
สุกำพลตั้งกก.สอบที่มาเงินสุพจน์ครบแล้ว
"สุกำพล"ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเงิน "สุพจน์" ครบแล้ว มุ่งประเด็นมูลค่าเงิน-โครงการที่เข้าข่ายพิรุธ
"สุกำพล"ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเงิน "สุพจน์" ครบแล้ว มุ่งประเด็นมูลค่าเงิน-โครงการที่เข้าข่ายพิรุธ
พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว .คมนาคม กล่าวว่า ในวันที่ 28 พ.ย.ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ โดยมีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ส่วนประเด็นที่จะมีการสอบจะมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องความร่ำรวยผิดปกติเท่านั้น โดยเฉพาะ เส้นทางการเงินของนายสุพจน์ว่า มีจำนวนเท่าใด และได้มาโดยสุจริตหรือไม่ เพื่อนำผลสรุปมาพิจารณาความผิดตามระเบียบราชการต่อไป
ส่วนเรื่องที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า เงินที่ได้จากการปล้นบ้านนายสุพจน์อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ในสมัยของรัฐบาลก่อนหน้านั้น ตนมองว่าคำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นเพียงข้อกล่าวหาลอยๆ ที่ไม่มีหลักฐาน ดังนั้น คณะกรรมการที่ตนตั้งขึ้นไม่จำเป็นต้องสอบข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการรถไฟฟ้าตามที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งตนมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวมีความโปร่งและไม่มีการทุจริตแน่นอน และในส่วนของกระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าต่อไป โดยจะไม่หยุดจากปัญหาดังกล่าวแน่นอน
“การกล่าวหาของนายเฉลิมเป็นการกล่าวหา เพื่อกระทบชิ่งรัฐบาลก่อนเท่านั้น เพราะจากที่ฟังไม่มีข้อมูลหลักฐานอะไรมาก ผมจึงไม่จำเป็นต้องสอบประเด็นทุจริตรถไฟฟ้า ส่วนโครงการถนนปลอดฝุ่นที่ถูกกล่าวหาด้วยนั้น ผมมั่นใจว่ามีความโปร่งใส เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ผมได้เรียกอธิบดีกรมทางหลวงชนบท และอธิบดีกรมทางหลวง มาสอบถามและชี้แจง ก็ไม่พบว่ามีปัญหาทุจริต” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
สำหรับเรื่องที่พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลกรมทางหลวงชนบท ได้สั่งการให้มีการสอบข้อเท็จจริงถูกกล่าวหาว่าอาจมีการทุจริตในโครงการถนนปลอดฝุ่นก่อนหน้านี้ เป็นการตัดสินใจของพล.ต.ท.ชัจจ์ อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตใครก็ตามมีหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการใดโครงการหนึ่งของกระทรวงคมนาคม ให้ส่งข้อมูลมาที่ตน ก็พร้อมจะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
พล.อ.อ. สุกำพล กล่าววว่า เรื่องที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาแถลงก่อนหน้านี้ว่า มีความความผิดปกติในการจัดซื้อถุงทรายขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กแบ๊ก โดยนายสุพจน์ เป็นผู้สั่งซื้อ ในราคาที่สูงเกินจริงว่า สิ่งที่นายชูวิทย์พูดไม่เป็นความจริง พูดผิดเพราะคนที่มีอำนาจในการลงนามเพื่อนสั่งซื้อบิ๊กแบ็ก คือ ตนเอง ไม่ใช่นายสุพจน์ ซึ่งตามระเบียบกำหนดให้ตนมีอำนาจลงนามคนเดียวได้หากมูลค่าการจัดซื้อไม่เกิน20 ล้านบาท หากเกินกว่า 20 ล้านบาท จะต้องมีผู้มีอำนาจลงนามร่วมอย่างน้อย2 คน
สำหรับขั้นตอนการจัดซื้อบิ๊กแบ็กนั้น จะจัดซื้อตามข้อเสนอของแต่ละหน่วยงานที่เสนอความต้องการเข้ามา ตนไม่ได้กำหนดจำนวนการจัดซื้อขึ้นมาเอง ซึ่งที่ผ่านมา มีหลายหน่วยงานทำเรื่องเสนอขอซื้อ ส่วนราคาถุงนั้นยอมรับว่ามีราคาแตกต่างและไม่เท่ากัน เนื่องจากจัดซื้อมาจากผู้ประกอบการหลายประเภท เช่น ถุงกระสอบจากผู้ประกอบการค้าข้าว และอื่นๆ ซึ่งคุณลักษณะของถุง ไม่เหมือนกัน รวมทั้งยังเป็นการจัดซื้อในช่วงเวลาที่ความต้องการใช้ถุงไม่ปกติจึงอาจทำให้ราคาไม่คงที่
ส่วนถนนที่รัฐบาลสร้างขึ้นเป็นแนวคันป้องกันน้ำริมถนนวิภาวดี-รังสิต บริเวณจุดเข้าออกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ( ศปภ.) บริเวณด้านหน้า อาคาร เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ หรือ ตึกบริษัท ปตท.แห่งใหม่นั้น ตนได้สั่งการให้ กรมทางหลวงรื้อแนวป้องกันดังกล่าวออก และเร่งปรับปรุงสภาพถนนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโยเร็วที่สุด เพื่อลดอุบัติเหตุ







