
รวบนายหน้าตระเวนตุ๋นขายรถแล้วเชิดเงินหนี
ตำรวจภาค 3 รวบนายหน้าตระเวนหลอกขายรถทั่วประเทศแล้วเชิดเงินหนี
ตำรวจภาค 3 รวบนายหน้าตระเวนหลอกขายรถทั่วประเทศแล้วเชิดเงินหนี
พล.ต.ท.เดชาวัตร รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3 ร่วมกับ พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รองผบช.ภ.3 แถลงผลจับกุม นายพงษ์กิต ประตาเจริญกุล อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 47 ต.ผไทรินทร์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวิช สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ศง 5629 กรุงเทพฯ จำนวน 1 คัน , อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน 1 อัน กระสุนปืนขนาด .38 อีก 6 นัด , สมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มของธนาคารต่างๆที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท ,วิทยุสื่อสาร จำนวน 1 เครื่อง , บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กู้ชีพการแพทย์ฉุกเฉิน ชื่อนายอนุวัฒน์ ประตา , หนังสือสัญญาซื้อขายรถ จำนวน 12 แผ่น และเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์อีกจำนวนมาก
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ได้มีเจ้าของเต็นท์รถยนต์เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ว่าได้ถูก นายพงษ์กิต นายหน้าซื้อขายรถมือสอง ทำทีออกอุบายจะนำรถมาขายให้ที่เต็นท์ และให้เต็นท์รถโอนเงินเข้าบัญชีก่อนจึงจะนำรถยนต์ที่ตกลงมาส่งมอบให้ภายหลัง แต่เมื่อถึงวันและเวลานัดส่งรถยนต์ นายพงษ์กิตกลับไม่นำรถยนต์มาส่งให้และได้เชิดเงินที่โอนให้หนีลอยนวล
ทั้งนี้พล.ต.ท.เดชาวัตร จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค3 นำโดย พ.ต.ท.ภูมิ ทองโพธิ์ สว.สส. 1 และ ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ เครือบุตร รอง สว.สส.1 พร้อมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนจน ทราบว่า นายพงษ์กิต ได้หลบหนีหมายจับของศาลแขวงจังหวัดนครราชสีมาที่ 28/253 ไปอยู่ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ภูมิฯจึงวางแผนจับกุม โดยปลอมเป็นเจ้าของเต็นท์รถยนต์มือสอง ที่นายพงษ์กิตฯ ได้ไปติดต่อซื้อขายรถกับนางชรินทร์ สิงห์ทน เจ้าของเต็นท์รถมือสอง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
ผู้ต้องหาเคยรับปากว่าจะนำรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น ฟอร์จูนเนอร์ ในราคา 7 แสน 5 หมื่นบาท มาขายให้กับนางชรินทร์ จึงได้นัดให้นายพงษ์กิต มารับเงินที่ปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ ถ.พหลโยธิน ขาออก หมู่ 1 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวิส สีบร์อนเงิน หมายเลขทะเบียน ศง 5629 กรุงเทพฯ มารับเงินตามที่ได้นัดหมายไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม ส่วนรถที่ผู้ต้องหาใช้ขับมาเป็นพาหนะนั้นทางเจ้าที่ตำรวจ จะทำการตรวจสอบ ว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกขโมยมาหรือไม่
จากการสอบสวน นายพงษ์กิต ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ตนได้ประกอบอาชีพเป็นนายหน้าซื้อขายรถยนต์โดยจะติดต่อซื้อขายรถยนต์กับเต็นท์รถมือสองตามพื้นที่ต่างๆหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยจะเริ่มต้นการซื้อขายรถยนต์ในราคาที่ไม่แพงมาก ตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป เมื่อซื้อขายผ่านไป 2 - 3 คัน จนทำให้เจ้าของเต็นท์รถเริ่มเชื่อใจตนและได้เสนอให้ตนจัดหารถยนต์ที่ราคาแพงขึ้นซึ่งบางคันก็ถึงหลักล้านบาท แล้วตนจะหลอกให้เจ้าของเต็นท์โอนเงินค่ารถมาให้ก่อน เมื่อตนได้เงินที่เจ้าของเต็นท์รถโอนมาเข้าบัญชีแล้วตนก็จะหลบหนีไปอยู่ ในหลายจังหวัดรวมทั้งในต่างประเทศ จนมาถูกเจ้าหน้าตำรวจที่กับกุมได้ดังกล่าว







