
พท.โทษรมว.เกษตรทำน้ำท่วม เติ้งติงตัดสินใจเร็วพลาดได้
พรรคเพื่อไทย (พท.) ยังคงกดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดึงเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์
พรรคเพื่อไทย (พท.) ยังคงกดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดึงเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์
จากพรรคชาติไทยพัฒนามาดูเอง โดย พายัพ ปั้นเกตุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าที่ผ่านมาการทำงานของ รมว.เกษตรและสหกรณ์นั้น ล่าช้า เหมือนรับคำสั่งใครอยู่ ความจริงกระทรวงนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายที่พรรคเพื่อไทยให้ไว้หลายเรื่อง แต่ติดเงื่อนไขที่พรรคร่วมต้องการ เมื่อเอาไปบริหารแล้วทำให้เกิดความเจ็บปวดทั่วถึง น้ำท่วมทั่วถึงทุกคน ก็น่าถึงเวลาที่จะเอากลับมาเป็นของพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องกลัวจะร้าวฉานกับพรรคร่วม
“เราต้องกลัวความร้าวฉานกับประชาชนมากกว่า ถ้าคิดว่าคนไทยยังเจ็บปวดไม่พอก็ให้เขาบริหารต่อไป ตอนนี้สส. หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันไม่ไหวแล้ว” พายัพ กล่าว
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นอกจาก ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย สันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่อยู่ในข่ายถูกปรับเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว ยังมีชื่อของ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม จากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ซึ่งถูกประเมินอาจถูกปรับออก เพราะรับมือกับปัญหาน้ำผิดพลาด โดยเฉพาะการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เสียหายหลายแห่ง โดยไม่มีมาตรการป้องกัน
ด้าน บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาปกป้องกรมชลประทานว่า ทำงานเต็มที่และให้ข้อมูลตลอดเวลา แม้นายกฯ ต้องฟังที่ปรึกษาส่วนตัว แต่ก็ต้องฟังกรมชลประทานด้วย
บรรหาร กล่าวว่า ปีนี้น้ำมีมาก พายุเข้า 5 ลูก ทำให้น้ำในเขื่อนมีปริมาณมาก ประกอบกับประตูระบายน้ำบางโฉมศรีพัง กรมชลฯ ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องเอาทหารเข้าไปช่วย ส่วนศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ก็ทำอะไรไม่ได้ วันนี้กรมชลฯ ได้เร่งระดมเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ ก็ไม่โทษใคร ต้องช่วยกันทุกฝ่าย อย่าบอกว่าฝ่ายโน้นผิด ฝ่ายนี้ผิด กรมชลฯ ทำเต็มที่แล้ว
บรรหาร กล่าวว่า เมื่อฝนตกมาก เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ก็กักน้ำเต็ม 100% แต่กรมชลฯ ไม่ได้ดูแล อยู่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วจะทำอย่างไร ที่พูดไม่ได้ว่าใคร วันนี้ทุกฝ่ายเข้าใจ กรมชลฯ และกระทรวงเกษตรฯ
“ต้องเห็นใจนายกฯ ก็ท่านเป็นผู้หญิง หน้าตาไม่โรยเลย แถมยิ้มแย้ม ลงไปหาประชาชน ท่านก็บริหารอย่างเต็มที่ แต่เผอิญท่านไม่มีเซนส์ทางนี้ แต่ท่านมีทางธุรกิจ ผมก็ถือว่าท่านสอบผ่านเพราะทำเต็มที่ แต่น้ำไม่เข้าใครออกใคร มันต้องใช้เวลาคิดว่าน้ำจะลงได้ก็ประมาณ 1 เดือน เดือนนี้ก็ไม่ลง” บรรหาร กล่าว
บรรหาร กล่าวว่า การปรับ ครม.เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จะพูดคุยกัน และต้องไปถามหัวหน้าพรรค แต่ยืนยันว่า การที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ หรือกรมชลประทาน ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องเอกภาพในการทำงาน และคิดว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่ทำอะไรผลีผลาม ในยามวิกฤตอย่างนี้ต้องช่วยกัน อย่าไปโทษกันเลย สื่อก็ต้องช่วยด้วย
สำหรับเสถียรภาพรัฐบาลหลังน้ำลด ต้องไปถามฝ่ายค้าน แต่ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลไม่น่าจะคลายลงเพราะคนเสื้อแดงยังสนับสนุน และดูแลรัฐบาลได้
บรรหาร ยังกล่าวตำหนิ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า ถ้า กทม.ต้องการเครื่องสูบน้ำ ก็สามารถโทร.บอกได้ทันที ท่านก็เป็นหม่อมราชวงศ์อย่าถือยศในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือตามขั้นตอนราชการ วันนี้เครื่องสูบน้ำของกรมชลฯ ก็ไม่มี เพราะใช้กันหมดแล้ว ต้องไปยืมจากต่างจังหวัด
เมื่อถามว่า มีการกล่าวหาว่ามีนักการเมืองใหญ่ไปปลูกข้าวที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี จึงไม่กล้าปล่อยน้ำเข้าไปท่วม บรรหาร กล่าวว่า ที่ทำนาได้คือที่ดอน ทั้ง จ.อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ก็ทำนาเหมือนกันหมด ทำไมไม่ไปถาม รังสิตคลอง 11-12-13 ก็ยังทำนาทำไมมาว่า จ.สุพรรรณบุรี ประภัตร โพธสุธน อดีต สส. สุพรรณบุรี ก็ไม่ได้ทำ และไม่มีแม้แต่ไร่เดียว
ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า รัฐบาลพยายามหาแพะรับบาปแทนนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการโทษพรรคประชาธิปัตย์ว่ากักน้ำในเขื่อนช่วงเป็นรัฐบาล จากข้อมูลพบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก วันที่ 15 ส.ค. 2554 หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 72% เทียบกับรัฐบาลของอภิสิทธิ์ วันที่ 15 ส.ค. 2552-2553 มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 42% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ จนเมื่อถึงวันที่ 6 ต.ค. 2554 ในรัฐบาลนี้ระดับน้ำในเขื่อนพุ่งสูงถึง 98% ถือว่าเป็นการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด ครม.ได้รับทราบปัญหาแต่กลับไม่มีใครสนใจ
นอกจากนี้ในวันที่ 6 ต.ค. รัฐบาลยังได้สั่งให้มีการปล่อยน้ำก่อนวันที่จะเริ่มต้นโครงการจำนำข้าวเกษตรกร คือวันที่ 7 ต.ค. เพียงวันเดียว จึงเชื่อว่ารัฐบาลต้องการที่จะรอให้โครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นเพราะหวังว่าเกษตรกรจะมีข้าวมาจำนำ แต่ก็น่าเสียดายว่านาข้าวส่วนใหญ่ไม่เหลืออะไรแล้ว







