
ระพีพัฒน์-รังสิต อั้นไม่อยู่ มวลน้ำจ่อเข้ากรุงเกินพิกัด3เท่า
สถานการณ์การระบายน้ำที่คลองระพีพัฒน์แยกตกอยู่ในขั้นวิกฤต คันกั้นน้ำพังเสียหายหลายจุดตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.
สถานการณ์การระบายน้ำที่คลองระพีพัฒน์แยกตกอยู่ในขั้นวิกฤต คันกั้นน้ำพังเสียหายหลายจุดตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.
เป็นแนวยาวกว่า 200 เมตรส่งผลให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่หลังคันกั้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ทหารต้องแจ้งให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่หลังคันกั้นน้ำรีบอพยพออกจากพื้นที่เป็นการด่วนพร้อมนำรถยีเอ็มซีเข้าไปลำเลียงชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ เนื่องจากประเมินว่าไม่สามารถอุดคันกั้นน้ำที่พังเสียหายได้
ต่อมาคันกั้นน้ำไม่สามารถต้านได้ ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว ความแรงของกระแสน้ำกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง กระทั่งเมื่อเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถซ่อมแซมคันกั้นน้ำได้บางส่วนแล้ว แต่ระดับน้ำยังคงสูงท่วมมิดชั้น 1 ขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องขนย้ายสิ่งของหนีขึ้นไปบนถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ และลี้ภัยไปพักอาศัยที่ศาลาวัดศิริจันทาราม คลอง 5 จำนวนกว่า 100 คน
หลังมวลน้ำมหาศาลทะลักผ่านคลองระพีพัฒน์ จากนั้นจะค่อยๆ แผ่ลงมาถึงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 19 ต.ค. เริ่มส่งผลกระทบแล้ว เห็นได้จากสภาพการจราจรบนถนนสายรังสิตนครนายก ติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากน้ำเริ่มเอ่อท่วมผิวถนนช่วงคลอง 1-4 บางช่วงสูงถึง30 ซม. ซึ่งช่วงรังสิตคลอง 12 มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ อาทิ หมู่บ้านฟ้าลากูน หมู่บ้านสิริวลัย หมู่บ้านภัณฑิรา เป็นต้น
เช่นเดียวกับถนนวิภาวดีรังสิตตั้งแต่ตลาดสี่มุมเมืองจนถึงห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต มีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 15-20 ซม. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจร 1 ช่องทาง ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง 40-50 ซม. ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก
ขณะที่เจ้าหน้าที่วัดระดับน้ำ ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ระบุว่า ได้วางแนวกั้นน้ำไว้ที่ตลาดรังสิต แต่หากแนวกั้นน้ำแตกก็มีผลทำให้น้ำในคลองรังสิตสูงขึ้นได้ นอกจากนี้การติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลบ.ม./วินาที อีก 9 เครื่องที่ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ยังไม่เสร็จ
นายกิจวัชร์ พรหมลา ปลัดอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี กล่าวว่า น้ำจากคลองระพีพัฒน์ที่ไหลมายังคลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีระยะทาง 20 กม. กระแสน้ำจะค่อยๆ ลดความเชี่ยวกรากลง เนื่องจากต้องผ่านท้องทุ่งและบ้านจัดสรรต่างๆ ที่ช่วยชะลอการไหลของน้ำได้บางส่วน
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้มวลน้ำที่เคลื่อนมาจากทางภาคเหนืออาจมาถึงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยน้ำจากย่านนิคมอุตสาหกรรมนวนคร และน้ำที่ทะลักจากแนวกั้นคลองระพีพัฒน์ จะเคลื่อนเข้ามาถึงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ในคืนวันที่ 20 ต.ค.นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคลอง 2 และคลองหกวาในวันที่ 21 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ กทม.ต้องเร่งระดมกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1 และประชาชนที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยเสริมแนวคันกั้นน้ำให้มีความสูงจาก 3 เมตร เป็น 3.5 เมตร ความกว้าง 3 กระสอบ ระยะทางยาว 6 กม. ให้เสร็จภายในวันที่ 20 ต.ค.นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม 1 วัน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า กทม.ได้รับแจ้งจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า จะมีน้ำปริมาณกว่า 1,200 ล้าน ลบ.ม. จากตอนบนไหลผ่านมายังทุ่งรังสิต ซึ่ง กทม.ประเมินสถานการณ์แล้วว่า ทุ่งรังสิตสามารถรับน้ำได้เพียง 400 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น จึงอาจส่งผลกระทบต่อคันกั้นน้ำตะวันออกและทำให้น้ำท่วมพื้นที่ กทม.ในที่สุด







