
จีน...กักน้ำเขื่อนโขง กระทบซ้ำแล้งทั้งภูมิภาค
8...ธรา จามิกร
สถานการณ์ภัยแล้งมิใช่แค่ปัญหาภายในประเทศเท่านั้น แต่ในระดับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งประเทศจีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาแม่น้ำโขง สายน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงผู้คนหลายสิบล้านชีวิตแห้งขอด แต่ปัญหามิได้เกิดจากภัยธรรมชาติเท่านั้น ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง ยังมาจากปัญหาการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในประเทศจีนอีกด้วย
นายพีรศักดิ์ อินทยศ ผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เปิดเผยว่า แม่น้ำโขงปีนี้แห้งผิดปกติ ซึ่งไม่เคยเป็นเช่นนี้มานานนับสิบๆ ปี โดยเชื่อว่าเป็นเพราะเขื่อนต้นน้ำในประเทศจีนกักเก็บน้ำไว้ และไม่ยอมปล่อยน้ำเนื่องจากต่างเกิดสภาวะภัยแล้งกันถ้วนหน้า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงต่างเดือดร้อนอย่างหนัก
“
ตอนนี้การเดินเรือสัญจรต่างต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะร่องน้ำเปลี่ยนไป ในอดีตชาวบ้านมีรายได้จากการหาปลาแล้วไปลงทุนภาคเกษตร แต่พอการประมงมีปัญหาวิถีชีวิตชุมชนต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า เรือสินค้าที่เชียงแสนต้องหยุดทั้งหมด จอดอยู่นับสิบลำ ส่วนนักท่องเที่ยวเรือโดยสารที่วิ่งระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ถึงหลวงพระบาง ประเทศลาว ต้องหยุดวิ่งเพราะน้ำตื้นเขิน ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเกิดปัญหามาก เพราะนักท่องเที่ยวไม่รู้ข่าวล่วงหน้า” นายพีรยศ กล่าวด้านนางปิ่นแก้ว บุญวาส ชาวบ้านปากอิงใต้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปีนี้น้ำโขงแห้งมาก 30 ปีที่ผ่านมาไม่เคยแห้งขนาดนี้ ฤดูแล้งนี้มีสันดอนทรายที่ปากอิงเกิดขึ้นยาวหลายร้อยเมตร ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน
นายมิติ ยาประสิทธิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงแสน กล่าวว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขงลดลงมากเมื่อปี 2540 ซึ่งจีนปิดเขื่อนแห่งแรก โดยมีผลให้บ่อน้ำบาดาลแห้งไปด้วย แม้กระทั่งน้ำประปาเองก็เริ่มมีปัญหา และที่น่าห่วงมากคือแม่น้ำคำที่ไหลลงแม่น้ำโขงแห้งมาก
ขณะที่ประเทศลาวก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย เช่น การจราจรระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ และเมืองปากลาย แขวงไชยบุรี ต้องหยุดลง ขณะที่แม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขงต่างก็กำลังแห้งลงเช่นเดียวกัน ส่งผลกับพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นแม้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาระบุถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนจีน ก็ทำให้พอจะอนุมานสาเหตุได้ว่า เป็นผลจากการปิดเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงของจีน โดยหนังสือพิมพ์ไชนา เดลี รายงานเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า นับตั้งแต่ปลายปี 2552 เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่มณฑลยูนนานร้ายแรงที่สุดในรอบ 60 ปี เจ้าหน้าที่ของบริษัท หัวเหนิงลานชางไฮโดรเพาเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงทั้ง 4 แห่ง กล่าวว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลง และกระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า
ขณะที่หนังสือพิมพ์หนานฟ่าง เดลี รายงานว่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนบนแม่น้ำโขงทั้ง 4 แห่ง ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนเสี่ยวหวาน ซึ่งต้องจัดการระดับน้ำเพื่อให้สามารถผลิต กระแสไฟฟ้าได้เพียงพอ แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำลดลงอย่างมากทำให้กระแสไฟฟ้าในยูนนานลดลง







