
จ่ายตามกลุ่มโรคผู้ป่วยพุ่ง50%
กก.แพทย์เชื่อรพ.เอกชน60%ยิ้ม เอ็นจีโอจี้สปส.ทบทวนจ่าย1.5หมื่น
กก.แพทย์เชื่อรพ.เอกชน60%ยิ้ม เอ็นจีโอจี้สปส.ทบทวนจ่าย1.5หมื่น
กรรมการแพทย์ สปส. ชำแหละโรงพยาบาลคู่สัญญาเป็นเอกชนถึง 60% คาดหากเดินหน้าจ่ายเงินตามกลุ่มโรคต่ออีก 3 ปีผู้ป่วยพุ่ง 50%
นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ กรรมการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า หากระบบประกันสุขภาพแข่งขันกันด้วยวิธีการเพิ่มราคาเพื่อซื้อบริการ ประโยชน์สูงสุดก็จะตกอยู่กับผู้ขายบริการคือโรงพยาบาลคู่สัญญา
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กับ สปส.จะพบว่าคู่สัญญาของ สปสช.เป็นโรงพยาบาลรัฐถึง 90% ขณะที่ สปส.มีเพียง 40% นั่นหมายถึงโรงพยาบาลเอกชนอีก 60% จะได้ประโยชน์จากการปรับรูปแบบจ่ายค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยในเป็นการจ่ายตามกลุ่มโรคร้ายแรง (ดีอาร์จี)
นพ.ประทีป กล่าวว่า ปัญหาจากการปรับเปลี่ยนระบบจ่ายเงินของ สปส.จะยังไม่แสดงในปีแรก คาดว่าภายใน 3 ปี หาก สปส.ไม่มีกลไกตรวจสอบโรงพยาบาลที่เข้มแข็งพอ และยังคงยืนยันที่จะจ่ายเงินตามดีอาร์จีโดยเริ่มที่ 1.5 หมื่นบาทเช่นเดิม จะส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการของผู้ป่วยในเพิ่มสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 50%
“ในอนาคตหากเงินในกองทุน สปส.ไม่เพียงพอ มีความเป็นไปได้ที่จะเรียกเก็บเงินสมทบเพิ่ม” นพ.ประทีป กล่าว
ด้านชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน แถลงการณ์เรียกร้องให้ สปส.หยุดสร้างมายาภาพว่าผู้ประกันตนจะได้บริการที่ดีขึ้น ภายหลังที่ สปส.ปรับรูปแบบวิธีการจ่ายค่ารักษาพยาบาล และเรียกร้องให้ สปส.ทบทวนการจ่ายเงินตามระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งกำหนดให้เริ่มที่ 1.5 หมื่นบาท
นอกจากนี้ ให้นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กำหนดมาตรฐานเพื่อควบคุมการจ่ายเงินในระบบประกันสุขภาพต่างๆ ให้สอดคล้องและใกล้เคียงกันเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสาธารณสุข รวมถึงพัฒนากลไกให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีการประสานงานเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับโรงพยาบาลเอกชน ไม่ใช่ปล่อยให้โรงพยาบาลเอกชนมีอิทธิพลต่อการกำหนดราคากลางที่สูงเกินความจำเป็น
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง โฆษกชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน กล่าวว่า การจ่ายเงินแบบดีอาร์จีเป็นวิธีการที่ดีและเหมาะสม เพราะจะทำให้หน่วยบริการได้รับเงินเหมาะสมกับภาระโรคที่ต้องแบกรับ แต่ผู้ประกันตนจะได้รับบริการที่ดีขึ้นตามเงินที่ สปส.จะจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย อาทิ มาตรฐานการรักษาของแต่ละโรงพยาบาล ระบบติดตามตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ
น.ส.สารี กล่าวว่า สปส.จ่ายเงินให้กับหน่วยบริการมากกว่าสวัสดิการข้าราชการและ สปสช. ดังนั้นหาก สปส.ไม่มีกลไกติดตามคุณภาพและตรวจสอบการจ่ายเงิน จะยิ่งเอื้อประโยชน์ต่อโรงพยาบาลเอกชน และทำให้ผู้ประกันตนซึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตัวเอง ต้องจ่ายเงินค่าบริการสุขภาพมากยิ่งขึ้น







