
โกร่งเน้นใช้งบ-บุกญี่ปุ่น
วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)
กล่าวว่า จะประชุมครั้งแรกในวันที่ 15 พ.ย. เวลา 13.30 น. วาระเร่งด่วนคือการจัดการหลังน้ำลดในอีก 1 เดือน และเรื่องของการใช้งบประมาณที่จะถูกนำมาใช้
วีรพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนวิตกมาก อย่างประเทศญี่ปุ่นมีความกังวลในสายการผลิตที่ทำธุรกิจในประเทศเป็นจำนวนมาก หลังประสบภาวะน้ำท่วม ทำให้การผลิตสินค้าทั่วโลกหยุดชะงักไปด้วย ซึ่งได้แสดงความเห็นใจและจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด
อีกวาระคือ การหารือเพื่อดึงภาคประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานครั้งนี้ รวมถึงการเปิดพื้นที่สำหรับพรรคฝ่ายค้านด้วย และอยากขอกำลังใจในการทำงานเพื่อฟื้นฟูประเทศจากทุกฝ่ายด้วย ทุกสีทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน
ขณะที่ พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ วีรพงษ์ รามางกูร กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) จะเดินทางไปโตเกียว ญี่ปุ่น เพื่อหารือพิเศษกับสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (ไคดันเรน) ซึ่งมีตัวแทนนักลงทุนญี่ปุ่น 50-60 บริษัท มารับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูประเทศ รวมถึงแนวทางการป้องกันนิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
ทั้งนี้ จากการหารือกับกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่น้ำท่วมพบว่า ส่วนใหญ่ยังไม่คิดจะย้ายฐานการผลิตหรือย้ายบริษัทไปยังจังหวัดอื่น และต้องเร่งเปิดสายการผลิตให้ได้ เพราะมีผู้ประกอบการรอสินค้าอยู่จากทั้งประเทศและต่างประเทศ
พยุงศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมคือ การจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูผู้ประกอบการวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท โดยอาจเป็นการให้ซอฟโลนต์ ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เลื่อนการขึ้นค่าแรง 300 บาท ใน 7 จังหวัด ยกเว้นการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม 5% ทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง เป็นระยะเวลา 1 ปี และขอให้ นำเงินกองทุนประกันสังคม มาดูแลเรื่องการว่างงาน
สำหรับมาตรการระยะยาวที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรมได้แก่ การกระจายอุตสาหกรรมเข้าสู่ภูมิภาค , การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยภาคการผลิต และการปรับมาใช้กรีนเทคโนโลยีเพื่อลดดภาวะโลกร้อน







