
เผยเขื่อนทั่วภาคกลางน้ำแห้งเร็วกว่ากำหนด
เขื่อนทั่วภาคกลางขาดน้ำอย่างหนักหลังภัยแล้งมาเร็วกว่ากำหนด
เขื่อนทั่วภาคกลางขาดน้ำอย่างหนักหลังภัยแล้งมาเร็วกว่ากำหนด
นายอาคเณย์ บุญเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง กล่าวว่า ภาวะฝนแล้งและหน้าร้อยที่มาเร็วกว่ากำหนดในต้นปีนี้ ทำให้พื้นที่ในเขตภาคกลางเริ่มเข้าสู่หน้าแล้งเร็วกว่ากำหนด และหลายจังหวัดพบว่าพื้นที่ทางการเกษตรเริ่มเข้าสู่สภาพแล้งจัดแล้ว เช่น พื้นที่ในเขต จ.อุทัยธานี นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์
อย่างไรก็ตามมีการติดต่อสอบถามเข้ามาจำนวนมาก และร้องขอให้ทางศูนย์ ฯ นำเครื่องบินขึ้นบินจากสนามบิน จ.นครสวรรค์ เพื่อบินทำฝนหลวง ทั้งนี้จะมีการทำพิธีปล่อยขบวนเครื่องบินเพื่อทำฝนหลวงในช่วงหน้าแล้งนี้ที่สนามบิน จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ มีนายธีระ วงษ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน
นายอาคเณย์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีเพียง 504 ล้าน ลบ.ม. จากความจุของเขื่อน 960 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 62 % เท่านั้น ส่วนเขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี มีเพียง 154 ล้าน ลบ.ม. จากความจุของอ่าง 363 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 64 % สำหรับเขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีเพียง 21 ล้าน ลบ.ม. จากความจุของอ่าง 128 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 13 % ถือว่าน้อยมาก ซึ่งมีรายงานว่าเขื่อนทับเสลา ได้หยุดการปล่อยน้ำในขณะนี้แล้ว เพราะประมาณน้ำมีน้อยมาก จึงส่งผลให้ประชาชนที่ทำการเกษตรด้านท้ายเขื่อนเริมประสพปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักแล้ว
“ ตนเองเป็นหน่วงว่า ถึงแม้รัฐบาลจะมีการณรงค์ลดพื้นที่การทำนาปรัง หรือเว้นพักการทำนาปรังในหน้าแล้ง แต่ความเป็นจริงชาวนากลับไม่สนใจประกาศหรือการณรงค์ของรัฐบาล เช่นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีการทำนาปรับมากเกือบ 600,000 ไร่ และมีการเปิดหน้าดินหรือปรับที่ดินจากเดิมที่เป็นที่รกร้างหรือที่ว่างเปล่า เพื่อมาทำนาปรังใหม่หรือเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก และไม่เพียงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เท่านั้น แต่ในภาคกลาง เช่น จ.อ่างทอง , สุพรรณบุรี , สิงห์บุรี , ชัยนาท ล้วนแต่มีการปรับพื้นที่เพื่อทำนาปรังเพิ่มจำนวนมาก ตรงจุดนี้เองเชื่อว่าปัญหาการขาดน้ำและการแย่งน้ำในการทำนาปรังจะมีมากขึ้นอย่างแน่นอน ขณะนี้อาจยังไม่ถึงจุดวิกฤตเพราะต้นข้าวยังเพิ่งหว่านไปไม่นาน แต่อีกประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้า ต้นข้าวนาปรังจะโตและต้องการน้ำพร้อม ๆ กัน ประกอบเป็นช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน จะแล้งจัด ตรงช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงเวลาที่วิกฤตแน่นอนในการแย่งน้ำเพื่อนำนา” นายอาคเณย์ กล่าวย้ำ







