
เด้งปลัดคมนาคม ปปง.อายัดทรัพย์
ไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังหัวขโมยตัวแสบแฉว่าฉกเงินจากตู้เสื้อผ้าในห้องนอนสุพจน์ ทรัพย์ล้อม
ไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังหัวขโมยตัวแสบแฉว่าฉกเงินจากตู้เสื้อผ้าในห้องนอนสุพจน์ ทรัพย์ล้อม
ปลัดกระทรวงคมนาคมมาได้ 200 ล้านบาท แต่ที่เหลือหมดปัญญาจะขนมาได้ เพราะมีอีกร่วม 700-1,000 ล้านบาท
ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็มีคำสั่งให้ สุพจน์ มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่เจ้าตัวระบุว่า นี่เป็นการดิสเครดิตตัวเขา
“ดูตามข้อเท็จจริงด้วยว่าเงินพันล้านจะเก็บอย่างไร บ้านผมก็ไม่ใช่ปราสาทหรือราชวัง ที่จะมีที่เก็บเงินขนาดนั้น...หากมีจริงคนร้ายขับรถกระบะมาแล้ว ทำไมถึงนำเงิน 1,000 ล้านไปได้ไม่หมด ให้ดูตามข้อเท็จจริงก่อน” ปลัดคมนาคมร้องขอความเห็นใจ
สุพจน์ ยืนยันว่าเงินที่ถูกขโมยไปเป็นเงินสินสอดและเงินรับไหว้งานแต่งงานลูกสาว แต่จำนวนเท่าไหร่ไม่สามารถตอบได้ เพราะยังไม่ได้นับ แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีเงินส่วนตัวแน่นอน เพราะไม่เก็บเงินส่วนตัวไว้ที่บ้านอยู่แล้ว
ยงยุทธ ให้เหตุผลการสั่งย้าย สุพจน์ ว่า ไม่เกี่ยวกับเหตุโจรกรรมที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ต้องการให้มาช่วยการพิจารณางบประมาณฟื้นฟูของกระทรวงคมนาคม ที่มีงบประมาณสูงถึง 45 หมื่นล้านบาท จึงจำเป็นต้องนำคนที่มีความรู้ความสามารถมาช่วย เพราะถ้าทำในฐานะปลัดกระทรวงคมนาคม ก็จะได้เพียงงานของกระทรวงคมนาคม
ตัวเลขที่ถูกโจรกรรมเป็นเท่าไหร่ ยังเป็นปริศนา ทั้งหมดเป็นแต่เพียงการให้ปากคำของผู้ต้องหา เพื่อความชัดเจน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่า ได้รับการประสานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ ปปง.อายัดทรัพย์ของสุพจน์ไว้ก่อน เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย
“ปปง.อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการธุรกรรมที่ทำหน้าที่พิจารณายึด อายัดทรัพย์ จึงคาดว่าต้องใช้เวลาสักระยะในการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์เส้นทางการเงินในการดำเนินการต่อไป” พ.ต.อ.สีหนาท ระบุ
กระบวนการหลังจากนี้ คือ ปปง.ยึดอายัด ป.ป.ช.ตรวจสอบ หากพบว่ามีการทุจริต ตำรวจจะดำเนินคดีอาญา
ด้านตำรวจแถลงเพิ่มเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่า จับคนร้ายได้อีก 2 คนแล้ว
“เชื่อได้ว่าทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปนั้นน่าจะมีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุเห็นคนร้ายหิ้วกระเป๋าเป้ใบใหญ่ออกไป สอดคล้องกับคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่จับกุมได้” พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ระบุ
วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า มอบหมายให้ฝ่ายข่าวของ ป.ป.ช.ไปรวบรวมตรวจสอบข้อมูลแล้ว โดยจะประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในคดีมาเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ สุพจน์ ยื่นไว้
ขณะที่ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บอกว่า ดีเอสไอยังไม่แตะเรื่องนี้ เพราะทั้งหมดเป็นเพียงคำพูดของคนร้าย ยังไม่มีอะไรที่เป็นทางการจากตำรวจ ถ้ามีผลสอบสวนออกมาว่าและน่าเชื่อว่าได้เงินมาจากการทุจริต เมื่อนั้นดีเอสไอถึงจะเข้าไปสอบสวน
เรื่องนี้มีปมเงื่อนที่รอการคลี่คลายอีกเพียบ!







