
เร่งดูกล้องวงจรปิดล่ามือวางบึ้มราชดำเนิน
ตำรวจขอภาพกล้องวงจรปิดติดตามคนร้ายก่อเหตุลอบวางบึ้มเกาะกลางราชดำเนิน เชื่อหวังป่วนคล้ายเหตุชุมนุมทางการเมือง
ตำรวจขอภาพกล้องวงจรปิดติดตามคนร้ายก่อเหตุลอบวางบึ้มเกาะกลางราชดำเนิน เชื่อหวังป่วนคล้ายเหตุชุมนุมทางการเมือง
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1เปิดเผยว่า กำลังอยู่ระหว่างการประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณถนนราชดำเนิน เพื่อหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง2ลูกบริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนิน ด้านหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
พล.ต.ต.วิชัย ยังได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 ประชุมติดตามคดีนี้ที่สน.ชนะสงคราม เบื้องต้นเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความปั่นป่วน ลักษณะการก่อเหตุคล้ายกับช่วงที่มีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงทางการเมือง
ขณะเดียวกันเวลา 14.00น.พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นัดประชุมทีมสืบสวนเพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี ซึ่งผลการสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ไม่หวังดี ต้องการสถานการณ์ในบ้านเมืองให้รู้สึกว่าบ้านเมืองไม่สงบ อาจจะเป็นสูญเสียผลประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง
ด้าน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนื้ทางพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนที่ก่อเหตุแล้ว และจะประชุมเพื่อทราบความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 9 ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ จากรายงานพบว่าระเบิดที่คนร้ายนำมาวางเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง หากเกิดการระเบิดจะมีระยะทำลายล้าง 10 เมตร ใช้ดินดำที่พบในประทัดเป็นดินระเบิด แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการต่อวงจรครบถ้วน แต่ไม่สามารถระเบิดได้เนื่องจากมีวงจรบางตัวที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการกระตุ้นเพื่อให้เกิดแรงระเบิด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนร้ายต้องการสร้างความแตกตื่น เพราะนำกระเป๋าใส่ระเบิดไปวางไว้ในที่ที่สามารถพบเจอได้ง่าย และยังเปิดกระเป๋าให้เห็นนาฬิกาที่ตั้งไว้เพื่อจุดชนวน ส่วนเวลาที่ตั้งระเบิดไว้นั้น พบว่าถูกตั้งไว้ในเวลา 16.30 น.ให้ระเบิดทำงาน
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า การติดตามจับกุมคนร้ายขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ตั้งไว้โดยรอบ และยังพบหลักฐานรอยนิ้วมือบริเวณกระเป๋าที่บรรจุระเบิด ซึ่งต้องขอเวลาให้ตำรวจทำงาน ส่วนประเด็นเรื่องความขัดแย้งภายในกองสลากทำให้ก่อเหตุนั้น ทางตำรวจก็ยังไม่ตัดทิ้ง ทั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองหรือไม่นั้น เรื่องนี้ตนไม่ทราบ
อย่างไรก็ตาม ทางบช.น.ได้สั่งการให้ทุกท้องที่เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจตรากวดขันสิ่งผิดปกติมากขึ้น โดยจะเริ่มโครงการ 1 ตำรวจ 4 อาสาสมัคร เพื่อนำมวลชนมาช่วยงานเจ้าหน้าที่ในเมืองหลวง และยังเป็นการเฝ้าระวังเหตุในช่วงเทศกาลอีกด้วย







