
ใจช้ำๆที่ราชมังคลาฯ
ผู้ประสบภัย 1,553 ชีวิต ที่คลาคล่ำอัดแน่นอยู่ภายในสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
ผู้ประสบภัย 1,553 ชีวิต ที่คลาคล่ำอัดแน่นอยู่ภายในสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเกือบ 70% ย้ายมาจากมหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทุกวันนี้พวกเขาอยู่กันอย่างไร ลำบากแค่ไหน ช่วงเวลาที่พอจะหาความสุขได้คืออะไร
กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย รับบทเป็นหัวหน้าศูนย์อพยพแห่งนี้ เปิดเผยว่า พื้นที่ที่เปิดให้ผู้อพยพเข้ามาพักอาศัยรองรับได้จำนวน 2,000 คน แบ่งเป็นพื้นที่โซน W รับได้ 100 คน โซน N 150 คน โซน E จำนวน 200 คน โซน S จำนวน 300 คน และยังใช้อาคารเก่าสำนักผู้ว่าการกีฬา ชั้น 2 ให้ผู้อพยพพักอีก 200 คน และอาคารศูนย์ฝึกเพื่อการแข่งขันบริเวณชั้น 3 จำนวน 800 คน ห้องน้ำก็พอจะบรรเทาได้ เนื่องจากมีห้องอาบน้ำของนักกีฬาที่เปิดใช้งาน และยังมีห้องน้ำที่ทาง กทม.นำมาเสริมให้อีก
ชีวิตความเป็นอยู่ภายในเป็นอย่างไร วีระชัย สมบูรณ์ธนารมย์ วัย 43 ปี หนีน้ำมาจากประตูน้ำพระอินทร์ เล่าว่า พาภรรยาย้ายมาจากศูนย์อพยพที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต การใช้ชีวิตภายในศูนย์อพยพแห่งใหม่ถือว่าเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดี ทั้งอาหารการกิน ที่นอนที่อยู่ แต่ความรู้สึกข้างในคือ ห่วงบ้าน
“ไม่รู้ว่าที่บ้านของผมเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ยอมรับว่ายังไงก็ต้องหนี แต่หากที่นี่เข้าท่วมจริงๆ ผมก็ไม่รู้จะย้ายไปไหนแล้ว ครั้งแรกอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ก่อนที่จะย้ายมาที่นี่ และวันนี้ผมและภรรยาไม่รู้จะไปไหนแล้ว เพราะที่นี่สถานที่ก็ใหญ่ การดูแลจะลำบาก แต่พอมาเห็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร รวมถึงตำรวจก็พออุ่นใจได้บ้าง”
วีระชัย เล่าอีกว่า ต่อไปนี้ก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป ต้องเตรียมเงินไว้อีกก้อนหนึ่งเพื่อซ่อมแซมบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่ยังไม่รู้ว่าจะมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเขาและภรรยาทำงานอยู่ภายในเขตอุตสาหกรรมนวนคร ยังไม่รู้ว่าบริษัทจะช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
เช่นเดียวกับ พรใจ วิสุทธ์ และ ปราณี วิสุทธ์ คุณป้าสองพี่น้องในวัย 50 กว่าๆ ที่ย้ายมาจากบ้านย่านคลอง 3 ที่ถูกน้ำท่วม เล่าว่า เธอทั้งสองอยู่ด้วยกันกับแมวอีก 1 ตัว เปิดร้านขายของชำและอาหารตามสั่งที่หน้าบ้าน แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้สภาพบ้านเป็นอย่างไรแล้ว ข้าวของคงจะเสียหายหมด อีกทั้งที่สำคัญคือแมวที่เลี้ยงไว้ก็หายไป ไม่รู้อยู่ที่ไหน ยังดีที่ภายในศูนย์อพยพแห่งนี้ยังพอมีเจ้าหน้าที่จิตแพทย์คอยให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ยอมรับว่าทุกข์ใจมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะต้องหนีน้ำ
“หลังจากน้ำลดแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมแซมบ้าน คงต้องค่อยๆ ทำกันไป เราสองพี่น้องมีเงินติดตัวรวมกันไม่ถึง 2,000 บาท ยังสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้รัฐบาลกำหนดการให้ความช่วยเหลืออย่างชัดเจนไปเลย” ป้าพรใจ เล่าทั้งน้ำตา
ปุณณชัย เหล่ากิจการ เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างย่านคลอง 3 ที่ส่งลูกเมียไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดแล้ว และเขาก็กำลังเตรียมตัวจะออกนอกเมือง หลังจากมาพักอาศัยในศูนย์อพยพได้เพียง 3 วัน เล่าว่า ที่ไม่ต้องการออกไปพร้อมลูกเมียเพราะห่วงบ้าน แต่ที่ทราบข่าวมาจะมีน้ำเหนือเข้ามาอีก เลยคิดว่าที่บ้านคงหนักกว่าเดิม ตัดสินใจออกไปหาลูกเมียที่โคราชคงดีกว่า
แต่โดยรวมภายในศูนย์อพยพใช่ว่าจะมีแต่ความทุกข์ระทมไปเสียหมด เพราะ กนกพันธุ์ จุลเกษม หัวหน้าศูนย์แห่งนี้ พยายามจัดหากิจกรรมมาให้ผู้ประสบภัยเพื่อคลายเครียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้บริการตัดผมฟรี หรือจัดการแสดงต่างๆ หรือการแสดงดนตรี แสดงตลกจากคณะต่างๆ ล่าสุดได้ โน้ต เชิญยิ้ม มาสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ประสบภัย
หัวหน้าศูนย์แห่งนี้ บอกว่า วันนี้ยังมีประชาชนนำอาหารแห้งมาบริจาคอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์อพยพยังรับผู้ประสบภัยได้อีกประมาณ 500 คน ส่วนเรื่องการป้องกันน้ำที่อาจจะท่วมเข้ามาในพื้นที่ก็มีการวางกระสอบทรายกั้นไว้แล้ว แต่ศูนย์อพยพแห่งนี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะอยู่ที่สูง แต่หากน้ำเข้าท่วมจริงก็คงจะลำบากในการเข้าออกเท่านั้น







