posttoday
ล้างบางองค์กรอิสระ สอดไส้ปรองดอง

ล้างบางองค์กรอิสระ สอดไส้ปรองดอง

15 ธันวาคม 2554

น่าสนใจไม่น้อยกับท่าทีของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดย...ทีมข่าวการเมือง

น่าสนใจไม่น้อยกับท่าทีของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยไม่พอใจ ป.ป.ช.ที่เสนอระเบียบเกี่ยวกับการเสนอระเบียบแก้ไขการจัดซื้อจัดจ้าง ถึงขั้นขู่รื้อ ป.ป.ช.ยกแผงด้วยการเสนอแก้ไขกฎหมาย

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ภายใต้การนำของ ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ถูกมองว่า เป็นปฏิปักษ์ของรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด เนื่องจากผลการตัดสินของ ป.ป.ช.ไม่เป็นคุณกับขั้วหลายครั้ง

ไล่ตั้งแต่ปี 2552 จากการตัดสินให้ นพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ในเวลานั้นมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพราะการลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เป็นการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190

ต่อมา สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นอีกรายที่ถูกชี้มูลให้มีความผิดทางอาญาในกรณีสั่งสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551

ไม่เว้นแม้แต่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอง

ล้างบางองค์กรอิสระ สอดไส้ปรองดอง

เมื่อ ป.ป.ช.ขยายผลจากคดียึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง ป.ป.ช.มติชี้มูลความผิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งบัญชีเป็นเท็จถึง 3 ครั้งระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ด้วยสารพัดคดีที่เกิดขึ้น ทำให้เครือข่ายทักษิณย่อมไม่พอใจการทำหน้าที่ตรวจสอบของ ป.ป.ช. ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบมาโจมตี คือ ความชอบธรรมของ ป.ป.ช. โดยอ้างว่า ป.ป.ช.ชุดนี้ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญ แต่มาด้วยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) แต่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อาศัยประเด็นนี้ตีกิน ป.ป.ช.มาหลายปี

อีกปมที่พรรคเพื่อไทยถล่ม ป.ป.ช คือ หลายคนล้วนเป็นบุคคลปฏิปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่น กล้านรงค์ จันทิก วิชา มหาคุณ ทำให้การทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง

แต่พรรคเพื่อไทยก็ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลง ป.ป.ช.ได้ ซึ่ง ป.ป.ช.ชุดนี้ยังเหลือวาระดำรงตำแหน่งอย่างน้อย 4-5 ปี จากทั้งหมด 9 ปี

เมื่อพรรคเพื่อไทยมีอำนาจรัฐอาจใช้เสียงข้างในสภา “ตัดตอน” ป.ป.ช. ด้วยการทั้งเสนอกฎหมายแก้ไขอำนาจ ป.ป.ช. หรือไม่ก็ใช้การแก้รัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติระหว่างวันที่ 21 ธ.ค. 2554-18 เม.ย. 2555 ควบคู่ไปกับการตรากฎหมายนิรโทษกรรม โดยอ้างการสร้างความปรองดองเป็นเกราะคุ้มกันแรงเสียดทาน

ทว่าการแก้ไขรัฐรัฐธรรมนูญใช่ว่า ป.ป.ช.เท่านั้นที่จะถูกล้างบาง แต่องค์กรอิสระอื่นๆ ต้องถูกบอนไซไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะเป็นปฏิปักษ์กับพรรคเพื่อไทย

สำหรับศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องบรรยายอะไรมาก เป็นองค์กรอิสระที่ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องสูญเสียนายกรัฐมนตรีมาถึง 2 คน สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รวมถึงคดียุบพรรคพลังประชาชน ที่มีผลต่อการเปลี่ยนขั้วอำนาจจากพรรคพลังประชาชนมาเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ในอนาคตพรรคเพื่อไทยเองยังต้องเตรียมตัวสู้คดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญอีกนับไม่ถ้วน เช่น คุณสมบัติความเป็น สส.ของ จตุพร พรหมพันธุ์

กกต.เป็นองค์กรหนึ่งซึ่งสร้างความกวนใจให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะในสารบบคดีของ กกต.ยังมีคดียุบพรรคหลายกรณีที่ค้างการพิจารณาอยู่ ถึงจะยังไม่มีสัญญาณว่า กกต.จะหยิบมาพิจารณา แต่เพื่อไทยก็ไม่วางใจ

การล้างบางองค์กรอิสระเหล่านี้ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ “เป้าหมายจริง” ในการขยายอำนาจของพรรคเพื่อไทยในอนาคต

วิเคราะห์เกมแก้รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยวางแนวไว้ 2 ส่วน ได้แก่ 1.บทเฉพาะกาล 2.กระบวนการสรรหา ซึ่งทั้งสองส่วนล้วนมีความเชื่อมโยงกัน

บทเฉพาะกาล พรรคเพื่อไทยจะบรรจุเนื้อหาให้กรรมการในองค์กรอิสระพ้นจากการทำหน้าที่นับแต่วันที่มีกรรมการชุดใหม่หลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ได้ไม่นาน เป็นจุดเริ่มต้นของกำจัดหนามยอกอกพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ จะแก้ไขเปลี่ยนที่มา สว. โดยเฉพาะ สว.ที่มาจากการสรรหาและเลือกตั้ง ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ต้องหมดวาระลง เพราะถือองค์กรกลั่นกรองสุดท้ายของการเลือกองค์กรอิสระด้วย โดยตามเป้าจะให้มี สว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

แผนทั้งหมดทำได้โดยง่าย เพราะพรรคเพื่อไทยกุมเสียงข้างมากในรัฐสภา เพราะได้แรงหนุนจาก สว.สายสีแดงอีกปีก แต่เกมนี้คงเดินไม่ง่าย เพราะต้องเจอกับแรงต่อต้านจากกลุ่มม็อบเสื้อเหลืองและม็อบหลากสี ที่คัดค้านนิรโทษกรรมทักษิณ

ที่สุดแล้วคำถามที่ต้องถามกลับไปยังรัฐบาลไม่ใช่ว่าทำได้หรือไม่ แต่พร้อมหรือยังที่จะเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลในอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน