posttoday
ไอ้โมง VS โรงสี ประกันรายได้เดี้ยง

ไอ้โมง VS โรงสี ประกันรายได้เดี้ยง

25 กุมภาพันธ์ 2553

8...ทีมข่าวการเงิน

ความไม่พอใจของชาวนาปะทุขึ้นเมื่อราคาข้าวในประเทศถูกทุบจนร่วง

บางพื้นที่อ้างว่าขายข้าวได้แค่เกวียนละ 7,000 บาท

บางพื้นที่หนักกว่านั้น บอกว่าโรงสีกดราคาเหลือแค่ 5,000 เศษ

บรรดากำนันผู้ใหญ่บ้านหลายจังหวัด เลยระดมชาวนาประท้วงเรียกร้องรัฐบาลช่วยเหลือ

แถมขู่ว่าจะชุมนุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งเป็นวันตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

อะไรมันจะขนาดนั้น!!!

ทั้งๆ ที่ข่าวโหมประโคมอยู่ตลอดเวลาว่าปีนี้ เป็นปีทองของชาวนาไทย

แต่ข่าวที่กระพือออกไปในกลุ่มรากหญ้าคือราคาที่หล่นวูบนี้ เกิดจากนโยบาย “ประกันรายได้” ของรัฐบาล

โดยเฉพาะราคาอ้างอิงที่ต่ำเตี้ย และกำหนดความชื้นไว้สูง 15% เป็นต้นเหตุให้โรงสีกดราคารับซื้อทันที

เป็นการสร้างภาพให้โครงการประกันรายได้เป็นมารร้ายของชาวนา

พร้อมเรียกร้องให้เอานโยบาย “จำนำข้าว” ที่ให้ราคาดีกว่าคืนมา

ขณะที่ในวงการต่างทราบดีว่า ความจริงแล้วราคาข้าวที่ตกลงเพราะมี “ไอ้โม่ง” ฉวยโอกาส

ปล่อยข่าวลือว่ารัฐบาลจะปล่อย สต๊อกข้าว 2 ล้านตันเข้าสู่ตลาด

เริ่มจากการประมูลล็อตแรก 5 แสนตันของกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.

เรื่องนี้เปรียบเสมือนกำแพงเบอร์ลินที่รัฐบาลสร้างไว้ถูกพังครืนลงมา

เพราะนโยบายในยุคที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ

สั่งล็อกเงื่อนไขชัดเจนว่ารัฐบาลจะทยอยปล่อยข้าวครั้งละไม่เกิน 2 แสนตันเท่านั้น

โดยจะเปิดให้ประมูลสลับกับการขายในตลาดล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ มาร์เก็ต) เพื่อไม่ให้ราคาในตลาดจริงเสียหาย

จะเห็นว่าก่อนหน้านี้ราคาข้าวในประเทศจะสูงขึ้นตลอด เพราะรัฐบาลช่วยพยุงราคาตลาดไว้

แม้รัฐบาลจะรู้ว่าถ้าขายออกยกล็อตได้กำไรแน่ๆ เนื่องจากทุกคนพยากรณ์ตรงกันว่าราคาในตลาดโลกสูงขึ้นชัดเจน

แต่หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ขาย!!!

แต่พอยุคนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี กลับเหมือนหนังคนละม้วน

มีการเทสต๊อกล็อตใหญ่ออกไปอย่างเร่งรีบ

เข้าทางกลุ่ม “โรงสี” ที่อยากเห็นราคาข้าวถูกลง เพื่อเข้าไปช้อนซื้อจากชาวนาในราคาถูก

แหล่งข่าวในวงการค้าข้าว เปิดเผยว่า ข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมาเป็นการทุบราคาข้าวอย่างชัดเจน

เพราะเป็นช่วงที่ชาวนาเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังและต้องนำออกขายพอดี ทำให้ชาวนาเดือดร้อนอย่างหนัก

โดยเมื่อชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวได้จะต้องรีบขาย เพราะไม่มีที่เก็บข้าว สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาโรงสี ทั้งที่รู้ว่าขายช่วงนี้ราคาไม่ดีก็ตาม

แหล่งข่าวระบุว่า สาเหตุที่โรงสีสร้างราคาและเร่งซื้อข้าวตอนนี้ เพราะนำข้าวมาชดใช้คืนสต๊อกของรัฐบาล

เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวว่า โรงสีแอบนำสต๊อกข้าวของรัฐบาลออกไปขายในช่วงที่ราคาตลาดโลกดี

“เป็นการซื้อเข้ามาเพื่อใช้คืนสต๊อก จึงต้องการซื้อจากชาวนาในราคาที่ต่ำ” แหล่งข่าวระบุ

ไม่เพียงเท่านั้น โรงสียังต้องการกว้านซื้อข้าวมาเก็บไว้ เพราะมีแนวโน้มว่าหลังจากนี้ราคาข้าวจะยิ่งดีขึ้นไปอีก จากสถานการณ์ภัยแล้ง

ขณะที่ของในตลาดมีแต่จะลดลง เพราะรัฐบาลกำลังรณรงค์ให้ชาวนาเลิกปลูกข้าวนาปรังรอบสอง

“กลุ่มโรงสีเห็นว่าถ้าซื้อเก็บได้ในราคาถูกมีโอกาสทำกำไรงาม เพราะชาวนาส่วนใหญ่ใช้สิทธิประกันรายได้ไปแล้ว ตั้งแต่ข้าวยังไม่เกี่ยว” แหล่งข่าวระบุ

ในส่วนมาตรการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ

เพราะเครือข่ายของโรงสีและผู้ส่งออกข้าวนั้น ใหญ่บิ๊กบึ้มและมีอิทธิพลสูง!!!

หากจำกันได้เมื่อปลายปี 2552 รัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหาโรงสีกดราคามารอบหนึ่งแล้ว

ด้วยการประกาศตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง

เมื่อราคาข้าวถูกทุบต่ำกว่าราคาอ้างอิงมาก เป็นการท้าทายนโยบายประกันรายได้อย่างตรงไปตรงมา

แม้ราคาในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นทันที แต่คนในวงการค้าขายวิเคราะห์ว่าไม่ทันสถานการณ์ เพราะชาวนาขายข้าวให้โรงสีไปหมดแล้ว

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ แอ็กชัน ตั้งโต๊ะรับซื้อ

แต่ก็เหมือนไฟไหม้ฟาง เหลือแต่ฝุ่นผง และเขม่าควัน

เพราะพ่อค้าทั้งวงจรค้าข้าวนั้น “รู้กัน” ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออก โรงสี และเซอร์เวเยอร์

ถ้ารัฐบาล “รู้ไม่ทัน” ก็ต้องเจอเกมโอเวอร์แบบที่เป็นอยู่

อีกประเด็นที่รัฐบาลต้องเจอมรสุมหลังจากนี้....

คือจะมีความพยายามจากโรงสีและบรรดาหัวคะแนนขั้วอำนาจเก่า ที่ไม่ “แฮปปี้” กับโครงการประกันรายได้เกษตรกร

จะออกมาขย่มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง

เพราะจากที่โรงสีเคย “ได้เต็มๆ” จากมาตรการจำนำข้าว

ก็ต้องมาเป็นส่วนเกินที่อยู่ “วงนอก” ในโครงการประกันรายได้เกษตรกร

เมื่อรัฐบาลจ่ายเงินเข้ากระเป๋าชาวนาโดยตรง ไม่ผ่านมือโรงสีอย่างที่รัฐบาลก่อนๆ ทำไว้

การฟันกำไรจากมาตรการและสต๊อกที่เคยได้ ... ก็ไม่ได้!!!

งานนี้ไม่ต้องตกใจว่าทำไมจึงมีม็อบชาวนาในช่วงที่สถานการณ์การเมืองกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม

เพราะมีคนที่ยังอยากกินรวบ และล้มกระดานนโยบายประกันรายได้นั่นเอง!!!

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน