เคราะห์ซ้ำกรรมซัดภัยร้ายในศูนย์อพยพ
ผู้อพยพหนีภัยน้ำท่วมที่เข้ามาพักอาศัยหลับนอนอยู่ในศูนย์อพยพหลายแห่งที่ทางราชการจัดให้
ผู้อพยพหนีภัยน้ำท่วมที่เข้ามาพักอาศัยหลับนอนอยู่ในศูนย์อพยพหลายแห่งที่ทางราชการจัดให้
โดย..กันติพัชญ์ ใจบุญ
ไม่ใช่ว่าจะมีความสะดวกสบายอย่างที่คิด เพราะต้องอยู่ในสถานที่จำกัด ของกินของใช้ก็จำกัด แต่ละคนก็ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองว่าต้องทนอยู่ในศูนย์อพยพนานเท่าใด เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน
และการที่มีคนจากร้อยพ่อพันแม่มารวมกันอยู่ในที่เดียวกันนี้เอง ก็ต้องคอยระมัดระวัง เพราะไม่รู้อันตรายจะแฝงเข้ามาถึงตัวเองเมื่อใดและรูปแบบไหน โดยเฉพาะมิจฉาชีพที่แฝงมาในภาพของผู้ประสบภัย เผลอเมื่อใดจะลักขโมยของหรือไม่ก็ก่อเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นได้ทันที
เหมือนอย่างที่เคยมีข่าวอาสาสมัครของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เกือบถูกข่มขืน แม้จะมีการออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจจะเกิดขึ้นที่ศูนย์อพยพใดก็ได้ ถ้าไม่ระมัดระวัง
ยกตัวอย่างพอให้เห็นภาพ เช่น คนจรจัดหรือคนไร้บ้าน มักจะแฝงตัวเป็นผู้ประสบภัยมาอยู่ศูนย์อพยพด้วย เพราะมีข้าวปลาอาหาร มีที่อยู่ที่นอน ที่สำคัญการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เพื่อคัดกรองคนเข้ามาอยู่ย่อมไม่ละเอียด เพราะสนใจแต่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยมากกว่า
มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ศูนย์อพยพดอนเมืองตอนที่ยังไม่ปิดศูนย์อพยพ นักข่าวคนหนึ่งว่างจากงานข่าวก็เข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ และเผลอวางกระเป๋าเอาไว้ พอกลับมายังห้องพัก ก็เห็นชายคนหนึ่งมาเดินวนเวียนด้อมๆ มองๆ กระเป๋าอย่างมีพิรุธ เมื่อสอบถามก็อ้างว่าไม่มีเจตนาร้าย ถ้ามาช้าอาจจะไม่โชคดีแบบนี้ก็ได้
เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดที่ศูนย์อพยพราชมังคลากีฬาสถาน ตำรวจ สน.หัวหมาก จับกุมตัว นายสมิทธิ์ สุโพธิ์ อายุ 30 ปี แปลงกายเป็นตำรวจปลอม แต่งเครื่องแบบครึ่งท่อนอ้างสังกัดตำรวจทางหลวง เดินป้วนเปี้ยนภายในศูนย์อพยพ
ใจกล้าถึงขนาดแขวนเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกากีของตำรวจติดยศร้อยตำรวจเอกหราภายในรถยนต์ของตัวเอง พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 ที่เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยในศูนย์อพยพเห็นเข้าความจึงแตก
นายสมิทธิ์ ยืนยันเป็นตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ซ้ำยังพามือปราบแห่ง บก.น.4 ไปดูเสื้อตำรวจในรถอีกด้วย พล.ต.ต.สุธีร์ จึงยกหูไปสอบถามยังสังกัดที่นายสมิทธิ์กล่าวอ้าง ก็รู้ทันทีว่าในสารบบไม่มีชื่อ “สมิทธิ์ สุโพธิ์” ความเลยแตกถูกจับทันที
เขายอมรับว่าปลอมเป็นตำรวจจริง แต่ไม่มีเจตนาร้าย เพียงแต่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น มาดูว่าขาดเหลืออะไรบ้างจะได้เข้าไปช่วยเหลือ แต่ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น เลยถูกจับเข้าซังเตข้อหาแสดงตัวเป็นตำรวจปลอม
ยกมาเล่าให้ฟังไม่ใช่กระตุ้นให้เกิดความน่ากลัว สร้างความระแวงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หรือกับผู้อพยพเอง เพียงแต่ต้องการให้พึงระวังให้มากขึ้นเท่านั้น
พล.ต.ต.สุธีร์ ซึ่งรับผิดชอบดูแลศูนย์อพยพราชมังคลากีฬาสถาน ระบุว่า เตรียมกำลังจาก 8 โรงพักในพื้นที่นำกำลังสับเปลี่ยนหมุนเวียน 60 นาย ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยระดับสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักขโมยอย่างเด็ดขาด
สอดรับกับ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ย้ำชัดเจน ในยามที่วิกฤต ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมบ้านเรือน หนีร้อนมาพึ่งยังศูนย์อพยพ แต่ต้องมาเจอกับพวกลักทรัพย์ ชิงปล้นต่างๆ ภายในศูนย์อพยพอีก จึงถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อน ตำรวจจะยอมให้เกิดไม่ได้ ขอฝากทางผู้ประสบภัยเองก็ต้องเฝ้าระวังทรัพย์สินของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น หากเห็นอาสาสมัครคนใดน่าสงสัย แจ้งตำรวจตรวจสอบได้ทันทีเพื่อความสบายใจ
นอกจากผู้ประสบภัยที่ต้องระมัดระวังอาชญากรรมและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองในศูนย์อพยพแล้ว อาสาสมัครก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำงานด้วย เพราะคนที่มาอยู่ก็ต่างนิสัยกัน อาจจะมีพวกมิจฉาชีพแอบแฝงมาในคราบผู้ประสบภัยทำอันตราย อาสาสมัครโดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทั้งอาสาสมัครปลอม ผู้อพยพปลอม หรือแม้แต่ตำรวจปลอม อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากเห็นใครน่าสงสัยในศูนย์อพยพ ก็แจ้งตำรวจ (ตัวจริง) ในศูนย์อพยพ จับกุมให้นำไปดัดนิสัยให้เข็ดหลาบ หากปล่อยไปคนพวกนี้ก็มาสร้างความเดือดร้อนให้สังคมไม่จบไม่สิ้น


