posttoday
หมดทางสู้เตือนฝั่งธนฯอ่วม

หมดทางสู้เตือนฝั่งธนฯอ่วม

23 ตุลาคม 2554

วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)

วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)

เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำที่มาถึงขณะนี้น่าจะอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “ไม่มีทางสู้แล้ว” ฉะนั้นแนวทางขณะนี้คือ หาทางให้น้ำที่มีไปให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร

สถานการณ์ขณะนี้น่าห่วงที่สุดคือฝั่งเจ้าพระยาตะวันตก ที่ไม่มีระบบป้องกันหรือระบบบริหารน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำเหนือที่มาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา และทุ่งในสุพรรณบุรีเข้ามาในฝั่งนี้อย่างเต็มที่ บวกกับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระที่มาจาก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่คันกั้นน้ำแตก ทำให้คาดว่าในฝั่งเจ้าพระยาตะวันตกจะมีปริมาณน้ำทั้งหมดประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปริมาณน้ำดังกล่าว หลังจากน้ำเดินทางผ่าน อ.บางบัวทอง บางใหญ่ และมุ่งน้ำสู่คลองมหาสวัสดิ์ จะไปถึงคลองทวีวัฒนาประมาณ 34 วันข้างหน้า และเข้าสู่เขตบางแคและฝั่งธนบุรีทั้งหมด คาดว่าระดับน้ำจะไม่เกิน 1 เมตร

กรมชลประทาน และกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเร่งระบายน้ำออกแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุดเต็มกำลัง แต่จะสามารถช่วยได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น และจากปริมาณน้ำเหนือทั้งหมดในฝั่งนี้คาดว่าน้ำจะอยู่ในพื้นที่ กทม. 1 เดือน

ขณะที่พื้นที่เจ้าพระยาตะวันออกขณะนี้ต้องเร่งระบายน้ำตามแผนที่ ศปภ.กำหนด โดยเฉพาะการรักษาประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ที่คลองรังสิตให้ระบายน้ำได้มากที่สุด เนื่องจากขณะนี้วิกฤตอย่างมาก ขณะนี้การซ่อมคันกั้นน้ำที่คลองข้าวเม่าเพื่อลดน้ำเหนือที่มาจาก อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ใกล้แล้วเสร็จ ก็จะสามารถชะลอประมาณน้ำส่วนหนึ่งเท่านั้น

“คันกั้นน้ำที่คลองรังสิตและคลองหกวาไม่แตก ก็จะมีผลทำให้ กทม.ไม่ได้รับผลกระทบมาก จะมีเพียงน้ำที่ล้นคันเข้าไปในพื้นที่ กทม. ในเขตใกล้เคียงจะได้รับผลกระทบในระดับไม่เกิน 1 เมตร ซึ่ง กทม.มีศักยภาพสูบออกได้ แต่หากคันกั้นน้ำรังสิตไม่สามารถรับได้ และน้ำเดินทางมาถึงคลองหกวา ก็คาดว่า กทม.จะไม่สามารถสกัดเส้นทางน้ำได้อีก หากเป็นเช่นนั้นคาดว่าน้ำจะล้นคันเข้าพื้นที่ กทม.ชั้นใน แต่ระดับน้ำใน กทม.น่าจะไม่เกิน 1 เมตร” วีระ ระบุ

เสรี ศุภราทิตย์ นักวิชาการ กล่าวว่า คลองประปาสามารถรับน้ำได 90 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่น้ำจะเข้าประมาณ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที ฉะนั้นน้ำเหนือมีโอกาสล้นคันคลองประปามายัง กทม.ได้ค่อนข้างแน่นอน หากรัฐบาลไม่ปิดคลองหนึ่งไม่ให้น้ำเข้ามาเพิ่มในฝั่งประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ น้ำก็จะเอ่อล้นอนุสรณ์สถานเข้าไปบางเขน สายไหม กทม.ชั้นใน และพื้นที่ต่ำ

“ขณะนี้พื้นที่น่าห่วงที่สุดคือฝั่งธนบุรี เพราะปริมาณน้ำมาทาง อ.สามโคก และน้ำเหนือจากสุพรรณบุรีและอยุธยา ทำให้ประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนาไม่สามารถรับมือได้ ส่งผลให้พื้นที่เหนือคลองทวีวัฒนาน้ำท่วมหนัก ระดับสูงกว่า 2 เมตร ในขณะที่พื้นที่ใต้ประตูระบายน้ำลงไปคือ ตลิ่งชัน หนองแขม บางแค และฝั่งธนบุรีทั้งหมดน้ำจะท่วมเกือบ 1 เมตร ซึ่งประมาณน้ำเหนือทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะกลับสู่ตลิ่งปกติ

ด้านกลุ่มบริษัททีม ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ได้เผยแพร่การวิเคราะห์น้ำท่วม ฉบับที่ 3 ว่า ปริมาณน้ำในทุ่งเจ้าพระยาที่ยังมีมากกว่า 1.2 หมื่นล้าน ลบ.ม. เปรียบเสมือนมีอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลอีก 1 อ่าง อยู่ที่บางไทร แต่่ยังมีปริมาณมากกว่าการระบายลงสู่ทะเลได้ เช่น เมื่อวันที่ 21 ต.ค. มีน้ำไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยาวันละ 419 ล้าน ลบ.ม. ระบายลงสู่ทะเลทั้งที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และทางคลองฝั่งตะวันออกวันละ 403 ล้าน ลบ.ม. ทำให้มีน้ำเหลือสะสมเพิ่มเติมในทุ่งเจ้าพระยาอีกวันละ 16 ล้าน ลบ.ม. จึงทำให้ระดับน้ำทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในพื้นที่นครชัยศรี บางเลน บางใหญ่ เมืองนนทบุรี ปากเกร็ด ลาดหลุมแก้ว เมืองปทุมธานี คลองหลวง ธัญบุรี สายไหม ลำลูกกา หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง บางเสาธง และบางบ่อ

หากไม่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้มากกว่านี้ ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.นี้เป็นต้นไป น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปหนุนสูงสุดในวันที่ 31 ต.ค. ทำให้ระดับน้ำในแม่น้าเจ้าพระยาที่สะพานพุทธฯ อยู่ที่ +2.45 เมตร จากระดับน้ำทะเลกลาง (สูงกว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ประมาณ 15 ซม.) ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นจะทรงตัว และจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนถึงหลังวันที่ 15 พ.ย.ไปแล้ว ระดับน้ำในพื้นที่ อ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี จึงจะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในพื้นที่บางไทร จ.ปทุมธานี นนทบุรี นครชัยศรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ระดับน้ำจะลดลงอย่างช้าๆ จึงต้องเสริมความแข็งแรงให้พนังกั้นน้ำต่างๆ ให้คงทนอยู่ได้ถึงหลังวันที่ 15 พ.ย.

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน