
กมธ.ปรองดองฯ ตั้ง “บิ๊กบัง” นั่งหัวโต๊ะ หนุน คอป.
กมธ.ปรองดองฯ ตั้ง “บิ๊กบัง” นั่งหัวโต๊ะ หนุน คอป. ดึงสถาบันพระปกเกล้าเข้าร่วมหาทางออก “เต้น” ชี้ อาจเกิดความวุ่นวายรอบใหม่ในสังคม
กมธ.ปรองดองฯ ตั้ง “บิ๊กบัง” นั่งหัวโต๊ะ หนุน คอป. ดึงสถาบันพระปกเกล้าเข้าร่วมหาทางออก “เต้น” ชี้ อาจเกิดความวุ่นวายรอบใหม่ในสังคม
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ มีมติให้พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เป็นประธานกมธ.และให้นายนายวัฒนา เมืองสุข สส.บัญชีรายชื่อ นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พล.ต.อ.วิรุฬห์ ฟื้นแสน สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายเจะอามิง โตะตาหยง สส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ และนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานกมธ.
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง ซึ่งก็เคยมีการตั้งคณะกรรมการ และองค์กรอิสระ ในการทำงานเพื่อสร้างความปรองดอง แต่ก็ยังไม่บรรลุผล ความขัดแย้งเกิดขึ้นจากการเมือง ซึ่งเห็นว่าสภาเท่านั้นจะเป็นตัวช่วยในการนำความปรองดองกลับมาสู่บ้านเมือง เชื่อว่าประชาชนทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ซึ่งอาจจะต้องใช้วิธีการต่อยอดจากกระบวนการต่างๆ ที่ได้เคยทำมาบางส่วน โดยมีหลักคิด คือ นำอดีตมาจัดระเบียบให้ดี และมาพูดคุยกันเพื่อทำให้ปัจจุบันสามารถเดินไปสู่อนาคตได้ อยากคุยกันในเรื่องปัจจุบันมากกว่า ทุกคนมีความรักชาติ แต่วิธีการอาจจะแตกต่างกัน และนำหลักธรรมะเข้ามาใช้ คือ การให้อภัยกัน ต้องหัดเป็นคนขี้ลืมบ้าง จะได้นำไปสู่ความปรองดองที่แท้จริง
“ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า กมธ.จะนำผลสรุปของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน มาประกอบการพิจารณา เพื่อเป็นพื้นฐานของกรอบแนวความคิดและจะใช้สถาบันที่เป็นกลางเพื่อศึกษาและวิจัย ค้นหาวิธีทางในการปรองดอง อาทิ สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งมีความเป็นกลางในขณะนี้ ซึ่งสองแนวทางนี้จะใช้เป็นกรอบในการดำเนินของ กมธ.ต่อไป” พล.อ.สนธิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สส.บัญชีรายชื่อ กมธ.จากพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ตราบใดที่ยังมี2มาตรฐาน ความสงบสุข ความปรองดองก็จะไม่เกิดขึ้น ที่ผ่านมามีกรรมการที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีความพยายามที่จะให้เกิดความยุติธรรมและชดเชย เยียวยาความสูญเสียมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกชุดที่มีการศึกษาวันหนึ่งเหตุการณ์ก็หมุนกลับมาที่เดิม ซึ่งตนเห็นว่าการทำงานจะเป็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น หากคิดให้เป็นระบบ และเป็นภาพกว้าง ต้องมีการคิดและศึกษา ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีกครั้งไม่นานนี้ และเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เพราะตนรู้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้นกับรัฐบาลนี้ และกังวลว่าจะมีการบาดเจ็บล้มตายขึ้นอีก







