
ชุมชนสีกันโอดนักการเมืองทอดทิ้ง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อชุมชนประเสริฐเปรมประชา ห่างศปภ.ไม่ถึง100เมตร แต่กลับขาดแคลนความช่วยเหลืออย่างสาหัส
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อชุมชนประเสริฐเปรมประชา ห่างศปภ.ไม่ถึง100เมตร แต่กลับขาดแคลนความช่วยเหลืออย่างสาหัส
โดย…ธนก บังผล
ระล่ำระลักน้ำเอ่อจ่อถนนวิภาวดีรังสิต หน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แค่เอื้อม ยังไม่อาจพอให้ตระหนกจนต้องย้าย
แต่เพียงข้ามสะพานเลี้ยวเข้าไปยังชุมชนประเสริฐเปรมประชา หมู่ 1 สีกัน ดอนเมือง ติดคลองเปรมประชากร ห่าง ศปภ.เพียงไม่ถึง 100 เมตร มีความแตกต่างราวฟ้ากับเหว
ช่วงชุลมุนที่ชาวบ้านทยอยขนของหนีน้ำ หลังจากที่ค่อยๆ เจิ่งเข้าไปในชุมชนมาตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา 5 วัน 5 คืนที่หลายคนต้องจมอยู่ใต้น้ำเสียกลิ่นแรง เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำในชุมชนไม่เท่ากัน เพราะถนนหน้าบ้านของแต่ละคนไล่ระดับไม่เท่ากัน แต่ระดับที่ต่ำสุดมีความลึกระดับเข่า สูงสุดอยู่ระดับคอ ซึ่งบ้าน 100 กว่าหลังคาเรือน คนอีกประมาณ 500 คนส่วนใหญ่ระดับน้ำอยู่ที่เอว หรือประมาณ 1.50 เมตร
ชาวบ้านในชุมชน บอกว่า วันแรกที่น้ำเข้าชุมชนคือวันที่ 21 ต.ค. จนถึงวันที่ 25 ต.ค.ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ
ในความน่าตกใจก็มีความกลัว หลังจากที่งูเหลือมขนาด 2 เมตรหนีน้ำเข้าชุมชน ตามด้วยงูหลาม และงูเห่า
“ตอนนี้เราอพยพคนป่วยไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง ซึ่งตั้งอยู่ในโรงเรียนวัดดอนเมือง ทางโรงเรียนมีห้องพยาบาล 2 ห้อง เตรียมไว้ให้คนป่วยและยังมีพยาบาลที่สามารถมาดูแลได้ ส่วนคนที่เริ่มอพยพออกมาตอนนี้เราก็ไปรวมกันอยู่ที่โรงงิ้วหน้าสะพาน” ชาวบ้านคนหนึ่งเล่า และบอกด้วยว่า บ้านบางหลังที่มี 2 ชั้นขณะนี้ยังพออยู่ได้ แต่บ้านชั้นเดียวต้องอพยพออกมาอยู่รวมกันหมดแล้ว
“วันนี้ทหาร ร.1 ขับรถมาประกาศว่าเขื่อนที่เมืองเอกแตกให้รีบอพยพกัน เพราะน้ำจะค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละคืบ” เธอว่า
ผู้สูงอายุก็เป็นอีกปัญหาที่คนในชุมชนเป็นห่วง เนื่องจากบางคนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องมีคนเข้าไปช่วยพยุงหรืออุ้มออกมา บางคน 3 วันแล้วที่ไม่ได้เข้าห้องน้ำ เพราะระดับน้ำสูงจนไม่สามารถใช้ได้แล้ว
“ถ้าจะช่วยเราก็อยากได้ของบริจาค มีคนมาดูแลเราบ้าง อย่างยาแก้น้ำกัดเท้า คนเฒ่าคนแก่บางคนเป็นโรคความดันสูง ตรงนี้ไม่มีใครมาดูแลเลย”ชาวบ้านอีกคนหนึ่งให้ความเห็น
แทบไม่น่าเชื่อว่าระยะทางห่างจาก ศปภ.แค่ 100 เมตร ยังได้รับความเดือดร้อนกันขนาดนี้ และได้คอยให้ข่าวผ่านสื่อมวลชนเป็นระยะ แต่กลับไมมีหน้าไหนชะโงกหน้าพ้นสำนักงาน ศปภ. เห็นความเดือดร้อนเหล่านี้
วิเชียร โห้ไม้พุ่ม พนักงานไปรษณีย์รองเมือง อาศัยอยู่ในชุมชน ถนนประชาอุทิศ 5 บอกว่า ต้องการแค่เรือเพราะสำคัญมาก เนื่องจากน้ำขึ้นสูงเรื่อยๆ ส่วนเครื่องอุปโภค บริโภค ก็ต้องบากหน้าไปขอที่ศูนย์ ศปภ. “แต่คุณคิดดูว่าน้ำระดับขนาดนี้เราต้องลุยน้ำไปกลับ อย่างผมนี่ไม่ได้ไปทำงานเลย จะให้ผมใส่ชุดทำงานลุยน้ำออกไปแล้วที่ทิ้งบ้านไว้ก็ไม่มั่นใจว่าจะดูแลได้หรือเปล่า” วิเชียร ให้ความเห็น
วงสนทนาชาวบ้านร่ายยาวปัญหาไปถึงความช่วยเหลือของนักการเมืองที่ครั้งหนึ่งระหว่างหาเสียงได้เดินเข้ามากราบขอคะแนน “ตอนเลือกตั้งเดินกันเข้ามาถึงหน้าบ้านมากราบมาไหว้ บอกอย่าลืมผมนะครับ พอฝนมาคราวนี้ลืมชาวบ้านก่อนเลย คงคิดว่าเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะเลือกละมั้ง พอมาก็มาแค่สะพานไม่ลุยน้ำเข้ามา อย่าให้ได้เจออีกนะ” ชาวบ้านคนหนึ่งระบายความเจ็บแค้น
“ไล่มาเลยตั้งแต่ สก. สข. และ สส.หายหน้ากันไปหมด ไม่มีโผล่มาแม้แต่คนเดียว สส.เขตดอนเมืองไม่มีใครมาดูแลเลย”ชาวบ้านอีกคนหนึ่งสมทบ
เมื่อผิดหวังกับนักการเมือง ชาวบ้านชุมชนประเสริฐเปรมประชา ได้แต่หวังว่า สื่อจะช่วยเป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาให้ผู้ที่รับผิดชอบได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของคนที่ต้องจมน้ำเน่าน้ำเสียและสกปรกมาหลายค่ำคืน พวกเขาย้ำ ขอเพียง เรือ และห้องน้ำ เพื่อประคองสถานการณ์และเมื่อถึงวันที่ไร้แสงไฟ น้ำล้นหลังคาบ้านเรือน เมื่อนั้นอุทกภัยครั้งนี้จะจมนักการเมือง ท่วมรัฐบาลจนไม่อาจเถียงได้ว่า "เคยสัญญาอะไรเอาไว้"







