
เรื่องใหญ่หลังน้ำลด
รัฐบาลต้องเร่งรับมือเรื่องที่ใหญ่กว่า ซึ่งกำลังจะตามมาหลังน้ำลดได้แล้ว
รัฐบาลต้องเร่งรับมือเรื่องที่ใหญ่กว่า ซึ่งกำลังจะตามมาหลังน้ำลดได้แล้ว
เพราะปัญหาที่จะตามมาจากน้ำท่วมใหญ่กินเวลานานเป็นเดือนๆ ปัญหาที่มาย่อมจะมากกว่า สาหัสกว่า ซับซ้อนกว่า น้ำท่วมไหลหรือท่วมขัง เพียงไม่กี่วันเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา
หากพิจารณาตามท่าทีของรัฐบาลถึงการรับมือหลังน้ำลด รัฐบาลเตรียมช่วยภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม กลุ่มผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบการรายกลาง รายเล็ก หรือเอสเอ็มอี กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช่น ให้เงินชดเชยที่อยู่อาศัยที่โดนท่วมตามเงื่อนไขหลังละ 5,000 บาท มีการจ่ายเงินให้ผู้ตกงาน เตรียมชดเชยให้เกษตรกร มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะขึ้นมาดูแลนักลงทุนต่างชาติ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบแบบระยะยาว
อย่างไรก็ตาม กับเรื่องสุขภาพและเรื่องความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สิน ที่ผ่านมายังค่อนข้างไม่เห็นมาตรการออกมาเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ทั้งที่รัฐบาลก็รู้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่และยืดเยื้อยาว ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมที่นานเป็นเดือนๆ
เป็นที่ทราบกันว่า น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ปริมาณน้ำที่มากมายเกินกว่าทางน้ำไหลอย่างแม่น้ำลำคลองจะระบายผ่านได้ตามปกติ น้ำจึงท่วมทุ่ง ท่วมเมือง ท่วมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารเคมีต่างๆ ท่วมโรงพยาบาล ท่วมกองขยะใหญ่ที่รวมสิ่งปฏิกูลของแต่ละจังหวัด ท่วมสุสาน อย่างไม่สามารถควบคุมได้
ดังนั้น น้ำท่วมขังที่กำลังไหลลงสู่ทะเลครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยสารพิษ เชื้อโรค สิ่งปฏิกูลที่หมักหมมกันมาเป็นเดือนๆ ในการสัมผัสจากการใช้ชีวิตประจำวัน รัฐบาลก็มีการออกมาเตือนเกี่ยวกับโรคที่จะตามมากับน้ำเป็นระยะๆ ซึ่งเรื่องนี้ถ้าจะให้ดีรัฐบาลควรเตือนถึงการจัดการกับเชื้อโรคที่มากับน้ำที่ไปเกาะเป็นคราบนานเป็นเดือนๆ ตามบ้านเรือนด้วยว่าควรจะจัดการอย่างไรให้ถูกสุขอนามัย เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะทำความสะอาดบ้านเรือนปลอดภัย ข้อควรระวังเกี่ยวกับเชื้อโรคบางอย่างที่แฝงมากับคราบสกปรกต่างๆ
ขณะเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในช่วงน้ำท่วมก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเกิดเหตุลักขโมยเกลื่อน และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่รัฐสั่งอพยพ ชาวบ้านไม่ยอมอพยพตามที่สั่งเพราะห่วงทรัพย์สินในบ้าน นอกจากนี้ จากคาดการณ์ว่ามหาอุทกภัยครั้งนี้จะทำให้คนต้องตกงานกว่า 6 แสนคน ซึ่งแรงกดดันจากไม่มีรายได้นานๆ เข้า ก็อาจคิดสั้นทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อความอยู่รอด ปัญหานี้จึงอยากฝากรัฐบาลควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัญหาเศรษฐกิจ
ยิ่งรัฐบาลเชื่อว่า อีกไม่นานน้ำจากเหนือจะทยอยระบายลงทะเลได้หมด และมีความหวังกันว่าวันที่ 18 พ.ย.นี้ ช่วงน้ำทะเลลงต่ำอาจจะเปิดประตูระบายน้ำในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทุกบาน ให้น้ำไหลลงทะเลได้เร็วกว่าเครื่องสูบน้ำที่ใช้อยู่ทุกตัวขณะนี้รวมกัน โดยหวังว่าถนนใน กทม.ถึงกับจะแห้ง เมื่อน้ำไหลลงไปในคูคลองหมด รวมทั้งหลายจังหวัดใต้เขื่อนที่โดนท่วมไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในเขตเมือง เช่น จ.นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ได้จัดทำความสะอาดเมืองครั้งใหญ่ไปแล้ว เมื่อคิดว่าน้ำจะลดเร็วขนาดนี้ รัฐบาลก็ยิ่งควรเร่งแผนรับปัญหาใหญ่ที่จะตามให้ครบทุกด้านเร็วขึ้น







