posttoday
เซ็งการเมืองทุบศก.

เซ็งการเมืองทุบศก.

25 กุมภาพันธ์ 2553

โพสต์ทูเดย์ — นักเศรษฐศาสตร์ 20 สถาบัน เชื่อเศรษฐกิจโตจริง แต่กังวลการเมืองแรงมาบตาพุด

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์องค์กรชั้นนำ 20 แห่งถึงความเห็นด้านเศรษฐกิจพบว่า 75.9% เชื่อว่าเศรษฐกิจของไทยปี 2553 จะขยายตัวได้จริงตามที่หน่วยงานต่างๆ ประกาศไว้

นักเศรษฐศาสตร์ 48.3% กังวลว่าปัญหาทางการเมืองของไทยและมาบตาพุดที่ยังหาทางออกไม่ได้จะส่งผลให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิต

ด้านความเห็นต่อการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยตั้งแต่เดือน ม.ค.ก.พ. 43.2% เห็นว่าเป็นผลมาจากปัญหาด้านการเมืองมากที่สุดถึง 32.8% เห็นว่ามาจากเศรษฐกิจโลก

สำหรับกรณีที่รัฐบาลจะย่นระยะเวลากระตุ้นเศรษฐกิจให้สิ้นสุดเร็วขึ้น กว่า 43.1% ไม่เห็นด้วย เพราะเศรษฐกิจเปราะบางผันผวน ปัญหาการเมืองยังคงมีอยู่ ส่วนคำถามว่าจากสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ พ.ร.บ.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ ร้อยละ 37.9 มีความจำเป็นลดลง เพราะเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องทำให้รัฐบาลจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น แต่ร้อยละ 36.2 เห็นว่า ยังจำเป็นอยู่ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง

 

ขณะที่ปัจจุบันที่เขตการค้าเสรี อาเซียนหรืออาฟตา เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 และจะเปิดเสรีครบทุกประเทศในปี 2555 ท่ามกลางปัญหาทางการเมืองของไทยที่ยังดำเนินอยู่และปัญหามาบตาพุดที่ยังหาทางออกไม่ได้ จากสถานการณ์ในปัจจุบันดังกล่าว จะส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตหรือตัดสินใจลงทุนในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทยหรือไม่ ร้อยละ 48.3 มองว่า มีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างมาก ร้อยละ 34.5 มองว่ามีผลกระทบเล็กน้อย

สำหรับความเห็นต่อประเด็นการลดค่าเงินด่องของประเทศเวียดนามเป็นครั้งที่ 2 มีผลกระทบกับการส่งออกของไทยในระดับใด ร้อยละ 69.0 มองว่ากระทบน้อย เนื่องจากสินค้าของไทยมีคุณภาพดีกว่าสินค้าของเวียดนาม

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ในช่วงสิ้นปี 2552 พบว่า มีเงินลงทุนในส่วนของภาคธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) ไหลออกสุทธิ 7,017 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าเทียบกับสิ้นปี 2551 ที่มีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ 6,862 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะเห็นได้ชัดเจนว่าปริมาณเงินลงทุนจากต่างประเทศในปี 2552 น้อยกว่าปี 2551 อยู่ถึง 1.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.58 แสนล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท/ เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการน้อยลงถึง 202.26%

ทั้งนี้ การไหลเข้ามาน้อยลงของเงินทุนต่างชาติ น่าจะมีสาเหตุมาจากความไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์ทางการเมืองของนักลงทุนต่างชาติเป็นสำคัญ เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนโยบายการลงทุนก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ซึ่งจากข้อมูลปริมาณเงินทุนเริ่มมีการไหลออกตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2552 เป็นส่วนใหญ่ ก่อนจะไหลกลับเข้ามาในไตรมาส 4 ที่มีเงินทุนสุ ทธิไหลเข้า 79 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับ ประเภทการเข้ามาของเงินลงทุนต่างชาติในส่วนของนันแบงก์ แบ่งเป็น เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไหลเข้าสุทธิ 5,518 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2,056 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6.78 หมื่นล้านบาท หรือ ลดลง 27.15% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2551 ที่มีเงินเงินทุนโดยตรงไหลเข้าสุทธิ 7,574 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในปี 2552 ติดลบ 8,548 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นการลดลง 8,601 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.84 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดเงินกู้จากต่างประเทศของบริษัทนอกเครือสุทธิเป็นการชำระคืนหนี้ 1,431 ล้านเหรียญสหรัฐ น้อยลงจากปีก่อนหน้า 2,207 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปีก่อนหน้าที่มีต้องกู้ยืมจากต่างประเทศสุทธิ 776 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69