posttoday
หัวใจหมอฟัน(พันธ์ใหม่)เติมรอยยิ้มให้คนพิการ

หัวใจหมอฟัน(พันธ์ใหม่)เติมรอยยิ้มให้คนพิการ

17 ธันวาคม 2554

"แค่เราจะทำอะไรสักคน เราต้องรู้จักสิ่งนั้นให้ดีเสียก่อน งานทันตกรรมก็เช่นกัน ถ้าเราจะรักษาใคร เราก็ต้องรู้จักเขาก่อนว่า เขาเป็นอย่างไร"

"แค่เราจะทำอะไรสักคน เราต้องรู้จักสิ่งนั้นให้ดีเสียก่อน งานทันตกรรมก็เช่นกัน  ถ้าเราจะรักษาใคร เราก็ต้องรู้จักเขาก่อนว่า เขาเป็นอย่างไร"

“บางคนคิดว่าการทำงานด้านทันตสุขภาพให้กับคนพิการต้องใช้ทุนมาก จึงไม่ค่อยมีคนอยากทำ แต่ความจริงการทำงานกับคนพิการไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมาก เพียงเรามีแรงกาย แรงใจ ก็สามารถทำงานด้านนี้ได้  ทุกวันนี้ทีมงานยังคงออกเยี่ยมชาวบ้านทุกบ่ายวันพฤหัสบดี นั้บตั้งแต่วันแรกที่เริ่มโครงการเติมรอยยิ้มกลุ่มผู้พิการ จนถึงวันนี้ที่เข้าสู่ปีที่ 2 เราก็ยังคงออกเยี่ยมบ้านชาวบ้านเหมือนเดิม จนกลายเป็นงานประจำของพวกเราไปแล้ว”  ทพญ. มณฑลิกานต์ ปาระมี ทันตแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาล เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย เล่าถึงการทำงานที่ผ่านมา

หัวใจหมอฟัน(พันธ์ใหม่)เติมรอยยิ้มให้คนพิการ ทพ.พูลพฤกษ์ โสภารัตน์ ออกเยี่ยมชาวบ้าน

ด้วยความที่ ทพญ. มณฑลิกานต์ เป็นทันตแพทย์สาวที่มีความน่ารักสดใส จึงดูไม่ใช่เรื่องยากนักที่จะเข้ากับคนไข้ตัวเล็กๆได้ แต่หากพูดถึงการทำงานด้านทันตสุขภาพกับเด็กพิการ ทันตแพทย์บางคนกลับไม่กล้ารักษา เนื่องด้วยมีความกลัว จึงไม่มั่นใจที่จะรักษา แต่สำหรับทพญ. มณฑลิกานต์ การรักษาสุขภาพในช่องปากให้เด็กพิการ กลับเป็นงานที่เธออยากทำ

“หลังทำงานได้ 3 ปี ก็ไปศึกษาเฉพาะทางด้านการรักษาสุขภาพในช่องปากสำหรับเด็กที่มีพัฒนาการช้า หลังศึกษาจบกลับมาที่รพ.เวียงป่าเป้า  ก็เขียนโครงการไปที่สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ (สสพ.) เพื่อขอทุนในการทำงานด้านทันตกรรมสำหรับเด็กที่มีพัฒนาการช้า แต่ทางสสพ.ก็ได้จุดประกายให้เราได้ทำงานครอบคลุมไปถึงเด็กพิการทุกประเภท ซึ่งถือว่าดีมาก จากนั้นในปี 2553 จึงกิดโครงการ เติมรอยยิ้มกลุ่มผู้พิการ ภายใต้การสนับสนุนของสสพ.” ทพญ. มณฑลิกานต์ กล่าว

ปลายปี 2552 สสพ. ได้เห็นความสำคัญของสุขภาพช่องปากคนพิการจึงจัดดำเนินโครงการทดลองปฏิบัติการนำร่องเพื่อพัฒนาระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากระดับปฐมภูมิในกลุ่มคนพิการขึ้น  โดยโรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งใน 38 พื้นที่ ซึ่งเป็นอาสาสมัครที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสสพ

หัวใจหมอฟัน(พันธ์ใหม่)เติมรอยยิ้มให้คนพิการ ออกหน่วยเยี่ยมบ้านทุกบ่ายวันพฤหัสบดี

แม้ว่าการรักษาทันตสุขภาพให้คนพิการในช่วงแรกนั้น ทางทีมงานรพ.เวียงป่าเป้าจะไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมเด็กพิการ และผู้ปกครองถึงมารักษาที่รพ.ไมได้  ทีมงานจึงแก้ปัญหาด้วยการออกเยี่ยมบ้านร่วมกับ รพ.สต.ทุกบ่ายวันพฤหัสบดี แม้จะอยู่ห่าวไกลพวกเขาก็ต้องไป เพราะต้องการให้ชาวบ้านเข้าถึงการรักษาให้มากที่สุด และถ้าใครที่สามารถมาหาแพทย์ได้ ก็จะมีใบนัดพบแพทย์ได้ในทุกวันจันทร์

“เราออกไปเยี่ยมบ้าน  เพราะชาวบ้านไม่สะดวกมารักษาที่พยาบาล ส่วนใหญ่ก็จะบนดอยเยอะ  เราจึงจัดรถไปรับบริการที่ รพ.สต. ซึ่ง มีคนพิการที่มารับบริการค่อนข้างเยอะ ที่รวบรวมได้ก็ประมาณ 260 คนแล้ว  เข้าไปตรวจคัดกรองและทำระบบนัดหมายผู้พิการให้คนพิการเข้ามารับการรักษาได้เลย บางคนมีปัญหาทางด้านสติปัญญาและการเคลื่อนไหว เราจึงคิดอุปกรณ์ “papoose board” ขึ้นมา ใช้ห่อหุ้มร่างกายคนไข้ในขณะรักษาเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ซึ่งมีความกว้างและความสูงที่จะห่อหุ้มคนพิการที่มีรูปร่างใหญ่ได้” ทพญ. มณฑลิกานต์ กล่าว

หัวใจหมอฟัน(พันธ์ใหม่)เติมรอยยิ้มให้คนพิการ ทพญ.มณฑลิกานต์ ปาระมี

จากการตรวจสุขภาพในช่องปากของคนพิการที่รพ.เวียงป่าเปาดูแลนั้น ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับผู้ดูแล  ซึ่งศักยภาพในการดูแลคนพิการแต่ละรายขาดการทำกายภาพบำบัด หรือฟื้นฟูสภาพที่เหมาะสม ทำให้กลุ่มเด็กพิการมีปัญหาฟันผุมาก ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่จะพบเกี่ยวกับหินปูนมาก เนื่องจากไม่ค่อยได้แปรงฟัน นอกจากรพ.เวียงป่าเป้าจะให้บริการคนพิการแล้ว จัดอบรมอาสาสมัครผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งมีทั้งอสม.ผู้ปกครองเข้าร่วมอบรม  ซึ่งจะให้ความรู้เรื่องการดูแลเรื่องทันตสุขภาพคนพิการที่เขาสามารถให้คำแนะนำได้  โดยในเบื้องต้นมีการออกบริการ 650 ครัวเรือนแล้ว   

“ซึ่งผลจากการทำงานที่ผ่านมาทำให้เรามีเครือช่ายทันตบุคลากรเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังทำให้คนพิการเข้าถึงบริการทันตสุขภาพได้มากขึ้น รู้จักวิธีในการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก และทำให้วงการทันตกรรมที่ไม่เคยกล่าวถึงการรักษาทันตกรรมให้กับคนพิการเลย มีกระแสเรื่องนี้เกิดขึ้น  ในเฟสที่ 2 ของโครงการ ทางเราไม่ได้รับทุนจากสสพ.แล้ว เนื่องจากทุนในการดูแลคนพิการในพื้นที่นั้น ไม่ได้ใช้ทุนมาก มีเพียงทุนจากกองทุนทันตกรรมก็เพียงพอแล้ว”  ทพญ. มณฑลิกานต์ 

“แค่เราจะทำอะไรสักคน เราต้องรู้จักสิ่งนั้นให้ดีเสียก่อน งานทันตกรรมก็เช่นกัน  ถ้าเราจะรักษาใคร เราก็ต้องรู้จักเขาก่อนว่า เขาเป็นอย่างไร อยู่กันอย่างไร ไม่เช่นนั้นก็ทำงานรักษาสุขภาพในช่องปากให้เขาไม่ได้”  ทพ.พูลพฤกษ์  โสภารัตน์ ทันตแพทย์ชำนาญการ  โรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากทางสสพ.ในการรักษาทันตสุขภาพของเด็กพิการ กล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมา

ทพ.พูลพฤกษ์ เป็นทัตแพทย์หนุ่มที่มีนิสัยชอบออกไปเยี่ยมบ้านอยู่เป็นประจำ  ชอบไปร่วมเกี่ยวข้าว ปลูกข้าวกับชาวบ้าน  และทุกครั้งก็จะเห็นคนพิการบางคน ทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดในช่องปาก

“ผมไปเห็นน้องคนหนึ่งเขานอนบนแคร่ แล้วเขาก็ปวดฟัน แถยังไปไหนไม่ได้ ผมก็เลยเข้าไปรักษา  ผมเข้าใจเลยว่าถ้าเกิดเจ็บป่วยที การเดินทางมารพ.นั้นยากลำบากมาก ผมจึงเกิดแนวคิดที่จะทำงานบริการทันตกรรมให้กับคนพิการ เพราะผมคิดว่าการรักษาคนอย่าไปจำกัดแค่ที่โรงพยาบาล ก็เอากระเป๋าเล็กๆ ไปรักษาเขา  ส่วนการให้บริการเราก็ต้องระมัดระวังมากที่สุด เมื่อมีอาการการเกร็งของกล้ามเนื้อเวลารักษาก็ เป็นอาการปกติของคนพิการ ดังนั้นการมัดอาจจะเป็นวิธีที่ผิด” ทพ.พูลพฤกษ์   กล่าว

ทพ.พูลพฤกษ์  เริ่มต้นการรักษาจากการทำความรู้จักคนพิการ และมองว่าความพิการนั้นไม่ใช่ปัญหา  เพราะคนเราไม่สามารถรักษาหรือเปลี่ยนแปลงความพิการได้  แต่สภาพแวดล้อมและสังคมน่าจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่า ซึ่งถ้าเรามีความเข้าใจ คนพิการ เข้าใจในความแตกต่างของคนพิการแต่ละประเภท เข้าใจปัญหาการดำเนินชีวิต เข้าใจปัญหาผู้พิการด้านสุขภาพในช่องปาก การรักษาจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

หัวใจหมอฟัน(พันธ์ใหม่)เติมรอยยิ้มให้คนพิการ พญ วัชรา ริ้วไพลูลย์

“เมื่อทำความรู้จัก เราก็เข้าไปสอนให้เขาแปรงฟัน สอนทำความสะอาดช่องปาก ผู้ปกครองญาติ และคนในหมู่บ้านก็น่ารัก กลุ่มเด็กออทิสติกที่ต้องถอนฟัน ก่อนถอนเราก็ให้เขาทำความเข้าใจเรื่องสุขภาพฟันก่อน จนสุดท้ายเราก็ทำได้ งานส่งเสริมป้องกัน เป็นเรื่องที่ทำงานกว่าการรักษา หากทำได้ดี งานรักษาจะลดลงทันที เพราะงานรักษาเป็นงานที่ซับซ้อน ต้องมีผู้ช่วย ในขณะที่เรามีคนอย่างจำกัด  ทุกวันนี้เราทำงานไปและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน และปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับแต่ละบริบทให้มากที่สุด ผลจากการทำงานจริงๆ แล้วเราไม่ได้บอกว่าทุกคนฟันต้องสะอาดสวยงาน แต่ความจริงแล้วคือพวกเขาต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่า

ด้านพญ.วัชรา ริ้วไพบูลย์ ผู้อำนวยการสถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ(สสพ.) กล่าวว่า การพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากระดับปฐมภูมิในโรงพยาบาลชุมชนภาคเหนือ ของทั้ง 2 โรงพยาบาลเป็นการเริ่มต้นที่ดี ซึ่งทั้ง 2 โรงพยาบาลสามารถเป็นต้นแบบให้โครงพยาบาลชุมชนอื่นๆดำเนินสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการเบื้องต้นระดับปฐมภูมิได้  ส่งผลให้คนพิการในภาคเหนือเข้าถึงระบบบริการสุขภาพช่องปากมากขึ้น และช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วย โดยเป้าหมายสำคัญคือเกิดนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้คนพิการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพช่องปากได้อย่างทั่วถึงและได้รับการบริการทันตกรรมที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมตามอัตลักษณ์แห่งความพิการที่เป็นเพียงความแตกต่าง คนพิการควรได้รับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจากภาครัฐอย่างเท่าเทียมในฐานะประชาชนคนไทย

หัวใจหมอฟัน(พันธ์ใหม่)เติมรอยยิ้มให้คนพิการ เยี่ยมบ้านเด็กที่มีความพิการทางการเคลื่อนไหว

ทุกวันนี้การทำงานด้านสุขภาพคนพิการการของหน่วยงานรัฐ ยังถือว่าบุคลากรทำงานได้อย่างไม่เต็มศักยภาพ ดังนั้นหน่วยงานรัฐควรการกระตุ้นให้กลไกของหน่วยงานรัฐทำงานอย่างเต็มที่ตามภารกิจ เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรอย่างเหมาะสม เช่น การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากในคนพิการให้เกิดการผลักดันการเข้ารับบริการทันตกรรมระดับปฐมภูมิตามสิทธิที่คนพิการพึงมีพึงได้ เพื่อผลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการให้ดีขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน