
ซุกหุ้นเอสซีฯ
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง โดยนายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานคดีที่อัยการสูงสุด ร้องขอให้ทรัพย์สินจำนวน 76,000 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งบุคคลในครอบครัวและผู้ร้องค้าน ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ โดยขณะดำรงตำแหน่งใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง โดยนายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานคดีที่อัยการสูงสุด ร้องขอให้ทรัพย์สินจำนวน 76,000 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งบุคคลในครอบครัวและผู้ร้องค้าน ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ โดยขณะดำรงตำแหน่งใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พนักงานอัยการนำนางเนติมา เอื้อธรรมาภิมุข อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายบริษัท โทเทิล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ แทค และนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทค เข้าเบิกความเกี่ยวกับการทำสัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐ กับบริษัท แอดซ์วานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ที่ได้เปรียบแทค เนื่องจากเอไอเอส ไม่ต้องเสียค่าเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ หรือเอ็กซ์เซฟชาร์จ ให้กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ส่วนแทคจะต้องเสียค่าเชื่อมต่อสัญญาณ ในอัตรา 200 บาท ในการให้บริการแบบโพสต์เพด (ลงทะเบียน) ส่วนการให้บริการแบบพรีเพด (ระบบเติมเงิน) จะเสียในอัตรา 18% ซึ่งเป็นความเหลื่อมล้ำของการทำสัญญาทำให้แทคไม่สามารถแข่งขันกับเอไอเอสได้อย่างเป็นธรรม
จากนั้น นายวิบูลย์ สิทธาพร อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออก หรือเอ็กซิมแบงก์ เข้าเบิกความสรุปว่า การที่เอ็กซิมแบงก์ให้รัฐบาลพม่ากู้ยืมเงิน 4,000 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 3% ซึ่งต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กู้ยืมมา เป็นผลให้กระทรวงการคลังต้องจ่ายเงินส่วนต่างคืนเอ็กซิมแบงก์รวมประมาณ 670 ล้านบาทนั้น เนื่องจากต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลที่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาในขณะนั้น โดยเอ็กซิมแบงก์ทำสัญญาโอนเงินให้กับธนาคารการค้าต่างประเทศของประเทศพม่า ซึ่งได้ทำสัญญาให้จ่ายเงินจำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับบริษัทชินแซทเทิลไลท์ ต่อมาบริษัทชินแซทฯ ถึงโอนเงิน 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับบริษัท ฮาตาริ ประเทศพม่า
"จากนโยบายดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน เอ็กซิมแบงก์ยังแบกรับดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินมาให้ประเทศพม่ากู้ดอกเบี้ยต่ำ แม้กระทรวงการคลังจะจ่ายเงินชดเชยให้กับธนาคารเอ็กซิมแบงก์ก็ตาม" นายวิบูลย์กล่าว
ต่อมาการพิจารณาช่วงบ่าย อัยการผู้ร้องได้แถลงต่อศาลขอเพิ่มวันนัดพิจารณาคดีอีก 2 วัน คือวันที่ 3 และ 8 ธันวาคมนี้ เนื่องจากมีพยานอีกจำนวนมาก ศาลสอบถามทนายผู้ถูกร้องและผู้คัดค้านแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้เพิ่มวันนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องไปอีก 2 วัน
จากนั้น อัยการนำนายสุนัย มโนมัยอุดม ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เบิกความเกี่ยวกับการสอบสวนคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท วินมาร์ค จำกัด (บนเกาะบริติช เวอร์จิ้น) ว่า หลังดีเอสไอรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ ได้ตรวจสอบพบว่า ครอบครัวชินวัตร ถือหุ้นใน บริษัท เอสซีฯ จำนวน 60.82 เปอร์เซ็นต์ และมีกองทุนโอเวอร์ซี โกรว์ธ ฟันด์ (โอจีเอฟ) และกองทุนออฟชอร์ ไดนามิก ฟันด์ (โอดีเอฟ )ถือหุ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์
นายสุนัยเบิกความว่า ช่วงบริษัท เอสซีฯ นำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้ง 2 กองทุนขอสละสิทธิ์การซื้อหุ้นเพิ่มทุน จึงสงสัยว่า ทั้งสองกองทุนเกี่ยวข้องกับครอบครัวชินวัตรหรือไม่ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบทั้ง 2 กองทุนถือหุ้นโดยกองทุน Value Investment Mutual Fund (วีไอเอฟ )โดยบริษัทวินมาร์คถือหุ้น กองทุนวีไอเอฟ
"เมื่อตรวจสอบการซื้อหุ้นกลุ่มบริษัท เอสซีฯ ของบริษัทวินมาร์ค มูลค่า 1,527 ล้านบาท พบว่า มีการนำเงินในบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิง พจมาน ชินวัตร ในประเทศสิงคโปร์จำนวน 300 ล้านบาท ไปซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทเอสซีฯ เมื่อได้เงินมาได้โอนเงินเข้าบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น ก.ล.ต.จึงสงสัยว่า บริษัทวินมาร์ค น่าจะเป็นบุคคลเดียวกันหรือมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของ" นายสุนัยเบิกความ
นายสุนัยเบิกความต่อว่า เมื่อตรวจสอบการจัดตั้งบริษัท เอสซีฯ พบว่า เมื่อปี 2537 โดย พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน และก่อตั้งบริษัท วินมาร์ค มีการตั้งบริษัทต่างๆ เป็นบริษัทลูกในเครือเพื่อแบ่งหน้าที่กันทำ หลังปี 2543 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง บริษัท เอสซีฯ โดยนำบริษัทที่คุณหญิงพจมานได้ก่อตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ อาทิ บริษัท บูลไดมอนด์ บริษัทซิเนตร้า ทรัสต์ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทเอสซีฯ ซึ่งดีเอสไอมีเอกสารหลักฐานที่ได้รับการรับรองจากประเทศสิงคโปร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเงินฝากบัญชีธนาคารจากฮ่องกง และมาเลเซีย เรื่องการจัดตั้งบริษัทที่เป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ซึ่งบริษัทต่างๆ ดังกล่าวไม่มีอำนาจ ซึ่งคนคุมและจัดการก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
"ต่อมาบริษัทวินมาร์คขายหุ้นกลุ่มบริษัทเอสซีฯ คืนให้กับ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ในราคาพาร์พร้อมสละสิทธิ์การซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยมีนางบุษบา ดามาพงศ์ กรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทเอสซี เป็นผู้แจ้ง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า สามารถดำเนินการแทนกองทุนโอดีเอฟ และโอจีเอฟได้ แล้วนำเงินเข้าบัญชีบริษัทวินมาร์ค ที่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของ อีกทั้งตอนที่หุ้นบริษัทเอสซีฯ เข้าตลาดหลักทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานไม่เปิดเผยว่า เป็นผู้ถือหุ้นในกองทุนโอดีเอฟ และโอจีเอฟว่าเป็นของตัวเอง อันเป็นการปกปิดสาระสำคัญ ที่ควรแจ้งให้ประชาชนผู้ถือหุ้นทราบ เพราะถือหุ้นรวมกันกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ที่จะสามารถบริหารงานได้อย่างเบ็ดเสร็จ และไม่รายงานการได้มาหรือขายไปซึ่งหุ้นทุก 5 เปอร์เซ็นต์ ให้ ก.ล.ต.ทราบ" นายสุนัยเบิกความ
นายสุนัยเบิกความว่า ดีเอสไอได้ทำสำนวนส่งฟ้องบริษัทเอสซีฯแล้ว แต่ภายหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องซึ่งให้เหตุผลในประเด็นที่ประกาศ ก.ล.ต.ออกภายหลังเกิดคดีเอสซีฯแล้ว ทำให้ไม่เป็นความผิด แต่พยานเห็นว่าน่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการปกปิดสาระสำคัญเกี่ยวกับการถือหุ้น เหมือนที่เคยซุกหุ้นไปไว้ที่คนใช้ แต่กรณีนี้เป็นการซุกหุ้นในบริษัทนิติบุคคล ซึ่งเป็นนอมินี สำหรับในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ดีเอสไอได้ส่งสำนวนให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาแล้ว
"จากหลักฐานที่ได้จากการสืบสวน เชื่อได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของบริษัทวินมาร์ค มาตั้งแต่ปี 2543-2549 มีวัตถุประสงค์เพื่อปกปิดความเป็นเจ้าของหุ้น" นายสุนัยเบิกความ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสุนัย เบิกความเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องครั้งต่อไปวันที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น.
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการสอบสวนรายละเอียดการปกปิดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะช่วงที่ดีเอสไอยื่นฟ้องบริษัท เอสซีฯ กรณีการปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในแบบแสดงรายการเพื่อเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) และการไม่รายงานตามแบบ 246 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ดีเอสไอได้ยื่นฟ้องกรณีดังกล่าวต่อ ป.ป.ช.ด้วย และแม้ว่าอัยการจะไม่ส่งฟ้อง และดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องแย้งไปนั้น
หาก ก.ล.ต.เห็นว่า มีหลักฐานใหม่ที่เป็นนัยสำคัญเพิ่มเติม ก็สามารถขอเปิดคดี เพื่อฟ้องร้องพ.ต.ท.ทักษิณได้
"ไม่ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพราะไม่ต้องการแทรกแซงการทำงานโดยตรง อำนาจหน้าที่ในการฟ้องร้องเป็นของ ก.ล.ต.เต็มที่ ซึ่งเขาก็ควรจะทำ หากมีเอกสารหรือหลักฐานใหม่เข้ามาก็ขอเปิดคดีอีกครั้งได้ ต่างคนก็ต่างรู้หน้าที่ของตนเองว่าจะทำอะไรกันบ้าง คงไม่ต้องไปบอกกันอีกมาก" นายกรณ์กล่าว
ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้กำชับทีมทนายความ ที่นำโดยนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความที่ดูแลการต่อสู้คดี ให้เตรียมข้อมูลในการชี้แจงเสนอพยานหลักฐานในขั้นตอนของศาลฎีกาต่อไป ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากศาล







