
ท่วมท้นจมทุกข์ชาวบ้านระอา หมาเมิน
นํ้าท่วมนานนับเดือนทำให้เสียงเรียกร้องการแก้ไขระบายน้ำ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ
นํ้าท่วมนานนับเดือนทำให้เสียงเรียกร้องการแก้ไขระบายน้ำ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ
โดย...นิติพันธ์ สุขอรุณ/ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
นํ้าท่วมนานนับเดือนทำให้เสียงเรียกร้องการแก้ไขระบายน้ำ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ใช่เพียงแค่คนปริมณฑลเหนือคันกั้นน้ำที่ลุกฮือรื้อกระสอบทรายยักษ์ซึ่งขวางทางน้ำไหล แต่คนกรุงในพื้นที่รอบนอกก็ตกอยู่ในสภาพที่ไร้การเหลียวแลใส่ใจบรรเทาทุกข์เช่นเดียวกัน
ความรู้สึกถูกทอดทิ้ง ไร้ผู้เหลียวแลช่วยเหลือ ทำให้ชาวบ้านบางคน ระบายออกด้วยวิธีการต่างๆ นานา แต่สำหรับบ้านของ ประภาส ทรัพย์พูล ในซอยร่มเกล้า 17 เขตลาดกระบัง ซึ่งน้ำท่วมขังสูง 50 ซม. มานานร่วม 2 เดือน ต้องติดป้ายข้อความตัวใหญ่ๆ ว่า “หมาเมิน”
“น้ำเข้าท่วมภายในตัวบ้านเป็นเวลานาน 2 เดือนแล้ว และยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ที่ต้องทนมาตลอด 2 เดือน ทำให้รู้สึกเครียดมากขึ้น เพราะไม่สามารถออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ไม่มีรถรับส่งเข้ามาในซอย ส่วนข้าวสารอาหารแห้งขณะนี้หมดลงแล้ว ทำให้เชื่อว่าถ้ายังปล่อยละเลยเช่นนี้ต่อไปไม่มีการสูบน้ำออก ชาวบ้านคงต้องทนทุกข์ไปจนถึงสิ้นปีนี้”
ประภาส บอกว่า เคยขอความช่วยเหลือไปทางสำนักงานเขตลาดกระบังแล้วแต่ก็เงียบหายไป สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอยู่ในบริเวณรอยต่อความรับผิดชอบของสำนักงานเขต ซึ่งห่างไกลเกินกว่าที่จะมาสนใจ
ไม่เพียงแต่ชาวบ้านในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่ฝั่งตะวันตก ชาว จ.นนทบุรี ก็เผชิญปัญหาหนักจากระดับน้ำที่ไม่มีทีท่าจะลดลง กระทั่งการรวมตัวทวงถามแนวทางแก้ไขจาก ผวจ.นนทบุรี ซึ่งมีความคืบหน้าถึงขั้นเจรจาให้ กทม. ยอมเปิดประตูระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับคลองมหาสวัสดิ์ น้ำที่ท่วมสูงและขังนานจนเน่า ก็ลดระดับลงทันตาเห็น
ฉัตรแก้ว แสงอ่อน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ด้านข้างประตูระบายน้ำคลองควาย คลองย่อยซึ่งเชื่อมระหว่างพื้นที่ อ.บางกรวย กับคลองมหาสวัสดิ์ บอกว่า ก่อนหน้านี้น้ำท่วมในพื้นที่ที่อาศัยอยู่เกือบ 1 ม. แต่เมื่อ กทม.ได้มาเปิดประตูระบายน้ำ ทำให้ระดับน้ำในคลองมหาสวัสดิ์ลดลงประมาณ 30 ซม. ซึ่งถือว่าช่วยได้เยอะ แม้ปัจจุบันจะยังคงมีน้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่บ้านก็ตาม
ฉัตรแก้ว บอกว่า ครอบครัวเคยประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2538 มาก่อน จึงมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ด้วยการยกบ้านสูงและขยับปลั๊กไฟขึ้นให้สูง แต่ก็ไม่คิดว่าน้ำปีนี้จะมากขนาดนี้ นอกจากนี้ สวนมะลิและสวนจำปีที่ปลูกไว้ก็ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมทั้งหมด
“สมัยปี 2538 ครอบครัวก็ได้ต่อสู้กับน้ำเพื่อรักษาสวนไว้ ซึ่งก็สามารถรักษาได้ เพราะสมัยนั้นน้ำไม่มากขนาดนี้ แต่ปีนี้ยอมรับว่าน้ำมากจริงๆ ทำให้ตัดใจทิ้งสวนเพื่อรักษาบ้านไว้ แต่ยังถือว่าโชคดีได้รับผลกระทบน้อยกว่าครอบครัวที่อยู่ด้านหลังประตูระบายน้ำ ส่วนใหญ่ไม่พอใจ กทม.ที่เปิดประตูระบายน้ำโดยไม่บอกกันก่อน เพราะบ้านบางหลังทยอยนำข้าวของลงมาบ้างแล้ว เมื่อมาเปิดอีกทำให้ชาวบ้านเก็บของไม่ทันจนได้รับความเสียหายเพิ่ม”
ด้าน กฤษ รัตนเจริญพรสกุล ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งอาศัยอยู่ด้านหลังคลองประตูระบายน้ำขุนศรีบุรีรักษ์ ยอมรับว่าตั้งแต่ที่ กทม.เปิดประตูระบายน้ำทำให้น้ำในพื้นที่ลดลงช้ากว่าเดิม เพราะก่อนเปิดประตูระบายน้ำ น้ำได้ลดลงทุกวัน วันละ 45 ซม. แต่เมื่อเปิดทำให้น้ำลดลงเพียงวันละ 1 ซม.
ทุกวันนี้ต้องใช้ชีวิตด้วยการนอนบนหลังคาบ้านและที่สำคัญข้าวของในบ้านเสียหายไปไม่ต่ำกว่า 45 หมื่นบาท โดยเฉพาะอุปกรณ์ในการซ่อม อีกทั้งยังเป็นกังวลว่าจะได้รับค่าเยียวยาเบื้องต้น 5,000 บาทหรือไม่ เนื่องจากบ้านไม่มีเลขที่ เพราะอาศัยที่ดินบ้านญาติปลูกบ้านอยู่
ขณะที่ จารุพร โชคจันคำ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ด้านหลังประตูระบายน้ำคลองซอย เปิดเผยว่า การเปิดประตูระบายน้ำดังกล่าว ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านในรวมถึงตนได้รับความเดือดร้อนขึ้น เนื่องจากชุมชนที่อยู่ด้านในมีบ้านติดกับทางรถไฟ ซึ่งทางก็มีระดับสูงเปรียบเหมือนกับเป็นกำแพงกั้นน้ำ อีกทั้งยังไม่มีที่ระบาย ทำน้ำในพื้นที่ก็เอ่อสูงขึ้นจากเดิมที่ลดไปแล้วประมาณ 30 ซม. ประกอบกับทาง กทม.ไม่ได้เก็บผักตบชวาที่อยู่ด้านหน้าประตูระบายน้ำ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า
แม้การเปิดประตูดังกล่าวจะสามารถระบายน้ำให้ไหลผ่านไปยังคลองบางแวก คลองบางเชือกหนัง และอีกหลายคลอง เพื่อช่วยเหลือคนนนทบุรีได้แล้ว แต่ก็เป็นกังวลว่าน้ำที่ไหลไปจะย้อนกลับมาอีก เพราะว่าปลายทางของคลองจะไปที่บริเวณพระราม 2 และหากพระราม 2 ไม่สามารถระบายน้ำต่อไปได้ น้ำก็จะล้นและน้อยกลับมาท่วมอีก
พรชัย ประเสริฐพาณิชย์ ชาวบ้านหมู่บ้านมณฑกานต์ เจ้าของสวนไม้และรับเหมาจัดสวน ที่หันมาประกอบอาชีพขับเรือรับจ้าง ภายหลังจากที่สวนซึ่งตั้งอยู่ริมคลองมหาสวัสดิ์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มองว่า แม้ว่าการเปิดประตูจะเป็นการช่วยระบายน้ำให้กับ จ.นนทบุรี ได้แล้ว แต่ประมาณน้ำที่มากขนาดนี้ ไม่เชื่อว่าทางจังหวัดจะสามารถระบายน้ำที่มีอยูให้แห้งไปได้ทันในวันที่ 1 ธ.ค. ตามที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้
พรชัย บอกว่า จากประสบการณ์ที่เคยได้รับช่วงน้ำท่วมเมื่อปี 2538 กว่าจะใช้เวลาในการระบายออกจากพื้นที่ได้ก็ช่วงปีใหม่ ดังนั้นน้ำใน จ.นนทบุรี จะแห้งได้ ประเมินว่าน่าจะเป็นช่วงเดือน ก.พ.ปีหน้า
จริงหรือไม่ที่คนฝั่งตะวันตกจะต้องทนทุกข์กับน้ำท่วมขังไปถึงปีหน้า และภาวะการช่วยเหลือที่ไม่ทั่วถึง อย่างที่ชาวบ้านใช้คำว่า “หมาเมิน” จะทำให้ปฏิกิริยาความไม่พอใจขยายตัวรุนแรงขึ้นหรือไม่ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องรีบประเมินและปรับตัว







