posttoday
ปัญหาระบายน้ำบานปลาย ศปภ.ดัน6จังหวัดบี้กทม.

ปัญหาระบายน้ำบานปลาย ศปภ.ดัน6จังหวัดบี้กทม.

24 พฤศจิกายน 2554

แม้คันกั้นน้ำที่ใช้กระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก จะช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้ากรุงเทพมหานคร (กทม.)

แม้คันกั้นน้ำที่ใช้กระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก จะช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้ากรุงเทพมหานคร (กทม.)

แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบทำให้ระดับน้ำพื้นที่ด้านเหนือ โดยเฉพาะ จ.ปทุมธานี ไม่ลดลงและขังนานจนเน่า ขณะเดียวกันการปิดประตูระบายน้ำคลองสาขาที่ไหลลงคลองมหาสวัสดิ์ ป้องกันน้ำเข้ามาในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ก็กระทบต่อระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ จ.นนทบุรี เช่นกัน

ดังนั้น การที่ชาวปทุมธานีฮือรื้อแนวบิ๊กแบ็ก และชาวนนทบุรีเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำ จึงเป็นปฏิกิริยาที่แสดงออกให้เห็นถึงความไม่พอใจการแก้ปัญหาของทั้งรัฐบาลและองค์กรท้องถิ่นอย่าง กทม.

ในขณะที่ตัวแทนรัฐอย่างฝ่ายปกครอง ที่ต้องเป็นหนังหน้าไฟท่ามกลางความไม่พอใจ ก็แสดงออกถึงความไม่พอใจให้เห็นเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ เลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ทอง รอง ผวจ.ปทุมธานี กล่าวกับชาวปทุมธานีที่มายื่นหนังสือเรียกร้องให้หาทางระบายน้ำที่ท่วมขังมากว่าเดือนออกจากชุมชนว่า การบริหารจัดการเป็นเรื่องที่ กทม.กับรัฐบาลต้องไปศึกษา จัดการปริมาณน้ำไหลเข้ากับออกให้สมดุลกัน แต่ไม่ใช่ปิดประตูไม่ยอมรับน้ำเข้าพื้นที่เลย

ขณะที่ วิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี ก็ตัดพ้อหลัง กทม.มีทีท่าจะไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำ ถึงขนาดใช้คำว่า คนนนทบุรีถูกหลอกให้ดีใจ

อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ก็ยอมเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มเป็น 1 เมตร โดยมีเงื่อนไขให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำฉิมพลีและนครชัยศรีเพื่อเร่งระบายน้ำออก

ปัญหาดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ฉวยใช้ ธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศปภ. ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตปริมณฑล 6 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา มาประชุมเพื่อวางแนวทางแก้ปัญหาอุทกภัยร่วมกันในช่วงบ่ายวันที่ 24 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐ

แม้จะยังไม่รู้ว่าผลประชุมร่วมกันระหว่าง กทม. และ 6 จังหวัดปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วมวันนี้จะออกมาอย่างไร แต่คำให้สัมภาษณ์ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนัยที่น่าสนใจ โดยนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ศปภ.เร่งหารือกับ กทม. ถึงแนวทางการปรับวิธีการระบายน้ำหรือหาข้อตกลงร่วมกันถึงวิธีการระบายน้ำใหม่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และนนทบุรี หลังจากเกิดปัญหาความขัดแย้งเรื่อยมาในหลายจุด

“ได้สั่งการให้มีการหารือในการปรับวิธีการระบายน้ำ ขณะนี้น้ำในกรุงเทพฯ ลดลงแล้ว ต้องหาวิธีการระบายน้ำใหม่ อยากขอความกรุณาว่าขณะนี้ประชาชนในหลายพื้นที่กำลังประสบความยากลำบาก จึงอยากขอความเห็นใจว่าพื้นที่ไหนพอจะรองรับหรือช่วยทุเลาความเดือดร้อนลงได้ และพื้นที่ไหนที่แห้งแล้วควรจะเปิดทางให้น้ำไหลมายังประตูระบายน้ำได้โดยเร็ว เพราะธรรมชาติของน้ำต้องมีทางไป จะกั้นไว้เฉยๆ คงไม่ได้ ศปภ.ไม่ทราบระบบการระบายน้ำของ กทม. ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของ กทม.ที่ต้องช่วยคิดและตัดสินใจ และมองความลำบากของคนทั้งประเทศเหมือนกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.ประชา ก็ส่งสัญญาณว่า ก่อนที่น้ำทะเลจะหนุนสูงในวันที่ 25 พ.ย.นี้ จะต้องเร่งผันน้ำทางทิศตะวันตกลงทะเลให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะทั้ง 3 คลอง คือ คลองมหาสวัสดิ์ คลองทวีวัฒนา และคลองภาษีเจริญ เพื่อระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาน้ำที่ยังท่วมขังที่ จ.นนทบุรี ปทุมธานี และบริเวณดอนเมืองผ่อนคลายไป

“จุดที่น้ำผ่านก็ไม่ได้มีเพียงจุดเดียว ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้กระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด ซึ่งบริเวณถนนเพชรเกษมคงต้องรับภาระนี้หนักพอสมควร เนื่องจากต้องมีการระบายน้ำออกจากคลองมหาสวัสดิ์ด้วย” พล.ต.อ.ประชา กล่าว

การประชุมวันนี้จึงเป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะส่งผลต่อสถานการณ์น้ำท่วมโดยรวมอย่างไร

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ