
แบ่งปันทรัพยากร
ตั้งแต่เกิดมหาอุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดนานร่วม 2 เดือน
ตั้งแต่เกิดมหาอุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดนานร่วม 2 เดือน
ปัญหาเรื่องการจัดการเรื่องสิ่งของบริจาคจากประชาชนและหน่วยงานเอกชนต่างๆ ของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ยังคงอลหม่านและมีคำครหาต่อ ศปภ.อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดภาคประชาชนได้ตรวจสอบถุงยังชีพที่ ศปภ.จัดซื้อและแจกให้กับผู้ประสบภัยว่า น่าจะมีการสั่งซื้อในราคาที่สูงเกินจริง เพราะสิ่งของในถุงประสบภัยมีน้อยมาก
ส่วนการตรวจสอบจาก สส.พรรคฝ่ายค้านนั้น ขอให้มีการชี้แจงกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดซื้อเรือไฟเบอร์กลาส รวม 30 ลำ ในราคาลำละ 2.5 แสนบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินเหตุ ราคาเรือไฟเบอร์กลาส 1 ลำ สามารถหาซื้อเรือติดเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้มากถึง 23 ลำ และอยากเห็นว่าเรือที่จัดซื้อมาเป็นเรืออย่างไรอยู่ที่ไหนบ้าง
นอกจากนี้ รายการสุขามือถือกระดาษ ที่ได้สั่งซื้อ 3 หมื่นชุด ชุดละ 245 บาท แต่ตัวอย่างของสุขามือถือกระดาษที่ทางเครือปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) ผลิตออกมาจำหน่าย มีราคาระบุไว้ว่า เพียงแค่ 111 บาทเท่านั้น แถมกระดาษชำระอีก 2 ม้วน และถุงดำอีก 10 ใบจึงอยากให้ ศปภ.นำเอาสุขามือถือออกมาแสดงให้ดูว่าเป็นแบบไหนเหมือนที่เอสซีจีผลิตหรือไม่ ทำไมจึงมีราคาสูงกว่ากันมาก
เมื่อมีการกล่าวหารัฐบาลก็ต้องชี้แจง เพื่อความโปร่งใส เพราะเงินที่รัฐบาลนำมาใช้ในการจัดซื้อจัดการใดๆ ก็ตาม เป็นเงินที่มาจากงบประมาณแผ่นดิน นั่นก็คือภาษีที่เก็บมาจากประชาชน ไม่ใช่เงินของพรรคการเมืองใด
การตั้งข้อสังเกตและขอให้มีการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้การจัดสรรทรัพยากรไปยังพื้นที่ผู้ประสบภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากการเกิดภัยพิบัติใหญ่เช่นนี้ จะมีผู้เดือดร้อนเป็นวงกว้าง ความต้องการการช่วยเหลือมีมากพร้อมๆ กันในครั้งเดียว สินค้าต่างๆ ก็จะผลิตไม่พอกับความต้องการ
ในด้านการจัดซื้อมีการตรวจสอบแล้ว ในด้านของการรับของบริจาคนั้น ประชาชนก็ควรจะต้องตระหนักถึงการร่วมทุกข์ร่วมสุขของคนในชาติ ควรจะละวางการเห็นแก่ตัว การแบ่งปันในยามนี้เป็นเรื่องสำคัญ หากข้าวของมีน้อยก็ไม่ควรจะเวียนเทียนรับของบริจาค หรือแย่งชิงกัน ทำให้ของบริจาคไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยทุกๆ คน
ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์นี้ อย่าให้ความเห็นแก่ตัวครอบงำจิตใจคนไทยจนทำให้ประเทศชาติเข้าสู่ภาวะวิกฤตกว่านี้เลย







