
เตือนภัยสึนามิไม่พร้อม
ชาวบ้านโวย7ปีผ่านไปไร้แผนซ้ำรัฐตัดงบฯงดจัดงานรำลึก
ชาวบ้านโวย7ปีผ่านไปไร้แผนซ้ำรัฐตัดงบฯงดจัดงานรำลึก
7 ปีสึนามิ ระบบเตือนภัยยังไม่พร้อม
นางนันทวรรณ อุโฆษะบวร เจ้าของร้านแมกไม้รีสอร์ท อ.สิเกา จ.ตรัง หนึ่งในผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 เปิดเผยว่า แม้จะผ่านพ้นเหตุการณ์ดังกล่าวมากว่า 7 ปีแล้ว แต่การเตรียมพร้อมเพื่อรับมือภัยพิบัติก็ยังไม่พร้อม อาทิ สถานที่รองรับผู้อพยพและป้ายบอกเส้นทางหลบหนีคลื่นยักษ์ รวมทั้งระบบเตือนภัยและการฝึกซ้อมหนีภัยก็ยังไม่มี จึงอยากเรียกร้องให้จังหวัดตรวจสอบและแก้ไขโดยเร่งด่วน
นางนันทวรรณ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ผู้ประสบภัยสึนามิและญาติพี่น้องที่สูญเสียสมาชิกในครอบครัวในเหตุการณ์ดังกล่าว รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากทาง จ.ตรัง ไม่มีการจัดงานรำลึกเหตุการณ์เช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่าไม่ได้รับงบประมาณ หากต้องการจะจัดงานรำลึกก็ให้ไปประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอาเอง
“ปีนี้ทางจังหวัดงดจัดงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ อย่างน้อยก็ควรจะมีพิธีทางศาสนา อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตก็ยังดี” นางนันทวรรณ กล่าว
ด้านนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวในการเสวนา เนื่องในงานรำลึก 7 ปี สึนามิที่ จ.ภูเก็ต ว่า ระบบการเตือนภัยของไทย ซึ่งเป็นศูนย์เตือนภัยระดับภูมิภาคมีการบริหารด้อยลง ไม่มีประสิทธิภาพ ขณะนี้มีพายุซัดเข้าหาฝั่งในภาคใต้ ประชาชนเดือดร้อน แต่ไม่มีการเตือนภัยให้กับประชาชนผ่านหอเตือนภัย
“รัฐบาลควรให้มีการปรับปรุงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติให้มีการบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ ควรควบคุมการปฏิบัติงานให้เข้มงวดขึ้น และอยู่ใกล้กับนายกรัฐมนตรี จะได้สั่งงานได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ต้องเลือกคนทำงานให้ตรงกับความรู้ตำแหน่งที่เข้ามาทำงาน” นายสมิทธ กล่าว
นายสมิทธ กล่าวอีกว่า ควรมีการก่อสร้างอาคารหลบภัยขนาดใหญ่ เช่น เขาหลัก จ.พังงา และเกาะพีพี จ.กระบี่ เนื่องจากมีชายหาดที่ยาวมากและวิ่งหนีไม่ทันแน่ ควรมีการก่อสร้างอาคารใกล้กับชายหาด หากเกิดสึนามิจะได้ปลอดภัย







