
วิกฤตน้ำท่วมไม่วิกฤตพลังงาน
ในหลายพื้นที่ขณะนี้ของกรุงเทพฯ กำลังประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วม
ในหลายพื้นที่ขณะนี้ของกรุงเทพฯ กำลังประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วม
โดย..โชติชัย สุวรรณาภรณ์
ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความลำบากมากขึ้น และความเสี่ยงภัยถึงชีวิตจากภัยใกล้ตัวที่มาพร้อมกับน้ำท่วม
ผมได้ทราบข่าวว่า มีผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการถูกไฟดูดในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงและอยากเตือนให้ศึกษาหาความรู้จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ด้วยว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ในวันนี้จึงอยากนำเอาข้อแนะนำที่ทางการไฟฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้พยายามแจ้งเตือนประชาชนมาเผยแพร่ เพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นจากไฟดูดยามน้ำท่วมดังนี้
1. ก่อนน้ำท่วมเข้าภายในบ้านหรือบริเวณบ้าน ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัยน้ำท่วมไม่ถึง
2. หากเกิดเหตุน้ำท่วมขึ้น ให้ดำเนินการปลดสะพานไฟภายในบ้าน (Main Switch) ทันที
2.1 กรณีเป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังจะท่วมชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง
2.2 กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอาจอยู่เหนือระดับน้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
3. กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน โดยให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าปลดสวิตช์ที่ชั้นล่างและเพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หรือช่างไฟฟ้าเพื่อแยกวงจรชั้นบนและชั้นล่าง
4. งดใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าในกรณีที่ตัวผู้ใช้ตhองสัมผัสอยู่กับน้ำ หากมีความจำเป็นให้ย้ายขึ้นไป ใช้บนที่สูงพ้นน้ำ หรือชั้นบน กรณีมีปลั๊กไฟที่น้ำท่วมห้ามใช้งานโดยเด็ดขาด
5. หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าลามหรือสายไฟฟ้าขาดแช่น้ำ อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้รีบแจ้ง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โทร.1129, การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โทร 1130 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแก้ไข
6. ขณะฝนตกหรือตัวเปียก อย่าสัมผัสกับสวิตช์ไฟฟ้า
7. พบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่ติดอยู่กับกระแสไฟฟ้าหรือตัวนำที่เป็นเหตุให้เกิดอันตราย
เป็นอันขาด เพื่อป้องกันมิให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนได้รับอันตรายไปด้วย
หากต้องการช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูดควรดำเนิกการดังนี้
1. ห้ามใช้มือเปล่าหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสถูกตัวผู้ถูกไฟฟ าดูด ให้ยืนอยู่บนพื้นหรือวัสดุที่แห้งและสวมรองเท้าพื้นยาง เพื่อป้องกันการถูกกระแสไฟฟ้าดูด
2. รีบตัดกระแสไฟฟ้า โดยสับสวิตช์ไฟ ยกสะพานไฟและเบรกเกอร์ออกในทันที หรือนำวัสดุที่เป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้า เช่น ผ้าแห้ง กิ่งไม้แห้ง เป็นต้น มากระชาก ผลักหรือดันตัวผู้ถูกไฟฟ้าดูดออกจากบริเวณที่มีกระแสไฟฟ ารั่วไหล
3. เมื่อช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูดออกมาได้แล้วให้ตรวจสอบชีพจร หากหมดสติให้ใช้วิธีปั๊มหัวใจหรือผายปอดโดยการเป่าปาก พร้อมรีบนำส่งโรงพยาบาลในทันที
ผลพวงจากน้ำท่วมคราวนี้ เราจะเห็นได้ว่ามีความตื่นตระหนกในการเร่งกักตุนสิ่งของ จำพวกอาหารแห้งและน้ำดื่มไว้เพื่อป้องกันการขาดแคลน เราจะเห็นได้ว่าหากไปห้างสรรพสินค้าช่วงเวลานี้ สินค้าเหล่านี้แทบจะมีไม่พอขาย ซึ่งก็เป็นโอกาสให้คนบางกลุ่มทำการกักตุนและแสวงหาโอกาสทำกำไร แต่ในส่วนของสถานการณ์พลังงานยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ถึงแม้ว่าจะมีการปิดปั๊มน้ำมัน ปั๊ม LPG และ NGV ไปบ้างในบางพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง จนทำให้การลำเลียงเชื้อเพลิงเหล่านี้โดยรถบรรทุกเข้าไปไม่ถึง แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ขาดแคลนและการกักตุนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะรถแต่ละคันก็มีปริมาณความจุสำหรับก๊าซและน้ำมันจำกัด
การเติมแต่ละครั้งก็เพียงพอแค่สำหรับการดำเนินกิจกรรมตามปกติในชีวิตประจำวัน แต่ปัญหาที่ทำให้ดูเหมือนขาดแคลน คือการที่สถานีบริการบางแห่งต้องปิดลง ก็อาจจะทำให้ผู้ใช้เกิดความไม่สะดวกต้องเลือกหาสถานีบริการอื่นนอกเส้นทางที่ไม่ถูกน้ำท่วมแทน ซึ่งในกรณีที่ท่านกำลังประสบปัญหาว่าจะไปหาปั๊มก๊าซ NGV ที่ไหนดีในช่วงนี้ ขอได้โปรดสอบถามมาที่หมายเลข 1365 ของ ปตท. หรือที่สายด่วนพลังงาน โทร. 021407000 ของกระทรวงพลังงาน
ในส่วนของไฟฟ้าได้รับการยืนยันว่า ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต นครหลวงและภูมิภาค ได้มีการหารือกันโดยตลอดเพื่อตรวจสอบความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และการบริหารสถานีส่งไฟฟ้าต่างๆ ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย จากผลกระทบของน้ำท่วมในคราวนี้ คาดว่าความต้องการไฟฟ้าในระบบของเราจะหายไปประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ จากทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน
ในด้านการจัดหาทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ยืนยันว่า ขณะนี้เรามีเหลือกำลังผลิตไฟฟ้าพร้อมจ่ายทันทีเพื่อรองรับภาวะฉุกเฉินอีกถึง 2,000 เมกะวัตต์เหลืออยู่ในระบบ ดังนั้นความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้าจึงไม่เป็นที่น่าห่วงและทุกฝ่ายสามารถวางใจได้ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไป แม้ว่าการดำเนินชีวิตในช่วงนี้อาจจะขลุกขลักบ้างแต่เราก็ยังมีโอกาสยืนขึ้นได้อีกครั้งหลังน้ำลด







