
วิกฤตศรัทธา
วิกฤตน้ำท่วมในประเทศปี 2554 ถือเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบหลักของรัฐบาล
วิกฤตน้ำท่วมในประเทศปี 2554 ถือเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบหลักของรัฐบาล
โดย..ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์
นายกรัฐมนตรีคนนี้ได้สัญญาช่วงหาเสียงว่า หากได้รับเลือกตั้งประชาชนจะไม่เห็นภัยแล้งและน้ำท่วมอีกต่อไป นั่นแสดงว่าได้เตรียมตัวมาแล้ว
ปัญหาน้ำท่วมเป็นความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนที่สุดที่รัฐบาลต้องเข้าบริหารจัดการ รัฐบาลต้องเข้าไปทำก่อนไม่ใช่ทำตามหลังสถานการณ์ ผู้นำไทยมักจะปล่อยให้สถานการณ์พัฒนาจนเลวร้ายแล้วจึงเข้าไปแก้ปัญหาแบบไฟลนก้น ทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้นด้วยชีวิตและทรัพย์สิน
มีสิ่งบอกเหตุที่นายกรัฐมนตรีควรจะรู้สึกได้คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงกังวลเรื่องภาวะน้ำในปีนี้มากเป็นพิเศษ แม้ทรงพระประชวร แต่พระองค์ท่านทรงเฝ้าติดตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดจากชั้นที่ 16 ที่ประทับ และเสด็จลงที่ท่าน้ำศิริราชหลายครั้ง พระราชทานคำแนะนำต่อรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่กรมชลประทานที่เข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2554 เรื่องการปิดเปิดประตูระบายน้ำให้ถูกจังหวะเวลาก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ลดการใช้พลังงาน เงิน ประหยัดเวลาและกำลังเจ้าหน้าที่ ต้องอธิบายให้ประชาชนทุกฝ่ายทราบ และใช้คลองบางโพธิ์เป็นแบบอย่างในการระบายน้ำลงทะเลได้ดีและเร็ว
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2554 ได้มีรับสั่งว่าทรงห่วงกังวลเรื่องฝนตกหนัก ดินถล่มกับ กสทช.ที่เข้าเฝ้าฯ และล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยหลังการเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2554 ว่ารับสั่งถึงน้ำในปีนี้ว่ามีมากจริงๆ และสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทรงให้หลักการในการระบายน้ำว่าดีที่สุดคือ การระบายน้ำลงสู่ทะเล การทำงานของประตูปิดเปิดระบายน้ำเป็นส่วนสำคัญที่ต้องจัดการให้มีส่วนสัมพันธ์กับระดับน้ำทะเลขึ้นลง ใช้หลักการทำงานปิดเปิดประตูระบายน้ำให้เต็มที่ พร้อมกับพระราชทานคำแนะนำให้เร่งรัดระบายน้ำไปลงคลองฝั่งตะวันออกของ กทม.
อธิบดีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรมชลประทานทั้งคนปัจจุบันและในอดีต ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำทั้งหลายต่างพูดสอดคล้องกันว่า ต้องเร่งรัดระบายน้ำลงทะเลผ่านฝั่งตะวันออกของ กทม.ดีที่สุด เพราะมีเครือข่ายคลองรองรับไว้แล้วเพื่อป้องกันน้ำท่วม กทม. แต่รัฐบาลกลับไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ผลก็คือความเสียหายอย่างยับเยินดังที่ประจักษ์อยู่ในขณะนี้
ประชาชนมีคำถามค้างคาใจมาตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา อาทิ เรื่องน้ำมากในปีนี้รู้กันมานานแล้ว มีการปล่อยน้ำมานานแล้ว แต่ทำไมไม่เร่งรัดระบายน้ำออกสู่ทะเลผันน้ำออกไปทางฝั่งตะวันออกของ กทม.ที่คลองต่างๆ รอรับน้ำอยู่ เครื่องสูบน้ำรอทำงาน
กรมชลประทานมีปัญหากับประชาชนเพราะรัฐบาลไม่ได้ให้ความมั่นใจแก่พวกเขาว่าจะดูแลพวกเขาให้เต็มที่ การบริหารอารมณ์ของมวลชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ รัฐบาลไม่มีการเตรียมการล่วงหน้ารองรับการบริหารจัดการน้ำอย่างดีพอ เครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการน้ำมีปัญหา ซ้ำรัฐบาลและ กทม.ยังมีปัญหาขัดแย้งกันตลอดเวลาในการบริหารจัดการน้ำทั้งที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ ไม่ให้น้ำท่วม กทม. ทำไมประชาชนไม่ศรัทธาและไม่เชื่อข้อมูลของ ศปภ. ยิ่งมีการเปิดเผยการบริหารภายใน ศปภ.ที่เป็นไปเพื่อพวกพ้อง ยิ่งทำให้ความศรัทธาต่อรัฐบาลน้อยลงไปอีก
การบริหารวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ ผลที่เกิดขึ้นนำความพินาศฉิบหายมาสู่บ้านเมืองและประชาชนทั้งที่คิดเป็นมูลค่าได้และที่ไม่อาจประเมินราคาได้ ประชาชนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส ความทุกข์ของประชาชนก็คือความทุกข์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งที่พระองค์ทรงพระประชวร แต่เพราะความงี่เง่าในการบริหารจัดการประเทศของรัฐบาลก็ยังไปทำให้พระองค์ท่านมีความทุกข์เพิ่มเข้าไปอีก
เพียงเข้ามาบริหารประเทศ 23 เดือนเท่านั้น ประเทศก็ยับเยินถึงขนาดนี้ นายกรัฐมนตรีไม่อาจแก้ตัวได้ว่าเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ ปัญหาใหญ่เกินกว่าที่คิด ฯลฯ เพราะความเป็นผู้นำประเทศต้องพร้อมจะรับภาระไม่ว่าหนักเบาเพียงใด ในรูปแบบใด เวลาใด ทั้งที่นายกรัฐมนตรีน่าจะทำได้ดีกว่านี้ และประชาชนไม่น่าจะเดือดร้อนมากถึงขนาดนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งขาดศรัทธาในตัวผู้นำประเทศไปแล้ว แล้วอย่างนี้จะปล่อยให้ผู้นำคนนี้เอาประเทศมาเป็นเหยื่อลองผิดลองถูก มาปู้ยี่ปู้ยำต่อไปบนคราบน้ำตาของประชาชนที่เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสได้อย่างไร
คนสองคนที่ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยต่อประชาชนโดยทันทีคือ นายกรัฐมนตรี และ ผู้ว่าฯ กทม. เมื่อน้ำลดโดยธรรมชาติแล้ว ท่านประกาศลาออกเสียเถิด อย่าด้านอยู่ต่อไปเลย นี่เป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่ประชาชนพอจะอภัยให้ท่านได้ การบริหารประเทศโดยรอธรรมชาติอย่างเดียวให้ฝนหยุดตก รอน้ำทะเลไม่หนุนขึ้นแบบนี้ เมืองไทยไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้







