
ผู้มีอิทธิพลขวางทางน้ำ
การรับศึกอุทกภัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตลอดเดือนที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความอลหม่านสับสน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การรับศึกอุทกภัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตลอดเดือนที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความอลหม่านสับสนทั้งในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และการรับมือที่ไม่เป็นระบบกับวิกฤตภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการภายใน ศปภ. การสังเคราะห์ข้อมูลน้ำที่ถูกต้องแม่นยำ การตัดสินใจขั้นสุดท้าย กระทั่งการแจ้งข่าวสารเตือนภัยของ ศปภ.ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
หนึ่งในปัญหาที่นำมาสู่การตัดสินใจผิดพลาด ที่รัฐบาลพยายามออกตัวชี้แจงในหลายเวที คือ การคำนวณปริมาณน้ำผิด โดยเฉพาะน้ำเหนือที่ไหลตามท้องทุ่งต่างๆ พุ่งเป้าไปที่พรรคชาติไทยพัฒนาของ “บิ๊กเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา ที่ดูแลกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ให้ข้อมูลไม่รอบด้าน ทำให้รัฐบาลประเมินปริมาณน้ำต่ำกว่าความเป็นจริง
เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยอมรับตอนหนึ่งว่า ปีนี้น้ำมีมากกว่าทุกปีถึง 3 เท่า คำให้สัมภาษณ์ของ ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็รับว่าวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้มีการพลาดหลายปัจจัย
พลาดจุดแรก ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนน้อยไป เมื่อพายุมาจึงเอ่อล้น พลาดจุดที่สอง คือ การผันน้ำมาทางตะวันตกทางประตูน้ำพลเทพ จ.ชัยนาท แต่กว่าเราจะตัดสินใจผันก็ช้าไปแล้ว เพราะปัญหาการปิดประตูระบายน้ำ ทำให้น้ำจังหวัดด้านบนเต็ม แต่ฝั่งซ้าย หรือฟากสุพรรณบุรีกลับมีน้ำน้อย แม้กระทั่งวันนี้ก็ยังน้อยอยู่
“เหตุผลที่น้อยก็ไม่รู้ ผมก็ไม่อยากพูด” แม้ปลอดประสพไม่อยากขยายผล แต่ก็รู้ว่าหมายถึงพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้ง นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และลูกพรรคเพื่อไทยย่านภาคกลาง ก็ออกมาถล่มพรรคบรรหารว่าห่วงฐานเสียงตัวเองเกินไป กันไม่ให้น้ำเข้าสุพรรณบุรี เมืองหลวงของพรรคชาติไทยพัฒนา
แม้แต่ “สหรัฐ กุลศรี” สส.สุพรรณบุรีหนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย ก็ยังสงสัยว่าทำไม อ.เดิมบางนางบวช ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของเขาท่วมหนักเมื่อเทียบกับอำเภออื่นๆ ใน จ.สุพรรณบุรี เช่น อ.ศรีประจันต์ ของชาติไทยพัฒนาที่ท่วมประปราย แผนการต่างๆ ของรัฐบาลที่จะผันน้ำออกทางฝั่งตะวันตกลงอ่าวไทยเฉลี่ยทุกข์ร่วมกันจึงไม่เป็นไปตามเป้า น้ำจึงทะลักเข้าปทุมธานี และจ่อเข้ากรุงเทพฯ ด้วยมวลมหาศาล
ภายในวอร์รูม ศปภ. ฝ่ายพรรคเพื่อไทยจึงไม่ไว้ใจข้อมูลจากกรมชลประทาน โดยอ้างว่ายังคำนวณน้ำแบบเดิมๆ เฉพาะน้ำในแม่น้ำ ไม่รวมน้ำในทุ่งที่มีปริมาณมาก จนเกิดปัญหา “ความระหองระแหง” ภายใน ศปภ. ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ ของพรรคชาติไทยพัฒนา กับเพื่อไทยแกนนำรัฐบาลจนถึงทุกวันนี้ การแถลงของศปภ. เมื่อวันอาทิตย์ที่ “ธีระ วงศ์สมุทร” รมว.เกษตรฯ จากพรรคชาติไทยพัฒนา ย้ำว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จากนครสวรรค์ได้ผ่านลงสู่อ่าวไทยแล้ว ขอให้คนกรุงเทพฯ สบายใจ ไม่ต้องกังวล เล่นเอาคนใน ศปภ.กุมขมับ เพราะรู้ว่าไม่ตรงข้อเท็จจริงน้ำก้อนใหญ่ยังมาไม่ถึงกรุงเทพฯ สร้างความสับสนเพิ่มขึ้นอีก ปฏิเสธไม่ได้ว่า
การแก้ปัญหาอุทกภัยครั้งนี้แทนที่รัฐบาลจะรวมพลังแก้อย่างเป็นระบบ กลับเกิดปัญหาห่วงพื้นที่ฐานเสียงตัวเอง เป็นความไม่เป็นเอกภาพในรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีเสียงเด็ดขาด ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นเพียงพรรคเล็ก แต่กลับมีบทบาทสูงจนทำให้การแก้ปัญหาน้ำของรัฐบาลไม่ตรงตามเป้าหมาย
เกิดความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรม และประชาชนทุกระดับไม่ว่ายากดีมีจนแค่ไหนก็ตาม เพราะความที่พรรคเพื่อไทยเกรงใจบรรหารจากบุญคุณที่มีต่อกัน ทำให้การตัดสินใจแก้ปัญหาของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในภาวะวิกฤตไม่มีประสิทธิภาพ
แว่วมาว่าความไม่ไว้วางใจต่อ “พรรคบรรหาร” ดังกล่าว ถึงขั้นที่ฝ่ายเพื่อไทยต้องแอบส่งคนไปดูประตูระบายน้ำบางจุดในพื้นที่ของบรรหาร ที่เคยเป็นประเด็นว่าไม่ยอมเปิดระบายน้ำให้ โดยให้กระทรวงไอซีทีไปติดตั้งกล้องซีซีทีวีตรวจสอบ 24 ชั่วโมง ไม่ให้ชาติไทยพัฒนาไหลลื่น
แม้ว่าแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาที่กุมกระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทาน จะยืนยันว่าเปิดทุกบาน แต่ก็ไม่เชื่อใจ เพราะวันนี้ฝ่ายเพื่อไทยเช็กจากภาพถ่ายดาวเทียมก็ข้องใจว่าเหตุใดน้ำไม่ท่วม จ.สุพรรณบุรี ทั้งที่ต้องร่วมรับน้ำด้วย
ศึกเพื่อไทยกระทบชิ่งบรรหาร เป็นปัญหาทำให้น้ำไม่ถูกระบายไปฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ จึงวิ่งมากองที่ จ.ปทุมธานี เต็มพื้นที่ จนเกิดปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่รัฐบาลพยายามเร่งระบายจากปทุมธานี ตอนเหนือกรุงเทพฯ ไปฝั่งตะวันออกตามคลองต่างๆ เพื่อลงทะเล
กระทั่ง “วีระ วงศ์แสงนาค” ที่ปรึกษากรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ ออกมาแฉซ้ำน้ำไปไม่ได้เพราะติดผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะนักการเมืองในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ไม่ยอมให้น้ำผ่านคลองต่างๆ ในทุ่งรังสิต เนื่องจากเป็นฐานเสียงสำคัญ ทำให้การแก้ปัญหาน้ำของรัฐบาลไม่เป็นไปตามแผนผันน้ำออกทะเลไม่ได้ตามที่ต้องการ
“คลองอื่นที่นักการเมืองไม่ยอมก็ใช่ว่าน้ำจะไม่ไป เพราะน้ำจะเท้อไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะท่วมเช่นกัน แต่ถ้าช่วยกันตั้งแต่ต้นก็จะไม่รุนแรง และ กทม.จะไม่เป็นอันตรายอย่างนี้”
พื้นที่ จ.ปทุมธานี เป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ได้ สส.ยกจังหวัด 6 คน มีตระกูล “หาญสวัสดิ์” ผูกขาดอยู่ โดยมี “ชูชาติ หาญสวัสดิ์” เป็น รมช.มหาดไทย แต่ก็ยังดีที่รัฐบาลเคลียร์ได้ทัน โดยมอบหมายให้ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย เจ้ากระทรวงไปเคลียร์กับผู้มีอิทธิพลเหนือประตูระบายน้ำ จนต้องยอมเปิดประตูให้น้ำระบายจากคลอง 1-6 ผันไปด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ
ปัญหาภายในรัฐบาลที่ต่างฝ่ายต่างห่วงฐานเสียงตัวเอง ทำให้ปัญหาจากเล็กบานเป็นปมใหญ่ ไม่แต่จะกระทบกับรัฐบาลที่พลอยจะเสียรังวัดไปด้วย แต่คนส่วนใหญ่อาจได้รับความเดือดร้อนมากเกินกว่าจะประเมิน







