่บันทึกภาพพื้นที่น้ำท่วมไว้อีกไม่น้อย ก็คาดว่าเราจะได้ผังน้ำฉบับแรกของไทยมาบูรณาการกับการปรับปรุงผังเมืองรายเขตและผังเมืองรวมที่เชื่อมลุ่มน้ำทั้งหมด
3.เมื่อถึงช่วงน้ำหลาก 2555 ผู้ว่าฯ CEO นายกเทศมนตรี นายก อบจ. และ อบต. ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ คงพากันทำแนว Big Bag, Bigger Bag และ Super Bag กันอุตลุด ประสานกันมั่ง ไม่ประสานกันมั่ง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ น้ำจะถูกกั้นอย่างถึงอกถึงใจ เพราะทุกคนก็อยากเอาพื้นที่ตัวเองรอดไว้ก่อนซึ่งก็มักจะกลายเป็นการเมืองของ Big Bag เสียอีกด้วย ผลคือน้ำจะรินลงสู่ที่ลุ่มและออกทะเลได้ช้าลง เมื่อเราหมักน้ำไว้นานขึ้น เน่ามากขึ้น และระดับน้ำก็สูงขึ้น
ถ้า...รัฐบาลกลางมีศักยภาพการประสานงานดี มีบุคลากรที่สื่อสารสาธารณะได้ดี ก็ควรติดตามกิจกรรมข้อ 2 ข้างต้น เพื่อมากำหนดร่วมกับผู้คนในข้อ 3 ว่าจะเอายังไงกัน อย่ารอให้ชาวบ้านทะเลาะกัน ท้องถิ่นทะเลาะกันเอง
4.พื้นที่หน่วงน้ำและส่งน้ำตามแนวลำน้ำจากภาคเหนือสู่ภาคกลางก่อนลงทะเลนั้น ยังสามารถพัฒนาศักยภาพอีกมาก เช่น บึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ คลองย่อย คลองลัด คลองแนวตั้ง ฯลฯ ขุดลอกให้ลึกได้ดินมาเสริมจุดเสี่ยง ได้น้ำไว้ทำประโยชน์มากขึ้น และได้แหล่งท่องเที่ยวที่ทั้งคนและนกน้ำสัตว์น้ำชื่นชอบเพิ่มเติม
5.ทุกวันนี้มีข้อมูลว่า อบต.ใช้งบเรื่องแหล่งน้ำประมาณ 2% เท่านั้นโดยเฉลี่ย ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยน่าจะลองสังคายนากติกาการจัดสรรงบเพื่อใช้ทำงานด้านแหล่งน้ำให้สูงขึ้นจนเพียงพอ
6.ถ้าศึกษาวิธีพัฒนาเขื่อนบางลางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้มีคันกั้นน้ำเหนือเขื่อนไว้ เพื่อคนเหนือเขื่อนขึ้นไปได้ใช้น้ำด้วย ทั้งยังดักตะกอนทรายมิให้ไหลลงเขื่อนหลัก ทำให้เก็บน้ำได้ลึกเหมือนตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ จากนั้นก็มีคันกั้นอยู่ท้ายเขื่อนเพื่อหน่วงน้ำอีกขั้น เหมือนเมื่อเทน้ำออกจากขวด ก็ให้ลงแก้วก่อน อย่าให้ลงพื้นโดยตรง น้ำที่เทลงมานี้ยังสูบกลับไปใช้ประโยชน์ได้อีก
เล่ามาทั้งหมดนี้ ผมกลัวอย่างเดียว...ทุกคนแย่งกันของบเพิ่ม แต่ไม่ประสานกันเหมือนเดิม!







