
คนงานฮือประท้วงนายจ้างเบี้ยวค่าแรง
พนักงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ชุมนุมเรียกร้องค่าจ้างนหลังบริษัทไม่จ่ายเงินเดือนเหตุเพราะถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน
พนักงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ชุมนุมเรียกร้องค่าจ้างนหลังบริษัทไม่จ่ายเงินเดือนเหตุเพราะถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน
ตัวแทนพนักงานจากบริษัทมินอิก จำกัด และบริษัทเอ็มยู ประเทศไทย จำกัด ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา กว่า 300 คน ชุมนุมประท้วงที่บริเวณหน้าศูนย์ราชการจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเรียกร้องให้นายจ้างเร่งจ่ายเงินประจำงวดแรกของเดือนพ.ย.คือประจำวันที่ 14 พ.ย.อันเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายแรงงาน
นายศักดิ์ชัย บูรณะ เจ้าหน้าที่วางแผนการผลิตของบริษัท มินอิก จำกัด เปิดเผยว่า พนักงานของบริษัทฯ ในเครือกว่า 300 คนได้มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีพนักงานของบริษัทฯ ไม่ได้รับเงินเดือนงวดแรกของเดือนพ.ย. ซึ่งกำหนดแล้วนายจ้างต้องจ่ายให้ในวันนี้ แต่ปรากฏว่าไม่มีการจ่ายเงินโดยนายจ้างให้เหตุผลว่า ขณะนี้โรงงายยังปิดทำการเพราะน้ำท่วมและต้องรอให้น้ำลดลงและเปิดโรงงานเป็นปกติก่อนจึงจะจ่ายเงินคืนให้หรืออาจจะต้องรอไปอีกประมาณ 6 เดือน
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายจ้างรับปากว่าจะจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานมาตรา 75ให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ รวมถึงในเดือนต.ค.นายจ้างได้จ่ายเงินให้กับพนักงานถึง 100% ประกอบกับพนักงานดังกล่าวไม่สามารถไปยื่นขอรับเงินชดเชยกับสำนักงานประกันสังคมได้เนื่องจากนายจ้างยังไม่ได้เลิกจ้าง
สำหรับบริษัท มินอิก จำกัด และ บริษัท เอ็มยู ประเทศไทย จำกัด เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะและมีปัญหาข้อพิพาทแรงงานลักษณะเดียวกัน โดยทั้ง 2โรงงานมีพนักงานรวมทั้งหมด 1,900 คน ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ป้อนให้กับนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินและส่งออกไปขายยังประเทศมาเลเซีย สร้างรายได้ให้กับประเทศหลายร้อยล้านบาทในแต่ละปี
ด้านนายวรรณรัตน ศรีสุกใส หัวหน้าสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ภายหลังสหภาพแรงงานเป็นตัวแทนเข้าหารือว่า ทางสำนักงานสวัสดิการฯจะเจรจาให้นายจ้างช่วยเหลือเยียวยาพนักงานให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด เพราะมองว่าหากนายจ้างไม่จ่ายเงินให้พนักงานเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องพร้อมกันนี้ ได้แสดงความเห็นใจทั้งสองฝ่ายที่ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 21 พ.ย.จะเชิญนายจ้าง ชาวไต้หวันของทั้ง 2 โรงงานมาหารืออีกครั้ง
นอกจากนี้หลังทราบข้อตกลง กลุ่มพนักงานของ 2 โรงงาน ได้แยกย้ายกลับบ้านโดยสันติและจะกลับมาฟังคำตอบอีกครั้งในวันที่ 21 พ.ย.หากผลการประชุมของเจ้าของโรงงานไม่เป็นที่น่าพอใจจะนัดรวมตัวพนักงานทั้งหมดประท้วงและอาจขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อชี้ให้เห็นสภาพที่แท้จริงของผลกระทบเมื่อน้ำท่วมโรงงาน







