
มองข้ามน้ำ
วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว สถานการณ์ขณะนี้น่าจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี
วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว สถานการณ์ขณะนี้น่าจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี
โดย..สมผล ตระกูลรุ่ง
แม้นักวิชาการยืนยันว่ามวลน้ำก้อนใหญ่ในทุ่งเหนือกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังมีอยู่ ละน้องน้ำเหล่านั้น ย่อมจะต้องมาเที่ยวกรุงเทพฯอย่างแน่นอน เพราะไม่มีทางอื่นใดที่จะไป ส่วนจะเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯชั้นในหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานครว่า จะสามารถตกลงกับน้องน้ำได้หรือไม่ว่า ให้เธอไหลไปลงทะเลทางไหน
ส่วนรัฐบาลของคุณปูคงมองข้ามปัญหาการแก้ไขน้ำท่วมไปแล้ว เพราะดูเหมือนว่า จะโยนปัญหาให้ กทม.ไปจัดการ รัฐบาลปูแดงวันนี้มองข้ามน้ำไปแล้ว ไปวางแผนว่าจะกู้ประเทศได้อย่างไร
ที่ว่ากู้ประเทศนั้น เป็นการกู้เงินมาใช้ในการบูรณะประเทศเป็นวงเงินหลายแสนล้านบาท โครงการต่างๆ ผุดขึ้นมากมายในสมองของนักการเมือง
เริ่มจากการสร้างภาพให้ดูดีด้วยการแต่งตั้ง “ดร.โกร่ง” วีรพงษ์ รามางกูร อดีตขุนคลังสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีภาพของนักวิชาการระดับแนวหน้า พูดเรื่องเศรษฐกิจยากๆ ให้เข้าใจได้ง่ายๆ แต่ปัจจุบันมาเอาดีทางธุรกิจ และดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามไปในทิศทางเดียวกับนายห้างดูไบเสียด้วย แถมยังตั้ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นที่ปรึกษา ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลปูแดงดูดีขึ้น
สำหรับ ดร.โกร่ง ที่รับงานครั้งนี้ เพราะเห็นว่าวิกฤตครั้งนี้ประเทศชาติเสียหายหนักมาก จะต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หลายบริษัท ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
วิกฤตครั้งนี้หนักหรือไม่หนัก ต้องดูผลที่เกิดขึ้น เมื่อนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งจมน้ำ แรงสั่นสะเทือนกระทบไปทั่วโลก ไม่เฉพาะในประเทศไทยหรือญี่ปุ่นเท่านั้น แม้แต่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ของอเมริกายังได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากขาดอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศไทยเรา ยังไม่รวมอุตสาหกรรมอาหารที่มีศูนย์การผลิตหลักอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร หากนิคมอุตสาหกรรมที่นั่นจมน้ำ ย่อมกระทบอีกหลายประเทศที่พึ่งพาอาหารจากประเทศไทย
งานครั้งนี้ ขอให้เป็นงานเพื่อชาติชิ้นโบแดงของ ดร.โกร่ง อย่าให้เป็นงานเพื่อญาติสีแดงของนายห้างใหญ่ เพราะจะทำให้บรรลัยทั้งประเทศ และฉายาที่คนจะจดจำจะกลายเป็น ดร.โกร่งกางเกงแดงตัวจริง
ต้องระวังกันให้ดี รัฐบาลชุดนี้ว่องไวในการทำงานมากๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ แม้ยังแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ (หรือไม่มีปัญญาจะแก้) แต่รัฐบาลกลับมองข้ามน้ำไปวางแผนการฟื้นฟูประเทศด้วยโครงการนิวไทยแลนด์ วงเงินกู้ 9 แสนล้านบาท
เงินก้อนใหญ่อย่างนี้ เสือหิวเสือโหยทั้งหลายมองกันตาเป็นมัน เอาแค่ 20% ก็ทุกข์หนักแล้ว ทุกข์เพราะไม่รู้จะเอาเงินไปซุกไปซ่อนไว้ที่ใด เห็นทีงานนี้ต้องปรึกษานายใหญ่ผู้เชี่ยวชาญชำนาญซุก ที่ซุกได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นซุกหุ้น หรือซุกเงิน (แต่จะรวมซุกลูกซุกเมียด้วยหรือไม่ ต้องไปถามนายหญิงเอาเอง)
เงินจำนวนมากอย่างนี้ มีหรือจะรอดปากเหยี่ยวปากกา เอาแค่ของบริจาคที่ดอนเมืองยังถูกอีแร้งรุมทึ้งอย่างไม่ละอาย เบียดบังเอาอย่างหน้าด้านๆ ไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา
เมื่อรัฐบาลท่านมองไกล มองข้ามน้ำไปแล้ว พวกเราที่ได้รับความเสียหายจากภัยครั้งนี้ ก็ควรมองข้ามน้ำไปด้วยว่า เมื่อน้ำลดจะเรียกร้องค่าเสียหายจากใครได้บ้างหรือไม่ เพราะเงิน 5,000 หรือ 3 หมื่นบาท ที่รัฐบาลจะให้ จะช่วยอะไรได้ แค่สำรวจค่าเสียหายก็หมดแล้ว
หากภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ใช่ภัยพิบัติจากธรรมชาติ แต่เกิดจากการกระทำของมนุษย์แล้วไซร้ กฎหมายย่อมคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งเริ่มมีเสียงร้องให้ฟ้องรัฐบาล
เหตุที่จะฟ้องร้องพิจารณาได้ 2 ประเด็น คือ การบริหารจัดการอันเป็นเหตุให้น้ำท่วม และการบริหารจัดการน้ำที่ท่วมแล้ว โดยไม่รู้จริง
การบริหารจัดการอันเป็นเหตุให้น้ำท่วม หมายถึงการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน การปล่อยน้ำจากเขื่อนทำให้ท่วมพื้นที่ใต้เขื่อน เป็นการบริหารจัดการด้วยความประมาทเลินเล่อหรือไม่ จริงหรือไม่ที่มีนักการเมืองไปสั่งให้เขื่อนเก็บกักน้ำเอาไว้ เพราะกลัวภัยแล้ง เกรงว่าชาวนาจะไม่มีข้าวไปจำนำตามนโยบายของรัฐบาล แต่พอพายุเข้า จะปล่อยน้ำก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะทั้งน้ำจากพายุ น้ำจากเขื่อน ไหลบาเข้าท่วมที่ราบลุมภาคกลาง ทำให้เกิดมหาอุทกภัยจากฝีมือของนักการเมือง
ข้อมูลและสถิติต่างๆ ของการกักเก็บน้ำ การพร่องน้ำจากเขื่อน เป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ขอเพียงระวังอย่าให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้
การพิสูจน์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ อธิบายได้ด้วยเหตุผล และมีผู้รู้เห็นมากมาย เพราะการบริหารจัดการกระทำกันในรูปแบบของคณะกรรมการหรืออนุกรรมการ
ถ้าคิดง่ายๆ แบบชาวบ้าน ก็ต้องบอกว่า เป็นไปได้อย่าไรที่น้ำท่วมบ้านโดยฝนไม่ตก ปีนี้ประเทศเรามีพายุมาเยี่ยมเพียง 3 ลูก ไม่ได้มากกว่าปีที่ผ่านๆ มา จึงไม่มีเหตุผลที่น้ำจะท่วมเพราะพายุ แต่น้ำท่วมเพราะการปล่อยน้ำจากเขื่อน ซึ่งควบคุมโดยมนุษย์ไม่ใช่เทวดา จึงไม่น่าจะเป็นเหตุภัยพิบัติตามธรรมชาติ
อีประเด็นหนึ่งคือ การแก้ปัญหาน้ำท่วม เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ การต่อสู้กับน้ำโดยไม่รู้จักธรรมชาติของน้ำ คิอว่าตัวเองเก่ง นิคมไหนก็ เอาอยู่เอาอยู่ แต่สุดท้าย พ่ายแพ้ยับเยิน ชาวบ้านต้องช่วยตัวเอง เพราะรัฐบาลมัวแต่ เอาอยู่เอาอยู่
อย่างไรก็ตาม อยากฝากผู้ที่กำลังเตรียมเรื่องฟ้อง คือ จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลเท่านั้นหรือ หากรัฐบาลต้องจ่ายค่าเสียหาย ก็หนีไม่พ้นเงินภาษีของพวกเราๆ ท่านๆ ประเด็นการฟ้องจึงน่าจะพิจารณาถึงตัวบุคคล ถึงพรรคการ เมือง ถึงผู้มีอำนาจของพรรคการเมืองที่ครอบงำพรรคการเมืองนั้นๆ ให้รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว จะได้ไม่กระทบงบประมาณจากภาษีประชาชน
หรือญาติของผู้ที่เสียชีวิตจะลองฟ้องคดีอาญา ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายก็ได้
จับนักการเมืองติดคุกเสียบ้าง น้ำลายจะได้ไม่ท่วมสภา







