
2 สำนัก..ค้านทีมกรุ๊ป 2สัปดาห์นี้กรุงเทพฯน้ำไม่ลด?
กรมชลประทาน ชี้แจงยืนยันเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำท่าลดลงในระดับต่ำกว่าตลิ่งแล้ว ปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำต่างๆ
กรมชลประทาน ชี้แจงยืนยันเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำท่าลดลงในระดับต่ำกว่าตลิ่งแล้ว ปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำต่างๆ
ก็มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ส่วน “ปริมาณน้ำค้างทุ่ง” ที่นักวิชาการคาดการณ์ว่าจะเป็น “น้ำก้อนใหม่” เข้าเติมกรุงเทพมหานคร (กทม.) อีกระลอก ขณะนี้สามารถระบายออกลงทะเลได้ประมาณ 121 ล้าน ลบ.ม./วัน ระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ อีกประมาณ 50-60 ล้าน ลบ.ม./วัน ขณะเดียวกันสามารถซ่อมสถานีสูบน้ำและคันกั้นน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี เสร็จแล้ว 12 แห่ง จาก 14 แห่ง
ขณะนี้ปริมาณน้ำกระจายอยู่ในทุ่งตอนบนด้านฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 4,394 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นฝั่งตะวันออก 1,831 ล้าน ลบ.ม. ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา 2,563 ล้าน ลบ.ม. (ข้อมูลวันที่ 9 พ.ย.)
ด้านกลุ่มบริษัท ทีมกรุ๊ป โดย ชวลิต จันทรรัตน์ วิศวกรแหล่งน้ำ ประเมินว่า หลังจากวันที่ 15 พ.ย.เป็นต้นไป น้ำทะเลจะลดระดับลงจากเดิมมาก เป็นเหตุให้สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ดีขึ้น โดยแม่น้ำท่าจีนระบายได้ 40-50 ล้าน ลบ.ม./วัน แม่น้ำเจ้าพระยาระบายได้ 300-350 ล้าน ลบ.ม./วัน สถานการณ์น้ำใน กทม.โดยรวม ฝั่งตะวันออกน้ำทรงตัวทั้งหมด เพราะ กทม.สามารถระบายน้ำออกได้วันละ 30 ล้าน ลบ.ม. น้ำเข้าแค่ 20 ล้าน ลบ.ม.
“ดังนั้น หลังวันที่ 24 พ.ย.นี้ ถนนสายหลักใน กทม.จะปลอดน้ำ ยกเว้นฝั่งธนบุรีที่จะลดลงช่วงปีใหม่ แต่น้ำมวลใหญ่จากทางเหนือจะไม่มีแล้ว” ชวลิต ระบุ
อย่างไรก็ตาม ทีมกรุ๊ปได้หักล้างทฤษฎีของ เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า น้ำจะท่วมถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และน้ำจะท่วมนานร่วม 1 เดือน ว่า น้ำทางเหนือทั้งหมดลดลงทุกจังหวัด เมื่อมาถึงคลองรังสิตประยูรศักดิ์น้ำไปคลองหกวา 60% รั่วคัน 40% จากนี้ไปถึงวันที่ 15 พ.ย. ระดับน้ำจึงจะลดลงเรื่อยๆ ถนนรามคำแหง ซอยลาดพร้าวเลขคู่จะปลอดภัย ถนนศรีนครินทร์ก็จะรอด หากคุมน้ำที่คลองประเวศบุรีรมย์ให้ลงคลองพระโขนงและสูบออกได้
ดังนั้น น้ำจะไม่ข้ามไปเขตห้วยขวาง ขณะที่รัชดาภิเษกจะอยู่แค่หน้าโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค สรุปปริมาณน้ำจะทรงตัวไม่ขยายวงท่วมไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกถนนจะแห้งตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.เป็นต้นไป เพราะน้ำด้านเหนือ กทม.สามารถระบายลงคลอง 13 ได้ ทำให้น้ำลำลูกกาก็จะลด ขณะที่น้ำที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ก็สามารถเปิดบานลงเจ้าพระยาหลังระดับน้ำลดต่ำกว่าตลิ่งแล้วหลังจากนี้
ขณะที่ถนนพระราม 2 เสนอปล่อยให้น้ำไหลผ่านถนนในระดับ 20-30 ซม. แล้วใช้คลองมหาชัยและคลองสนามชัยช่วยระบายน้ำออก หลังจากนี้ฝั่งตะวันตกตั้งแต่คลองมหาสวัสดิ์น้ำจะลดลงภายใน 2 สัปดาห์
“หลังวันที่ 15 พ.ย. ระดับน้ำจากเดิมที่เคยขึ้นสูงถึง 2.7 ม. จะลดลงเหลือเพียง 1-1.5 ม. ผู้อาศัยใกล้แนวคลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองมหาสวัสดิ์ คลองพระพิมลราชา และคลองพระอุดม ระดับน้ำจะลดลงอย่างรวดเร็วมาก รวมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ประชาชนสามารถย้ายกลับเข้าบ้านได้โดยไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ยกเว้นย่านบางใหญ่และตอนเหนือคลองมหาสวัสดิ์ที่อาจผันผวนแต่ก็แค่เล็กน้อย” ชวลิต ระบุ
อย่างไรก็ดี อาจารย์เสรี แย้งข้อมูลข้างต้น โดยย้ำว่าระดับน้ำที่ท่วม กทม.ทั้งสองฝั่งจะทรงตัวในระดับนี้ไปอีกประมาณ 1 เดือน ไม่ว่าจะเป็นถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และถนนลาดพร้าว เนื่องจากล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เปิดช่องให้น้ำไหลผ่านคันบิ๊กแบ็กบริเวณดอนเมืองและถนนจันทรุเบกษาตามที่ชาวบ้านร้องขอ แต่หากสามารถรักษาระดับน้ำในคลองบางซื่อได้และสามารถสูบออกเจ้าพระยาได้ น้ำก็จะไม่รุกคืบไปมากกว่านี้ได้ แต่จะไหลไปตามระบบระบายน้ำของ กทม. ลงแม่น้ำลำคลองไปเรื่อยๆ ในช่วง 1 เดือน โดยในบางพื้นที่อาจถึงหลังปีใหม่
“ขณะที่มวลน้ำใหญ่ที่ยังไม่ไหลลงมา กทม. ยังมีอยู่จริง แต่ตอนนี้น้ำทั้งหมดได้เป็นผืนเดียวกันแล้ว และจะค่อยๆ ไหลลงมาในระดับที่เห็นจนกว่าจะหมด” อาจารย์เสรี ยืนยัน
“มวลน้ำเหนือ กทม. ขึ้นไปด้านตะวันออกมีประมาณ 3,300 ล้าน ลบ.ม. ไหลเข้า กทม. 900 ล้าน ลบ.ม. แต่มาเพียง 30% นอกนั้นส่วนหนึ่งจะค้างทุ่งกับน้ำที่จะระบายไปทางแม่น้ำท่าจีน 30% ส่วนอีก 40% ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนฝั่งตะวันตกเหลืออีก 1,000 ล้าน ลบ.ม. ที่จะเข้ามา
“ประเด็นคือไม่ใช่แค่ 30% ที่จะเข้า มวลที่อยู่ใน กทม.ชั้นใน คันพระราชดำริ 400 ล้าน ลบ.ม. เหนือคลองแสนแสบ 200 ล้าน ลบ.ม. อยู่ที่อื่นอีก 100 ล้าน ลบ.ม. ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่น้ำจะลดใน 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ต้องเข้ามาอีก 900 ล้าน ลบ.ม. ตอนนี้น้ำเข้ามาวันละประมาณ 15 ล้าน ลบ.ม. แต่ กทม.มีศักยภาพดูดออกวันละ 30-40 ล้าน ลบ.ม. ฉะนั้น 900 ล้าน ลบ.ม. ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 60 วัน ไม่มีทางที่จะ 2 สัปดาห์ ส่วนฝั่งตะวันตกอย่างช้าสุด 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง”
ด้าน ชัยยุทธ ชินณะราศรี อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เห็นไปในทางเดียวกับอาจารย์เสรี ว่า ในขณะที่ยังไม่สามารถสกัดมวลน้ำที่ไหลเข้า กทม.ได้ จึงระบุไม่ได้ว่าอีก 2 สัปดาห์สถานการณ์น้ำใน กทม.จะดีขึ้นถึงขั้นที่ว่าถนนต่างๆ จะแห้ง เพราะความสามารถในการสูบน้ำออกยังน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามา
“ขณะนี้น้ำทะเลหนุนสูง กทม.ต้องปิดประตูน้ำ มิให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งสูงกว่าไหลเข้ามาในคูคลองชั้นใน ส่วนน้ำเหนือที่ไหลเข้ามาก็ไม่ได้ไหลลงคูคลองเพื่อสูบออกไป เพราะคูคลองเหล่านี้มีสิ่งกีดขวางและตื้นเขินเกินกว่าจะใช้ระบายน้ำได้ สังเกตได้จากอุโมงค์ยักษ์ที่เตรียมไว้ระบายน้ำนั้นมีน้ำไหลลงในปริมาณที่น้อยมาก ดังนั้นน้ำส่วนใหญ่ที่ไหลไปตามผิวดิน จึงเอ่อท่วมขยายวงกว้างต่อไป จนกว่าจะออกไปสู่ทะเลได้ น้ำไหลบนผิวดินความเร็ววันละ 1 กิโลเมตร ดังนั้นกว่าที่น้ำซึ่งท่วมขังใน กทม.จะไหลไปออกสู่ทะเลต้องใช้เวลาอีกนับเดือน” ชัยยุทธ ระบุ
ชัยยุทธ กล่าวว่า แม้จะสามารถปิดกั้นแนวคันกั้นน้ำ หรือกั้นกระสอบยักษ์ตอนเหนือได้ทั้งหมด แต่ก็จะต้องเผชิญปัญหามวลชนที่ถูกน้ำท่วมขังระดับสูงต่อต้านตามมาอีก จึงไม่มีทางเลยที่จะปิดกั้นมิให้น้ำไหลเข้ามาในพื้นที่ กทม.ได้
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ก็ระบุว่า น้ำได้ลดลงในหลายพื้นที่ หากไม่มีน้ำมวลใหม่เข้ามาเพิ่ม เชื่อว่าภายใน 2 สัปดาห์จะสามารถทำให้น้ำในเส้นทางสายหลักแห้ง แต่ถนนในซอยเล็กอาจต้องใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์
จากทฤษฎีของสำนักวิชาการเหล่านี้ จึงต้องตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบต่อไปว่า น้ำเหนือจะไหลมาเติมพื้นที่ กทม.อีกเท่าไหร่ และจะส่งผลให้น้ำท่วม กทม.ขยายวงออกไปอีกมากน้อยแค่ไหน เป็นความหวังได้หรือไม่ว่าน้ำจะหายไปจาก กทม.ภายใน 2 สัปดาห์ หรือหลังวันที่ 24 พ.ย. ตามที่ทีมกรุ๊ปได้ประเมินไว้
นอกจากนี้ กทม.ได้ประกาศพื้นที่อพยพเพิ่มเติม ดังนี้ เขตบางกอกน้อย ได้แก่ แขวงอรุณอมรินทร์ แขวงบางขุนศรี และแขวงบางขุนนนท์ เขตจอมทอง ได้แก่ แขวงบางขุนเทียน บริเวณถนนกำนันแม้น ซอยเอกชัย 8, 14, 36 และซอยกำนันแม้น 28 แขวงบางค้อ บริเวณซอยวุฒากาศ 42 และชุมชนศาลาครืนรวมใจ
เขตบางบอน ได้แก่ แขวงบางบอน บริเวณพื้นที่จากถนนเอกชัยฝั่งขาเข้าถึงริมคลองบางโคลัด และจากริมคลองวัดสิงห์ถึงถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ได้แก่ บริเวณชุมชนกำนันแม้น 3 ชุมชนสวนผัก ชุมชนริมคลองพระยาราชมนตรี ชุมชนวัดน้อย ชุมชนคลองบางพรานพัฒนา ชุมชนรางไผ่ หมู่บ้านสังสิทธิ์ หมู่บ้านภาสกร 2 ตลาดบางบอน ตลาดสุขสวัสดี หมู่บ้านเอสเค หมู่บ้านธนบดี และพื้นที่จากทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่มหาชัย ถึงถนนเอกชัยฝั่งขาออก และจากซอยโรงเรียนดวงวิภา ถึงเคหะบางบอน ได้แก่ ตลาดศิริชัยและเคหะบางบอน รวมถึงพื้นที่จากถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตกถึงถนนบางบอน 4 และถนนเอกชัยฝั่งขาเข้าถึงริมคลองหนามแดง ได้แก่ ชุมชนรางไผ่ หมู่บ้านทวีทอง หมู่บ้านวรารมย์ โรงเรียนบ้านนายเหรียญ หมู่บ้านบางบอนการ์เด้นวิลล์และหมู่บ้านบางบอนวิลล์







