posttoday
บิ๊กแบ็กไม่ได้ผล-คนต้านปิดประตูน้ำฝั่งตะวันออกสุดวิกฤต

บิ๊กแบ็กไม่ได้ผล-คนต้านปิดประตูน้ำฝั่งตะวันออกสุดวิกฤต

05 พฤศจิกายน 2554

การวางกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ตามแนวคลองรังสิตเพื่อกั้นน้ำด้านเหนือมิให้ไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

การวางกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ตามแนวคลองรังสิตเพื่อกั้นน้ำด้านเหนือมิให้ไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)

อาจไม่ได้ผล เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยอมรับไม่มั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมทั้งเมือง เนื่องจากแนวกระสอบทรายยักษ์ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะช่วยชะลอน้ำได้ครึ่งหนึ่ง แต่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าพื้นที่ กทม.ชั้นใน

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. การวางกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ยังไม่แล้วเสร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากปัญหาการลำเลียงกระสอบทรายยักษ์จากรถไฟเข้าพื้นที่ โดยในช่วงเช้าวานนี้รถไฟลำเลียงกระสอบทรายเกิดขัดข้อง ทำให้การดำเนินการล่าช้าออกไปหลายชั่วโมง ขณะที่น้ำที่ไหลบ่าเข้ามาในพื้นที่ กทม.ก็ขยายกว้างออกไปอีกหลายเขต โดยระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตบางเขนและจตุจักรสูงขึ้นอีก 20 เซนติเมตร มีนบุรี ขึ้น 3 เซนติเมตร ลาดพร้าว ขึ้น 5-10 เซนติเมตร

นอกจากนี้ ปัญหาด้านตะวันออก ภายหลังนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สั่งให้เปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา ก็ทำให้น้ำไหลลงสู่คลองแสนแสบเข้าสู่พื้นที่ กทม.ชั้นในมากขึ้น นิคมฯ บางชันและนิคมฯ ลาดกระบัง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ทางน้ำไหลผ่านเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมาตรการปิดประตูระบายน้ำคลอง 8-10 คลองหกวาสายล่าง มิให้น้ำจากพื้นที่ จ.ปทุมธานี ไหลลงสู่คลองแสนแสบก็ไม่เป็นผลจากแรงต้านของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะถูกน้ำท่วมขัง หากมีการปิดประตูระบายน้ำดังกล่าว

บิ๊กแบ็กไม่ได้ผล-คนต้านปิดประตูน้ำฝั่งตะวันออกสุดวิกฤต

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ว่าฯ กทม. เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้มาตรการควบคุมมวลชนให้ได้ เพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำทะลักเข้าพื้นที่ กทม.ทำได้โดยสะดวก หากรัฐบาลสามารถชะลอน้ำที่จะเข้าพื้นที่ถนนโลคัลโรด และฝั่งตะวันออกเพิ่มได้สำเร็จ ก็จะทำให้ความมั่นใจที่น้ำจะไม่ท่วม กทม.ทั้งหมดมีมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัท ทีมกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรน้ำ ได้วิเคราะห์พื้นที่น้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียม โดยพบว่าผืนน้ำได้ประชิดจนเกือบจะเรียกว่า “กทม.ชั้นในกำลังถูกล้อมเป็นวงกลม” เนื่องจากทางตอนเหนือน้ำไหลเข้าท่วมไปหลายเขตแล้ว อีกทั้งด้านทิศใต้ กทม. พื้นที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรปราการ น้ำก็ได้เข้าท่วมหมดแล้วเช่นกัน

บริษัท ทีมกรุ๊ป ระบุว่า จากแผนที่ดังกล่าว สิ่งที่น่าวิตกคือคันกั้นน้ำหลายจุดได้พังลง ไม่ว่าจะเป็นย่านรังสิต สายไหม แนวคลองสามเสน และพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ฝากความหวังไว้กับบิ๊กแบ็ก กระสอบทรายยักษ์ ที่ขวางทางน้ำอยู่

นอกจากนี้ บริษัท ทีมกรุ๊ป ได้ย้ำเรื่องการรั่วซึมของพนังกั้นน้ำคันคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ด้านตะวันตกของประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และน้ำที่ไหลล้นจำนวนมากในพนังกั้นน้ำบนคันคลองรังสิตประยูรศักดิ์ใกล้ตลาดรังสิต ดังนั้นผู้ที่อยู่ใกล้คลองเปรมประชากร คลองประปา ถนนวิภาวดีรังสิต พหลโยธิน และผู้ที่อาศัยอยู่ย่านสะพานใหม่ บางบัว บางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลาดพร้าว โชคชัย 4 สายไหม ให้รีบเก็บของขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำท่วมจะทรงตัวอยู่จนถึงวันที่ 15 พ.ย.นี้

กระแสน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ กทม.มากขึ้นทุกขณะ ทั้งทางด้านทิศเหนือและด้านตะวันออกจากคลองหกวาสายล่างลงสู่คลองแสนแสบ อาจกล่าวได้ว่า การรับมือปัญหาในขณะนี้มีเพียงการสูบน้ำระบายออกเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่การประชุมระหว่างศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) โดยมีนายกรัฐมนตรี กับ กทม. จึงเกิดวิวาทะกันกลางวงประชุมในประเด็นที่กรมชลประทานซึ่งอยู่ภายใต้ ศปภ.ไม่ยอมส่งเครื่องสูบน้ำสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตของ กทม.

สถานการณ์น้ำด้านเหนือและด้านตะวันออกที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ มีนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง ท่าอากาศยานแห่งชาติ และพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ รวมทั้งชีวิตผู้คนอีกนับสิบล้านคนเป็นเดิมพัน ตราบใดที่หลังฉากแล้ว กทม.และ ศปภ. ยังไม่พร้อมใจกันแก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน  

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน