
ทักษิณดิ้นสู้ยึดทรัพย์
นับตั้งแต่มีการต่อสู้ทวงคืนขุมทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท แม้เจ้าของทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะหลบหนีคดีพำนักอยู่ต่างประเทศ แต่ก็บัญชาเกมผ่านที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ รวมถึงออกแถลงการณ์ ปราศรัยผ่านการโฟนอิน วีดีโอลิงก์ สื่อสารผ่านเวปไซต์
นับตั้งแต่มีการต่อสู้ทวงคืนขุมทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท แม้เจ้าของทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะหลบหนีคดีพำนักอยู่ต่างประเทศ แต่ก็บัญชาเกมผ่านที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ รวมถึงออกแถลงการณ์ ปราศรัยผ่านการโฟนอิน วีดีโอลิงก์ สื่อสารผ่านเวปไซต์
ความพยายามแรกของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังใช้ดูไบ เป็นที่พักพิง ได้มอบอำนาจให้ทนายความขอศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องขอเปิดคดีผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2552 แต่ศาลยกคำร้องให้ยื่นโดยลายลักษณ์อักษร
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดสงครามข้อมูลข่าวสารกระหน่ำแจงสาธารณะชนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ครอบครอง ไม่ได้เป็นเรื่องที่ได้มาโดยไม่ควร หรือว่าร่ำรวยผิดปกติและไล่โจมตีองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ( คตส.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ปปช.) หรือแม้แต่องค์กรกระบวนการยุติธรรม พอจะสรุปได้ 3 ข้อดังนี้
1.ไม่ ใช่ ทรัพย์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเป็นหุ้นของครอบครัว ตั้งแต่ยังไม่ทำงานทางการเมือง และปรากฏหลักฐานจากราชการว่า มีการโอนขายให้ลูกกับคนภายนอกไปก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งในการโอนและขายทำถูกต้องตามกฎหมาย และเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่ามีการทำบัญชีทรัพย์สิน ตั้งแต่สมัยรับตำแหน่งรองนายกฯ รมว.ต่างประเทศ จนเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ก็มีบัญชีแสดง ว่าขายหุ้นไป
2.ทรัพย์ นั้นไม่ใช่ทรัพย์ที่ได้มาหลังดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่เป็นทรัพย์ที่มีอยู่เก่า การโอนขายให้ลูกหลาน ได้ทำไปก่อนแล้ว ไม่ใช่ทรัพย์เมื่อเป็นนายกฯแล้วไปกว้านซื้อ
3.ที่กล่าวหาว่าทรัพย์ที่ได้มา คือ เงิน ได้จากการเอื้อประโยชน์ ออกมาตรการต่างๆ จากพยานหลักฐานเจ้าหน้าที่ที่เบิกความทั้งหมดบอกว่า ประเทศชาติไม่ได้มีความเสียหายตามนั้น เป็นการเสียหายในลักษณะของการคำนวณ ทางคณิตศาสตร์ของ คตส.
การแถลงโจมตีการทำงาน คตส.ปรากฎเด่นชัดเห็นจะเป็นครั้ง วันที่ 28 พ.ย. 2550 นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ นำแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว มาแถลงข่าวตอบโต้กรณีที่นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส. ระบุว่าจะแจ้งความกล่าวโทษในคดีซุกหุ้น และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต สืบเนื่องจากกรณีการแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตและกรณีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า หรือ เอ็กซิมแบงค์ ให้พม่ากู้เงิน 4 พันล้านบาท โดยมีเนื้อหาว่า
1.คตส.เป็นองค์กรที่ไม่ชอบด้วยรัฐ ธรรมนูญ และไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 แล้ว การดำเนินการที่ผ่านมาจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม
2.ตลอดระยะเวลาตั้งแต่การทำรัฐประหารจนถึงปัจจุบันคตส.พยายามให้ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ด้วยการให้สัมภาษณ์ โดยปราศจากหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า กระทำการทุจริตหากมีหลักฐานจริง ก็ควรส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินการตามกระบวนการ
3.พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้พี่น้องประชาชน อย่าหวั่นไหวกับการให้ข่าวของบุคคลใด ที่ต้องการทำลายชื่อเสียงเพื่อหวังผลทางการเมือง เราคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่า ยิ่งใกล้เลือกตั้ง จะมีการดำเนินกาลักษณะนี้มากเป็นพิเศษ เพราะวันนี้คะแนนนิยมของพรรคพลังประชาชน กำลังเพิ่มมากขึ้น
4.คตส.มีความลักลั่นสองมาตรฐานเช่นเรื่องหวยบนดินที่เอาผิดเฉพาะครม.ทักษิณทั้งๆที่ครม.สุรยุทธ์ ก็ออกหวยบนดินถึง 4 งวด แต่กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ รวมทั้งเลือกดำเนินคดีเฉพาะกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวแต่ไม่กระทำต่อบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
5. พ.ต.ท.ทักษิณตั้งใจที่จะกลับมาพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล หลังจากที่ประชาธิปไตยกลับคืนมา
กับการปลุกระดมสร้างความสะอาดให้ตัวเองผ่านประชาชน มีการกล่าวเต็มๆไว้กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่น่าจะมามากที่สุดที่สนามรัชมังคลาภิเษก เมื่อ 31 ต.ค. 2551 เวลา 20.50 น. พ.ต.ท.ทักษิณได้ต่อสายโทรศัพท์เข้ามาด้วยการโจมตีกระบวนการยุติธรรม อ้างว่ามีการใช้กระบวนการยุติความเป็นธรรมต่อตัวเขา พ.ต.ท.ทักษิณ โอดครวญว่า "พี่น้องครับ ผม
และครอบครัวถูกทำร้ายไม่ว่าอายัดทรัพย์ที่หากันมาทั้งชีวิตการสั่งจำคุกตั้งข้อหาทั้งครอบครัว แม้แต่เลขาฯส่วนตัวก็ไม่เว้น ครอบครัวผมต้องแตกกระสานซ่านเซ็น พ่ออยู่ทาง แม่อยู่ทาง ลูกอยู่ทาง แต่ความเดือดร้อนของผมถ้าเทียบกับปัญหาที่ประเทศได้รับ เราจะทนเห็นประเทศไทยย่อยยับไม่ได้ ผมเป็นคนบ้างาน เป็นไฮเปอร์แอ๊กทีฟ
มีความสุขมากเวลาทำงานและสำเร็จ แต่เขาไล่คนบ้างานออกไป ไปเอาคนที่เลี้ยงหลานอยู่บ้านมาทำงานแทน ตอนผมอยู่อังกฤษกลัวสมองจะฝ่อ จึงซื้อทีมแมนฯซิตี้มาทำ คิดว่าจะได้เงินคืน แต่เขาก็ไม่ถอนอายัด ทำให้ต้องขายทีมไปให้ชีกของอาบูดาบี ก็พอจะมีเงินเลี้ยงครอบครัว ชดใช้กรรมที่ไม่ได้สร้างอยู่ที่เมืองนอก"
ตบท้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ก็อ้างว่าสิ่งที่จะปลดเปลื้องความทุกข์และกลับประเทศได้ ต้องพึ่งพระบารมี ซึ่งเป็นที่มาของนายวีระ มุกสิกพงษ์ ในการเปิดประเด็นเข้าชื่อมวลชนเสื้อแดงขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่ผิดหลักกฎหมายในเวลาต่อมา
ความเคลื่อนไหวแก้ต่างตัวเองไม่โกงทรัพย์สินได้มาถูกต้องบริสุทธิ์ ยังมีการบอกกล่าวต่อชาวโลก แต่อารมณ์ความรู้สึกเริ่มออกไปในลักษณะกระแนะกระแหน โดยเมื่อ 12 มี.ค2552 พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวกับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในฮ่องกง ผ่านทางวิดีโอลิงก์ จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า แม้ตอนนี้จะมีเงินเหลือน้อย มีเพียงไว้ใช้ในการเดินทางและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ก็เห็นว่าการถูกยึดทรัพย์อาจช่วยปกป้องทรัพย์สินของเขาจากวิกฤตการเงิน โลก ไม่เช่นนั้นอาจนำไปลงทุนแล้วเจ๊งก็เป็นได้
"ผมก็ไม่รู้จะประณามหรือขอบคุณคณะทหารผู้ก่อรัฐประหาร ที่ยึดทรัพย์ของผม เพราะถ้าไม่ยึดทรัพย์ ผมอาจจะลงทุนและเสียเงินจำนวนมากในตลาดหลักทรัพย์ก็ได้"
นับตั้งแต่กลางปี 2552 พ.ต.ท.ให้ความสนใจกับการเขียนข้อความตอบโต้การเมืองผ่านเวปไซต์ ทวิตเตอร์ และหนีไม่พ้นการตอกย้ำความไม่ยุติธรรมในเมืองไทยที่มาอายัดทรัพย์สินของเขา
อย่างเมื่อ 25 ก.ย. 2552 พ.ต.ท.ทักษิณ เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ twitter.com ตอบคำถามผู้ใช้เว็บไซต์ ที่ส่วนใหญ่จะมุ่งไปยังเรื่องการเมืองโดยรายหนึ่งโจมตีการทำงาน คตส. พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า ต้องถาม คตส.ว่า คนที่ขอตั๋วฟรีการบินไทยพาลูกไปเที่ยว พร้อมคณะดูงานต่างประเทศแล้วกลับมาเอาตั๋วฟรีที่ได้รับไปมาเบิกเงินจากรัฐ อยู่ไหน
2 ต.ค. 2552 พ.ต.ท.ทักษิณ ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ Twitter.com ตอบแฟนคลับกรณีที่ศาลครองมีคำสั่ง ให้อายัติเงินของนายพานทองแท้ และนส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวต่อไป ว่า ลูกผู้ชายเหลือกางเกงในตัวเดียวก็สู้ครับ ขอบคุณในกำลังใจที่มอบให้ครับ
ยิ่งงวดใกล้ถึงวันพิพากษาพ.ต.ท.ทักษิณเร่งความถี่ขึ้นในการชี้แจงโดยไม่เหน็ดเหนื่อย 26 ม.ค. 53 เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ทอล์ค อะราวด์ เดอะ เวิร์ล" ออกอากาศทางเว็บไซด์ทักษิณไลฟ์ (www.thaksinlive.com) ก็ออกมากล่าวอีกว่า เรื่องที่ผมถูกฟ้องยึดเงินผม พวกนี้พยายามโจมตีเพื่อสร้างกระแสว่าควรจะยึดเงินครอบครัวผมให้หมด ผมจึงจำเป็นจะต้องเล่าชีวิตผมซ้ำ เพราะคนรุ่นใหม่หลายคนไม่รู้เรื่องผม จึงอยากให้คนรู้ว่าครอบครัวผมร่ำรวยมาก่อนเป็นนักการเมือง ดังนั้นการจะยึดเงินที่ได้มาก่อนเล่นการเมืองมันไม่เป็นธรรม"
ทั้งนี้ตลอดรายการ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่เล่าประวัติชีวิตตัวเองมาตั้งแต่เด็กว่าลำบากมาอย่างไร และสร้างตัวอย่างไรถึงได้มีฐานะขึ้นมาจนมีทรัพย์สินมากมายมหาศาล โดยในช่วงท้ายรายการ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อยากเล่าเรื่องของตัวเองเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่รู้ว่าได้สร้างตัวเองมาได้ อย่างไร แล้วอยู่ๆ บอกว่าจะ
มายึดทรัพย์สินที่ทำมาหมดทั้งชีวิต ด้วยคำๆเดียวคือคำว่าโกง มันจะโกงกันได้อย่างไร
30 ม.ค. 2553 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอทคอม ตอบข้อซักถามแฟนคลับรายหนึ่งที่ถามว่า "อยากรู้จริงๆครับท่านว่าตอนนี้ท่านมีทรัพย์สินอยู่เท่าไร แล้วท่านมองคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านอย่างไร" ว่า "มีเท่าที่ถูกอายัดครับ เป็นเงินที่ครอบครัวขายหุ้นที่มีมาก่อนเป็นนักการเมืองและราคาก็ขึ้นลงตาม ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ เหมือนหุ้นทั่วไป"







