
หาทางตั้งรับ
ปูสารภาพจม1เดือนครึ่ง ปรับแผนรักษาประปาไฟฟ้ากันกลียุค
ปูสารภาพจม1เดือนครึ่ง ปรับแผนรักษาประปาไฟฟ้ากันกลียุค
วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำจนถึงขณะนี้ อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในภาวะที่เรียกว่าไม่มีทางสู้แล้ว ทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร
วีระและผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ให้ข้อมูลตรงกันหมดแล้วว่า การระบายน้ำทางฝั่งตะวันออกของ กทม.นั้น น้ำจะล้นประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ผ่านอนุสรณ์สถานเข้าบางเขน สายไหม และ กทม.ชั้นใน ไม่นับรวมที่แตกมาจากทางคลองประปาอีก หรือที่แตกล้นมาจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถวสามเสน
แต่จุดที่น่าห่วงที่สุดคือ ฝั่งตะวันตก เพราะจุดนี้มีน้ำทั้งหมดประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จะไหลผ่าน อ.บางบัวทอง บางใหญ่ จ.นนทบุรี และมุ่งน้ำสู่คลองมหาสวัสดิ์ จะไปถึงคลองทวีวัฒนาใน 34 วันข้างหน้า และเข้าสู่เขตบางแคและฝั่งธนบุรีทั้งหมด
พื้นที่เหล่านี้จะจมนานประมาณ 1 เมตร หรือมากกว่านั้นอีก
ส่วน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังบอกเป็นนัยๆ ระหว่างกล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ 1 เดือนถึงเดือนครึ่ง!
นายกรัฐมนตรีให้ภาพการระบายน้ำที่คนรู้กันทั้งประเทศแล้วว่ามีน้ำขนาดเท่าเขื่อนภูมิพลหนึ่งเขื่อนอยู่ในทุ่งหลากภาคกลางถล่มกรุง แถมในเขื่อนยังมีความจำเป็นต้องปล่อยน้ำออกมาเรื่อยๆ ว่า
“ปริมาณน้ำจะลดลงไปเรื่อยๆ ไม่ท่วมขังสูง แต่จะค่อยๆ ไหลไปตามเส้นทางระบายน้ำ”
ผบ.ทบ. บอกตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.แล้วว่า แนวคันที่ กทม.ทำนั้นมีประโยชน์แค่ยื้อเวลาให้ช่วยประชาชนได้มากขึ้นเท่านั้น วานนี้นายกฯ เพิ่งรับว่า “แนวกั้นพัง กระสอบทรายและหินคลุกที่เพิ่งจะทำนั้นเป็นเพียงการชะลอน้ำ ไม่สามารถหยุดน้ำได้ เป็นได้แค่ชะลอน้ำ”
นายกฯ บอกถึงแผนการของรัฐบาลว่า เตรียมหาทางรับมือโดยเลือกป้องกันสถานที่สำคัญในเมืองหลวง เช่น เขตพระราชฐาน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ และจุดสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น สนามบินดอนเมือง รถไฟฟ้า เส้นทางขนส่งต่างๆ เช่น ทางด่วน สะพานต่างระดับแยกข้ามให้สามารถขึ้นลงได้ เพื่อไม่ให้การจราจรเป็นอัมพาต ปกป้องดูแลโรงงานที่ผลิตน้ำประปา ไฟฟ้า ให้ผลิตได้
รวมถึงเส้นทางขนส่งให้สามารถลำเลียงสินค้าเพื่อไม่ให้ขาดตลาด และสามารถกระจายไปยังประชาชนได้ทั่วถึง
1 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร?
นายกฯ บอกเพียงว่า ระหว่างรอน้ำลด จะอพยพประชาชนไปอยู่ในศูนย์พักพิง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 1,743 แห่ง รองรับผู้พักพิงได้ 8 แสนคน ขณะนี้มีผู้เข้าพักแล้ว 1.33 แสนคน
รัฐบาลจะจัดให้มีการสอนหนังสือ การฝึกทักษะอาชีพ เพื่อให้คนที่ไปพักพิงสามารถปรับใช้เป็นอาชีพใหม่หลังน้ำลด
นอกจากนี้ยังเตรียมงบประมาณสำหรับที่จะเยียวยาความเสียหาย ซ่อมแซมบ้านเรือน สาธารณูปโภคต่างๆ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติสุข...จะควบคุมราคาไม่ให้ขึ้นราคาที่สูงเกินผิดปกติ และกระจายสินค้าให้เพียงพอและทั่วถึง
นานแค่ไหนอาจจะระบุชัดไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ ท่วมนาน นี่เป็นโจทย์ที่ทุกฝ่ายต้องขบคิด เพื่อให้ระบบต่างๆ เดินหน้า กรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัดจะได้ไม่เป็นกลียุค
“หากกินเวลานานถึง 1-2 เดือน ก็เป็นเรื่องยากที่จะคุมสถานการณ์ให้ปกติ ไม่เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน เพราะการขนส่งสินค้าจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องฟื้นฟูภาคการผลิตให้เร็วที่สุด แล้วมาจัดการเรื่องการขนส่ง” วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน บอกทิศทางการบริหารปากท้อง
ส่วน บัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านค้าปลีกเซเว่นอีเลฟเว่น บอกว่า ถ้ายืดเยื้อนานขนาดนั้นจริง ก็อยากให้คนไทยยึดญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง เพราะในภาวะอุทกภัย ผู้บริโภคญี่ปุ่นจะซื้อสินค้าแบบแบ่งปันมากกว่าซื้อตุนเกินความจำเป็น
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯระบุว่า รัฐบาลได้จัดเตรียมที่จะใช้พื้นที่ 3 หมื่น ตร.ม. ของอาคารคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นศูนย์กระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยจะใช้เวลาขนส่งสินค้าภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อกระจายสินค้าไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดแคลน โดยจะดำเนินการได้ในวันที่ 24 ต.ค.นี้
จะอยู่อย่างไรยังนึกไม่ออก ที่แน่ๆ ถึงเวลาปรับตัวอยู่กับน้ำท่วม 1 เดือนแล้ว







