
รบ.ใช้ทีวี11ยิงสดคดียึดทรัพย์แม้ว
รัฐบาลใช้TV11ถ่ายทอดสดวันศาลตัดสินคดียึดทรัพย์ทักษิณ พร้อมจัดรายการพิเศษชี้แจงประชาชน
รัฐบาลใช้TV11ถ่ายทอดสดวันศาลตัดสินคดียึดทรัพย์ทักษิณ พร้อมจัดรายการพิเศษชี้แจงประชาชน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์การประเมินสถานการณ์หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า หลังวันที่ 26 ก.พ.สถานการณ์บ้านเมืองคงผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ก็คงต้องจับตาความเคลื่อนไหวเพราะมีหน้าที่ในการรักษาความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่า จะมีประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุมนับล้านคน ในวันที่ 14 มี.ค.ตามที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาระบุหรือไม่ ซึ่งได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ได้ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะตื่นตระหนกหวาดระแวงตลอดเวลา และในวันที่ 26 ก.พ.จะปฏิบัติภารกิจตามปกติเพราะเป็นเรื่องคำพิพากษาของศาลในคดีและไม่หยุดงานเพื่อฟังคำพิพากษา
เมื่อถามว่าเป็นห่วงการสร้างสถานการณ์จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นห่วงว่าอาจมีบางฝ่ายที่คิดทำอะไรที่ไม่ดี และเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องดูแลไม่ให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามไม่อย่าไปคาดการณ์อะไรล่วงหน้า ต้องดูตามความเป็นจริงของสถานการณ์และยังคาดเดาไม่ได้ว่าปฏิกริยาจะเป็นอย่างไร พร้อมย้ำว่าอยากให้ทุกฝ่ายเผยแพร่คำพิพากษาเพื่อให้ประชาชนรับทราบเหตุผล เชื่อว่าเมื่อได้รับทราบเหตุผลแล้วจะมีการยอมรับทุกอย่างก็จะเดินต่อไป
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจะใช้สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ถ่ายทอดสดการพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ และจะใช้เครือข่ายวิทยุกระจายเสียง วิทยุชุมชน และวิทยุเครือข่ายความมั่นคง กว่า 4,000 คลื่น ถ่ายทอดให้ประชาชนได้ติดตามคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงและคืนวันเดียวกัน รัฐบาล จะจัดรายการพิเศษ โดยเชิญนักวิชาการด้านกฎหมาย ผู้ที่เกี่ยวข้องและติดตามคดีนี้ มานั่งเพื่ออธิบายถึงเหตุผลที่ศาลใช้ในการพิพากษาโดยจะระมัดระวังไม่ให้ไปก้าวล่วงอำนาจศาล การจัดรายการพิเศษดังกล่าว เพื่อชี้แจงข้อมูลอีกด้านให้เกิดความสมดุล ซึ่งหากชี้แจงได้ก็อาจทำให้คนที่คิดจะไปร่วมชุมนุมตัดสินใจได้ว่าควรจะไปชุมนุมหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ ไปประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และสื่อท้องถิ่น เพื่อร่วมกันชี้แจงในประเด็นดังกล่าวและผลิตสื่อที่สามารถเข้าถึงประชาชน เช่น การทำซีดีที่ให้ความรู้เรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น.







