
กว่า..จะวางกระสอบยักษ์ น้ำก็ทะลักกรุง
กว่า 10 วันแล้ว ตั้งแต่คืนวันที่ 22 ต.ค. ซึ่งชายชุดดำกลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธปืน บุกเข้ารื้อคันกั้นน้ำบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานถนนพหลโยธินข้ามคลองรังสิต
กว่า 10 วันแล้ว ตั้งแต่คืนวันที่ 22 ต.ค. ซึ่งชายชุดดำกลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธปืน บุกเข้ารื้อคันกั้นน้ำบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานถนนพหลโยธินข้ามคลองรังสิต
กระแสน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าพื้นที่เขตดอนเมือง ตามมาด้วยแนวคันกั้นน้ำหมู่บ้านเมืองเอก ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พังทลายอีกแนวหนึ่ง แม้กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเรียกร้องให้รัฐบาล โดยศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เข้าไปดำเนินการซ่อมแซมคันกั้นน้ำจุดนี้ เนื่องจาก กทม.ไม่มั่นใจในความปลอดภัย จากกลุ่มคนที่ใช้อาวุธขู่ทำร้าย แต่ก็ไม่มีการตอบรับ
ด้านหนึ่งอาจเป็นความเห็นต่างกันของผู้เชี่ยวชาญใน ศปภ. โดยกลุ่มหนึ่งเห็นว่า สถานการณ์ด้านคลองมหาสวัสดิ์ฝั่งธนบุรีเป็นจุดวิกฤตที่ต้องเร่งดำเนินการก่อน ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่า การซ่อมแนวคันกั้นน้ำด้านรังสิตมีความสำคัญจำเป็นเพื่อยุติน้ำที่ไหลบ่าเข้าเมืองหลวง
ในระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญใน ศปภ.ถกเถียงกันโดยยังไม่เห็นแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม อดีตบุคลากร กทม.กลุ่มหนึ่ง อาทิ พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ประเสริฐ สมะลาภา อดีตปลัด กทม. มานะ นพพันธ์ อดีตรองปลัด กทม. ได้ร่วมกันคิดหาวิธีการสกัดกั้นน้ำที่ไหลบ่ามาจากคลองรังสิต และได้คิดแนวทางการวางกระสอบทรายยักษ์ลูกละ 1 ตัน เพื่อขวางกระแสน้ำ
แม้จะค้นพบวิธีการ แต่การปฏิบัติก็จำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือด้วย กว่า 1 สัปดาห์ที่ทีมงานชุดนี้ประสานงานกับ ศปภ. เพื่อดำเนินการก็ได้ข้อยุติ โดย จุมพล สำเภาพล รองปลัด กทม. เป็นผู้ชี้แจงวิธีการ ขั้นตอนปฏิบัติ ตลอดจนลงลึกไปถึงการใช้วัสดุอุปกรณ์และกำลังคน ต่อ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม ทำให้ภาพแนวทางการแก้ปัญหากระจ่างชัด ซึ่งกระทรวงคมนาคมรับที่จะไปจัดหากระสอบทรายยักษ์จำนวน 6,000 ใบ วางตลอดแนวคลองรังสิต 6 กิโลเมตร ตั้งแต่หมู่บ้านเมืองเอก ขนานไปกับทางรถไฟ มุ่งหน้าถนนโลคัลโรดไปสิ้นสุดที่ถนนจันทรุเบกษา เพื่อสกัดกั้นน้ำจากทางเหนือให้ยกตัวสูงขึ้น ก่อนเบนทิศทางน้ำเข้าสู่ระบบคลองและระบบระบายน้ำของ กทม. ไปทางทิศตะวันออกก่อนลงสู่ทะเล
แผนการซ่อมคันกั้นน้ำรังสิตเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค. โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ใช้รถสินค้าลำเลียงกระสอบทรายยักษ์ ซึ่งเก็บอยู่ที่ตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มายังสถานีรถไฟหลักหก รอการลำเลียงต่อด้วยรถบรรทุก
ช่วงเช้าวันที่ 1 ต.ค. แผนการวางกระสอบทรายยักษ์ติดขัดบ้างเล็กน้อย เนื่องจากการขนย้ายไม่สะดวก กระทั่ง พล.อ.อ.สุกำพล สั่งให้ ร.ฟ.ท.จัดเวลาเดินรถโดยสาร เพื่อเลี่ยงให้การขนย้ายกระสอบทรายยักษ์เป็นไปโดยสะดวกมากขึ้น
วันแรกการวางกระสอบทรายยักษ์ด้านคลองรังสิตทำไปได้เพียง 500 เมตร คงเหลืออีก 5.5 กิโลเมตร ที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จภายใน 5 วัน ขณะที่อีกด้านหนึ่งการวางกระสอบทรายยักษ์ด้านถนนจันทรุเบกษาก็คืบหน้าไปเพียง 50 เมตรเท่านั้น เนื่องจากปัญหาการขนส่งกระสอบทรายยักษ์
จุมพล สำเภาพล รองปลัด กทม. กล่าวว่า แนวคิดในการใช้กระสอบทรายยักษ์กั้นน้ำที่คลองรังสิตตัดกับถนนพหลโยธิน ต้องยกเครดิตให้กับ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้บังคับบัญชาสถานการณ์ โดยมีหน่วยงานสนับสนุนด้านข้อมูลทางวิชาการจาก พิจิตต รัตตกุล บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย และประเสริฐ สมะลาภา ในฐานะผู้ประสานงานให้กับ ศปภ. และ กทม. รวมถึงมีกำลังพลจากหน่วยทหารต่างๆ เข้ามาช่วยลำเลียงกระสอบทรายยักษ์
มวลน้ำมหาศาลที่ไหลท่วมพื้นที่ กทม.ไปแล้วหลายเขต ผู้คนจำนวนมากที่ต้องอพยพทิ้งบ้านเรือน ความเสียหายมากมายที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความละล้าละลัง ไม่ตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งยังไม่รู้ว่าผลการตัดสินใจแนวทางนี้จะได้ผลหรือไม่
ด้านธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครรังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กล่าวว่า การทำคันกั้นบริเวณดังกล่าวอาจจะไม่เกิดประโยชน์ เพราะน้ำได้เข้าไปเต็มพื้นที่แล้ว และการทำคันกั้นน้ำครั้งนี้ จะมีผลกระทบกับชาวรังสิตบ้างก็เพียงเล็กน้อย เพราะเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งไม่ใช่ปัจจัยหลัก และมิได้ส่งผลให้น้ำลงเร็ว หรือลงช้าแต่อย่างใด







