posttoday
2555 น้ำจะมาอีกไหม

2555 น้ำจะมาอีกไหม

29 ธันวาคม 2554

นํ้าท่วมแบบดุเดือดไปครึ่งประเทศ เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานั้น หากย้อนสถิติข้อมูลสารสนเทศเรื่องน้ำ มาดูกันใหม่จะพบว่า

นํ้าท่วมแบบดุเดือดไปครึ่งประเทศ เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานั้น หากย้อนสถิติข้อมูลสารสนเทศเรื่องน้ำ มาดูกันใหม่จะพบว่า

โดย..วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

1.สถิติน้ำเข้าเขื่อนปีนี้ ปรากฏว่ามีปริมาณมากกว่าที่เคย บางเขื่อนน้ำเข้ามากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่งานวิจัยไทยในช่วงที่ผ่านมา นักวิชาการจะอ้างสถิติและวิเคราะห์รวมๆ ว่า ฝนเมืองไทยถูกสภาวะโลกร้อนกระทบและมีแนวโน้มฝนจะลดลงถึง 6% นี่กระมังที่เป็นปฐมเหตุให้มีการวิเคราะห์กันไปว่า แม้มีมรสุมเข้าต่อๆ กันหลายลูก เขื่อนก็พร่องน้ำออกแบบไม่เต็มที่ ข้อนี้ทำให้น่าเชื่อว่า ปี 2555 เขื่อนจะพร่องน้ำบ่อยกว่าปกติ ดังนั้นพื้นที่บางแห่งอาจมีน้ำไม่พอใช้ แต่ข้อนี้ขึ้นอยู่กับว่าเกษตรกรจะปลูกอะไรแทนพืชเดิมที่เสียหาย เพราะพืชต่างๆ ใช้น้ำไม่เหมือนกัน ช่วงเพาะปลูกออกผลก็ไม่เหมือนกันด้วย

2.ประเทศไทยเรามีผังเมือง ซึ่งก็บังคับใช้กันขาดๆ เกินๆ แต่ที่ไม่มีเลย คือ ผังน้ำ ดังนั้นเมื่อน้ำต้องอยู่ร่วมกับชุมชนเมือง หรือไหลผ่านชุมชนเมือง (ซึ่งชอบขวางทางน้ำอยู่เรื่อย) จึงไม่มีข้อมูลว่าจะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างไร

ข่าวดี คือ กรมแผนที่ทหารได้อาศัยช่วงน้ำท่วมปี 2554 ถ่ายภาพทำแผนที่น้ำไว้แล้ว ซึ่งถ้าหากนำมารวมข้อมูลกับ GISTDA ซึ่งเป็นองค์การมหาชนของรัฐ ที่มีข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมธีออส ที่บันทึกภาพพื้นที่น้ำท่วมไว้อีกไม่น้อย ก็คาดว่าเราจะได้ผังน้ำฉบับแรกของไทยมาบูรณาการกับการปรับปรุงผังเมืองรายเขตและผังเมืองรวมที่เชื่อมลุ่มน้ำทั้งหมด

3.เมื่อถึงช่วงน้ำหลาก 2555 ผู้ว่าฯ CEO นายกเทศมนตรี นายก อบจ. และ อบต. ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ คงพากันทำแนว Big Bag, Bigger Bag และ Super Bag กันอุตลุด ประสานกันมั่ง ไม่ประสานกันมั่ง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ น้ำจะถูกกั้นอย่างถึงอกถึงใจ เพราะทุกคนก็อยากเอาพื้นที่ตัวเองรอดไว้ก่อนซึ่งก็มักจะกลายเป็นการเมืองของ Big Bag เสียอีกด้วย ผลคือน้ำจะรินลงสู่ที่ลุ่มและออกทะเลได้ช้าลง เมื่อเราหมักน้ำไว้นานขึ้น เน่ามากขึ้น และระดับน้ำก็สูงขึ้น

ถ้า...รัฐบาลกลางมีศักยภาพการประสานงานดี มีบุคลากรที่สื่อสารสาธารณะได้ดี ก็ควรติดตามกิจกรรมข้อ 2 ข้างต้น เพื่อมากำหนดร่วมกับผู้คนในข้อ 3 ว่าจะเอายังไงกัน อย่ารอให้ชาวบ้านทะเลาะกัน ท้องถิ่นทะเลาะกันเอง

4.พื้นที่หน่วงน้ำและส่งน้ำตามแนวลำน้ำจากภาคเหนือสู่ภาคกลางก่อนลงทะเลนั้น ยังสามารถพัฒนาศักยภาพอีกมาก เช่น บึงบอระเพ็ด บึงสีไฟ คลองย่อย คลองลัด คลองแนวตั้ง ฯลฯ ขุดลอกให้ลึกได้ดินมาเสริมจุดเสี่ยง ได้น้ำไว้ทำประโยชน์มากขึ้น และได้แหล่งท่องเที่ยวที่ทั้งคนและนกน้ำสัตว์น้ำชื่นชอบเพิ่มเติม

5.ทุกวันนี้มีข้อมูลว่า อบต.ใช้งบเรื่องแหล่งน้ำประมาณ 2% เท่านั้นโดยเฉลี่ย ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยน่าจะลองสังคายนากติกาการจัดสรรงบเพื่อใช้ทำงานด้านแหล่งน้ำให้สูงขึ้นจนเพียงพอ

6.ถ้าศึกษาวิธีพัฒนาเขื่อนบางลางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้มีคันกั้นน้ำเหนือเขื่อนไว้ เพื่อคนเหนือเขื่อนขึ้นไปได้ใช้น้ำด้วย ทั้งยังดักตะกอนทรายมิให้ไหลลงเขื่อนหลัก ทำให้เก็บน้ำได้ลึกเหมือนตอนสร้างเสร็จใหม่ๆ จากนั้นก็มีคันกั้นอยู่ท้ายเขื่อนเพื่อหน่วงน้ำอีกขั้น เหมือนเมื่อเทน้ำออกจากขวด ก็ให้ลงแก้วก่อน อย่าให้ลงพื้นโดยตรง น้ำที่เทลงมานี้ยังสูบกลับไปใช้ประโยชน์ได้อีก

เล่ามาทั้งหมดนี้ ผมกลัวอย่างเดียว...ทุกคนแย่งกันของบเพิ่ม แต่ไม่ประสานกันเหมือนเดิม!

 

ข่าวล่าสุด

ททท. ปลุก Night Tourism จัด Music in Memory คาดเงินสะพัด 200 ล้าน

ททท. ปลุก Night Tourism จัด Music in Memory คาดเงินสะพัด 200 ล้าน