
ก.ตร.วงแตก เฉลิม ฉุน เพรียวพันธ์ ถกโผโยกย้ายมาราธอน 235 เก้าอี้
ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 13/2554
ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 13/2554
มีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) ใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ไม่มีการแก้ไขบัญชีแต่งตั้งตามที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เสนอแต่อย่างใด
ทว่าการประชุมก็จบลงแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย โดย ร.ต.อ.เฉลิมในฐานะประธานได้ลุกออกจากห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยไม่มีการปิดประชุมและไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ สร้างความสับสนมึนงงแก่ ก.ตร.
ต่อมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เสร็จเรียบร้อย โดยตำแหน่ง ผบก.กองปราบปราม ซึ่ง พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ดำรงตำแหน่งอยู่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. กล่าวว่า ก.ตร.ครั้งนี้ มีการแต่งตั้งโยกย้ายทั้งสิ้น 235 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รอง ผบช. หมุนเวียน 32 ตำแหน่ง ผบก.เลื่อนขึ้นเป็นรอง ผบช. 31 ตำแหน่ง ผบก.หมุน เวียน 107 ตำแหน่ง และรอง ผบก.ขึ้นเป็น ผบก. 63 ตำแหน่ง และตำแหน่งนายแพทย์ (สบ 8) เปิดใหม่ในโรงพยาบาลตำรวจอีก 2 ตำแหน่ง
ขณะที่ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นและโต้เถียงกันถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนตำแหน่ง ผบก.ป.ไม่มีปัญหา แต่ที่ถกเถียงกันนาน เพราะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งมาก หากตำแหน่งใดมีปัญหาก็ใช้วิธีการโหวต และ ก.ตร.ทุกท่านทำการบ้านมาดี มีข้อมูลประวัติผู้ได้รับการแต่งตั้งเร็วกว่าข้อมูลจากสำนักงานกำลังพลเสียอีก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ก.ตร.ไม่ใช่ตรายาง
ขณะที่มีรายงานว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีการลงคะแนนตัดสินเกือบทุกตำแหน่ง ทันทีที่มีการหยิบรายชื่อพิจารณาและมีการท้วงติง ประธานจะเปิดให้โหวตตัดสิน โดยแทบทุกตำแหน่งเป็นไปตามที่ ผบ.ตร.เสนอ และได้เสียงข้างมาก 10 เสียง จาก ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร.ทุกคน
ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณามีการแขวนรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นรอง ผบช. และ ผบก.ใหม่หลายคน รวมถึงตำแหน่ง ผบก.ป. และ ผบก.ปอศ. ที่ ร.ต.อ.เฉลิม แสดงความเห็นอย่างรุนแรงในห้องประชุมว่าเป็นตำแหน่งที่ต้องเปลี่ยนตัว แต่ ผบ.ตร.ยืนยันตามบัญชีเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ลุกออกจากที่ประชุมทันที
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงบัญชีเฉพาะตำแหน่งใน บช.ภ.7 ที่ พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 ขอเปลี่ยนความเห็นต่อ ก.ตร.เปลี่ยนแปลงตำแหน่งจากบัญชีแต่งตั้งครั้งแรก จากเดิมที่เปลี่ยนตัว ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ แก้เป็นให้ ผบก.ประจวบคีรีขันธ์อยู่ที่เดิม และสลับ พล.ต.ต.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.จว.สมุทรสงคราม ไปเป็น ผบก.จว.สมุทรสาคร พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.จว.สมทุรสาคร เป็น ผบก.ศฝร.ภ.7
ขณะที่การแต่งตั้งเปลี่ยนย้ายใน บช.น.นั้น ก.ตร.ก็ใช้เวลาพิจารณานานกว่า 1 ชั่วโมง โดย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ชี้แจงว่า เหล่ารอง ผบช.น.และ ผบก.ที่ย้ายออกนอกหน่วยนั้นไม่มีความผิด หรือเสียหายอย่างไร แต่อ้างว่าที่ย้ายออกเพราะหน่วยอื่นต้องการแลกตัว จึงมีความเห็นพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายออกมาเช่นนั้น โดยในที่สุดการแต่งตั้งใน บช.น.ก็เป็นไปตามโผที่เสนอเข้า ก.ตร.ทุกประการ







