
พท.-ปชป.ทะเลาะไม่เลิก โยนปาบใส่กันหนีรับผิด
พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังคงตอบโต้กันดุเดือดในเรื่องต้นเหตุปัญหาน้ำท่วม
พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังคงตอบโต้กันดุเดือดในเรื่องต้นเหตุปัญหาน้ำท่วม
ประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวตอบโต้ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการ บริหาร ปชป. และทีมงานโฆษก ปชป. ที่ออกมากล่าวหารัฐบาลบริหารจัดการเรื่องน้ำผิดพลาด และไม่ได้มีสาเหตุมาจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นอาการกินปูนร้อนท้อง ปัดความรับผิด ชอบ แล้วโยนให้เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลชุดนี้
“ความจริงพรรคประชาธิปัตย์ควรยืดอกรับอย่างลูกผู้ชายว่า รัฐบาลชุดที่แล้วได้ประมาณการและวางแผนผิดพลาด จึงทำการกักเก็บน้ำเต็มเกือบทุกเขื่อน เนื่องจากเพราะกังวลว่าน้ำจะไม่เพียงพอ แต่สุดท้ายน้ำมามากมายจนเกิดเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่” ประชา กล่าว
นอกจากนี้ ประชายังท้าทายให้สาทิตย์เอาหลักฐานเรื่องน้ำในเขื่อนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์มาดูกันเลยว่าเหลือครึ่งเขื่อนหรือไม่ และอย่าเอาแต่เล่นเกมการเมือง เพื่อปัดความรับผิดชอบ เพราะวันนี้แทนที่จะมุ่งประเด็นช่วยเหลือกัน กลับจ้องจะซ้ำเติมกันโดยโยนความผิด และปรามาสต่างๆ ทั้งๆ ที่รัฐบาลต่างทำงานกันอย่างเต็มที่
“ถ้าพูดแบบนี้ ผมว่าไปใส่กระโปรงดีกว่า โดยพรรค ปชป.จะพูดเรื่องนี้ในวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ผมก็จะพูดด้วย เพราะต้องการเอาความจริงมาพูดกัน ซึ่งวันนี้ทุกคนรู้ดีว่า ใครปกปิดอะไรไว้อยู่” ประชา กล่าว
ด้านพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีนักการเมืองใหญ่ร่วมกับข้าราชการที่สูญเสียอำนาจ ได้ใช้ยานพาหนะเป็นรถยี่ห้อออดี้ ออกมาปลุกปั่นแจกใบปลิวให้ประชาชนขัดขวางการทำงานของรัฐบาล
นอกจากนั้น ยังทำการรื้อกระสอบทราย โดยสร้างกระแสว่าเป็นการกระทำของประชาชนในพื้นที่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล จ้องทำลายทางการเมือง โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน ขอประณามว่าเป็นพวกหนักแผ่นดิน เบื้องต้นอยากให้ประชาชนคอยเป็นหูเป็นตา และได้ตั้งทีมขึ้นมา 20 ทีมเพื่อติดตามเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงต่างๆ หาหลักฐานเป็นภาพถ่าย วิดีโอ เพื่อกระชากหน้ากากนักการเมืองชั่วเผยโฉมออกมาให้สังคมได้รับรู้
ด้านชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้ว่า การที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โยนความผิดให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ว่าเป็นต้นเหตุทำให้น้ำท่วมนั้น เป็นการโกหกคำโตของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ทั้งที่ปัญหาเกิดจากความไร้ฝีมือของนายกฯ ทำให้ไม่กล้าพูดความจริงกับประชาชน จนสถานการณ์บานปลายเกิดความเสียหายมหาศาล แทนที่จะแก้ปัญหา นายกฯ กลับโยนความผิดให้คนอื่น โดยเฉพาะข้าราชการ เช่น ผวจ.ปทุมธานี กรมชลประทาน ก็ตกเป็นเหยื่อของรัฐบาล
ชวนนท์ กล่าวอีกว่า ยิ่งลักษณ์มีอำนาจแต่ใช้อำนาจไม่เป็น เช่น การตั้งกรรมการดูแลเปิดปิดประตูคลองสามวา เป็นเรื่องน่าแปลกในวิธีบริหาร ที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนสร้างปัญหา โดยที่ไม่รู้ผลกระทบแต่ทำตามใจฐานเสียง จากนั้นตั้งกรรมการเป็นแพะรับบาปจากสิ่งที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนก่อ ทำให้ไม่มีใครกล้าแนะนำนายกรัฐมนตรีอีก
“เพราะถ้าเสนอให้ลาออกจะเชื่อหรือไม่ บ้านเมืองคงไม่วิกฤตเท่านี้ ถ้ายิ่งลักษณ์จะไม่มีคุณสมบัติ 5 ข้อ คือ ไม่พูดความจริง โยนความผิดให้คนอื่น เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่กล้าตัดสินใจ และใช้อำนาจไม่เป็น” ชวนนท์ กล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยังได้นำกราฟมายืนยันตัวเลขปริมาณน้ำในเขื่อนพร้อมอธิบายว่า ในช่วงการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ แต่กลับไม่มีการระบายน้ำอย่างที่ควรจะทำ ทั้งที่ ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ มีคำสั่งในวันที่ 5 ก.ย. ให้ชะลอระบายน้ำเขื่อนภูมิพล
ชวนนท์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รับการส่งสัญญาณเตือนจากทั้งกรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยา ว่ากำลังจะมีพายุเข้าถึง 5 ลูก แต่ไม่ใส่ใจที่จะรับมือกับสถานการณ์เพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วม ในวันที่ 15 ก.ย. นายกรัฐมนตรียังทิ้งประชาชนที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัยไปเยือนกัมพูชา เพื่อเยี่ยมฮุนเซนและยังต่อด้วยการทัวร์อาเซียน กระทั่งสถานการณ์น้ำในเขื่อนวิกฤตแล้ว จึงมีการเรียกประชุมคณะกรรมการน้ำเป็นครั้งแรกในวันที่ 6 ต.ค. และมีคำสั่งให้ระบายน้ำในเขื่อน จนทำให้น้ำท่วมไปค่อนประเทศ







