posttoday
เครียดเพราะน้ำท่วม

เครียดเพราะน้ำท่วม

18 ตุลาคม 2554

พักนี้มองไปรอบตัว เห็นแต่คนหน้าตาเครียดๆ ถามไถ่ได้ความว่า บางคนเครียดเพราะเจ๊งหุ้น แต่ส่วนใหญ่เครียดเพราะข่าวน้ำท่วมเมือง

พักนี้มองไปรอบตัว เห็นแต่คนหน้าตาเครียดๆ ถามไถ่ได้ความว่า บางคนเครียดเพราะเจ๊งหุ้น แต่ส่วนใหญ่เครียดเพราะข่าวน้ำท่วมเมือง

โดย..สมชาย สกุลสุรรัตน์

ผมก็งงเหมือนกันว่าเกิดอาเพศอะไรกับบ้านเมือง ปีที่แล้วผู้คนถึงต้องเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์มในประเทศที่ผลิตน้ำมันปาล์มได้มากเป็นอันดับสามของโลก พอมาปีนี้น้ำท่วมบ้านท่วมเมือง ผู้คนหน้าตาเคร่งเครียดยืนเข้าคิวยาวเหยียด รอรับแจกทรายบรรจุถุงจากสำนักงานเขต ซึ่งเผอิญตั้งอยู่หน้าปากซอยบ้านผมแถวสะพานสูงพอดี เงื่อนไขในการใช้สิทธิรับแจกทราย 20 ถุงต่อบ้าน คือต้องแสดงบัตรประชาชนกับสำเนาทะเบียนบ้านต่อเจ้าหน้าที่ของเขตก่อน เลยชุลมุนวุ่นวายทั้งคนทั้งรถที่จะเข้ามาขนทราย ใครไม่เครียดก็คงต้องเครียด

ผมผ่านไปเห็นความยาวของคิวและความชุลมุนวุ่นวายที่หน้าสำนักงานเขตแล้วตัดสินใจไปซื้อทรายเอง ปรากฏว่ายิ่งเครียดหนักขึ้นไปอีก เพราะไปถามที่ร้านก็ไม่มีทรายขาย

พอตกบ่ายคิดว่าเพื่อความไม่ประมาท น่าจะไปซื้อปั๊มน้ำแบบดูด หรือเครื่องไดโวมาเตรียมไว้ยามฉุกเฉินสักเครื่องหนึ่ง เผื่อน้ำล้นท่วมบ้านจริงๆ จะได้สูบออกไปท่วมบ้านคนอื่น

ปรากฏว่าที่ห้างขายวัสดุและเครื่องใช้ในบ้านเจ้าประจำมีแต่ชั้นวางเครื่อง แต่ไม่มีเครื่องวางขาย

ผมถามพนักงานขายว่า ทำไมถึงไม่มีเครื่องวางขายเหมือนเดิม ได้รับคำตอบว่า ปั๊มไดโวเป็นสินค้ายอดฮิต ขายดิบขายดี จนไม่มีเหลือวางขายบนชั้นมา 2-3 วันแล้ว

เผอิญระหว่างยืนคุยกับพนักงานขาย มีพนักงานอีกคนหนึ่งเข็นรถเอาเครื่องสูบน้ำมาเพื่อวางขายอีก 20 เครื่อง ปรากฏว่ายังไม่ทันยกขึ้นวางบนชั้นบรรดาลูกค้ากลุ่มใหญ่ รวมทั้งตัวผมเองด้วยที่กำลังยืนรอซื้ออยู่ ต่างก็กรูกันเข้าแย่งชิงเครื่องกันเป็นที่โกลาหลจนหมดในพริบตา ทั้งที่ไดโวเครื่องหนึ่งราคา 4,000 กว่าบาทขึ้นไปไม่ใช่ของแจกฟรี

เชื่อไหมครับว่า พอผมแย่งซื้อเครื่องไดโวมาได้เครื่องหนึ่งแล้ว ไปถามพนักงานว่า ท่อสายยางที่จะใช้กับเครื่องอยู่ที่ไหน คำตอบคือสายยางหมดไม่มีขาย กำลังรอสต๊อกใหม่ ผมถามต่อว่า ถ้าซื้อเครื่องไปแต่ไม่มีสายยางแล้วจะสูบน้ำไปทิ้งได้อย่างไร เจ้าเด็กน้อยพนักงานขายไม่ตอบ คงเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนแก่อย่างผม

ผมต้องเดือดร้อนโทรศัพท์ไปถามร้านขายฮาร์ดแวร์ในหมู่บ้าน ปรากฏว่ายังมีสายยางเหลืออยู่ให้รีบกลับมาเอา ไม่อย่างนั้นจะขายให้คนอื่น ผมต้องรีบตาลีตาลานขับรถกลับมาหมู่บ้านซื้อสายยางตามคำสั่งเจ้าของร้าน เป็นอันแก้ปัญหาไปได้เปลาะหนึ่ง ส่วนเครื่องและสายยางที่ซื้อมาจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมบ้านได้หรือไม่ คงต้องรอพิสูจน์ต่อไปเมื่อน้ำท่วม ซึ่งถ้าไม่ต้องพิสูจน์ได้ก็ดี แต่คงยากเพราะเผอิญไม่มีเทวดาไล่ฝนห้ามน้ำที่บ้าน

พอหาซื้อทรายได้ ไม่ต้องไปแย่งทรายฟรีจากชาวบ้านริมคลองที่เจอหน้ากันเตือนทุกวัน เวลาไปวิ่งเล่นริมคลองตอนเช้าๆ และเห็นความจำเป็นของเขาจริงๆ ที่จะต้องป้องกันน้ำในคลองท่วมบ้าน และแย่งซื้อเครื่องไดโวกับสายยางมาได้สำเร็จ ก็คิดว่าหมดภาระหน้าที่ นอนดูทีวีแก้เครียดได้แล้ว

ปรากฏว่ายังก่อนครับ มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นให้เครียดอีก เพราะลูกชายที่ภรรยาใช้ให้ไปซื้อน้ำดื่มมาสต๊อกไว้ที่บ้าน กลับมาหน้าตาตื่น บอกว่า น้ำหมดท็อปส์ (คือห้างที่ไปซื้ออาหารและน้ำดื่มเจ้าประจำแถวบ้าน) สองคนแม่ลูกช่วยกันยืนบ่นให้ผมฟังเพื่อให้ผมรำคาญไปซื้อให้

เผอิญผมต้องขับรถไปเติมน้ำมันอยู่แล้วเลยไอเดียบรรเจิด แวะไปเติมน้ำมันปั๊มที่มีบริการแถมน้ำดื่ม และจากประสบการณ์ทราบว่า จะได้รับแจกน้ำดื่ม 5 ขวดใหญ่ ถ้าเติมน้ำมันเต็มถัง อย่างน้อยซื้อน้ำที่ไหนไม่ได้ยังมีน้ำดื่มกลับมาอวดลูกที่บ้านตั้ง 5 ขวดกะว่าถ้าเติมน้ำมันแล้วได้รับน้ำดื่มแถมไม่ครบ จะถ่ายน้ำมันทิ้งไปบ้าง เพื่อเติมใหม่จะได้รับน้ำดื่มแถมให้ครบ เพื่อเอาใจสองคนแม่ลูกไงครับ

เผอิญโชคดีมีน้ำมันเหลือติดถึงอยู่น้อยเติมแล้วได้น้ำครบตามโควตา นอกจากนั้นเขายังมีน้ำดื่มวางขายเป็นโปรโมชันบริเวณหัวจ่าย แพ็กละ 65 บาท เลยจะขอซื้อเหมาหมด จึงถูกเด็กปั๊มดุว่า อย่าโลภมากอวดรวย ขอเก็บไว้ขายคนอื่นบ้าง แบ่งขายมาให้ 4 โหล กลับมาบ้านกลายเป็นฮีโร่ของครอบครัวทันตาเห็น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ทำอะไรให้เยอะแยะไม่เคยมีใครชมสักที อย่างน้อยน้ำท่วมครั้งนี้แท้ๆ ทำให้ผมได้เป็นฮีโร่ของครอบครัวสำเร็จ

พอวันนี้มาทำงานที่บริษัท เด็กคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ไปแย่งซื้อถ่ายไฟฉายกับกระบอกไฟฉายมาได้กระบอกหนึ่ง อารามรีบร้อนแย่งชิงกับคนอื่น ไม่ได้ดูว่ากระบอกไฟฉายที่ซื้อมาเป็นไฟฉายแบบชาร์จไฟฟ้า ถ้าน้ำท่วมแล้วมีการตัดไฟคงลำบาก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ผมเลยแนะนำให้รีบไปซื้อไฟฉายใหม่ หรือหัดดัดแปลงไฟฉายแบบชาร์จไฟให้ใช้ถ่านแทนก็แล้วกัน เด็กมองหน้าผมแล้วกลับไปทำงานต่อ เชื่อว่าหลังจากนี้คงไม่กลับมาปรึกษาหารืออะไรกับผมอีก

ทั้งหลายทั้งปวงที่เล่ามา เพราะเห็นใครต่อใครรอบตัวเครียดกันไปหมด เลยไม่อยากเพิ่มความเครียดให้ ความจริงผมก็กลัวน้ำท่วมบ้านเหมือนกัน แต่คิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเครียด เพราะยิ่งเครียด ยิ่งคิดอะไรไม่ออก ทั้งที่ควรคิดเตรียมป้องกันน้ำท่วมบ้านและคิดหาวิธีการดำรงชีวิตในยามที่บ้านถูกน้ำท่วม

เรื่องนี้ต้องทำใจครับว่า เป็นเรื่องของธรรมชาติที่เอาคืนกับมนุษย์ เป็นภัยพิบัติที่พ้นวิสัยที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำอะไรได้ เพื่อเตรียมการป้องกันภัยน้ำท่วมเท่าที่จะทำได้ตามกำลังกายและกำลังทรัพย์แล้วก็ป่วยการที่จะวิตกกังวลอะไรอีก ทำใจให้เป็นปกติดีกว่า ถือเสียว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อทำดีที่สุดแล้วก็เป็นอันยุติไม่ต้องเครียดอีก เพราะเครียดไปก็เท่านั้น

ปล่อยให้นายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เครียดไปเถิดครับ เพราะภาระหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนนับล้านที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัสอยู่ในขณะนี้ ใครเป็นนายกฯ ถ้าไม่เครียดคงผิดปกติ ช่วยกันเอาใจช่วยให้ท่านแก้ไขปัญหาให้สำเร็จดีกว่า ใครมีอะไรจะช่วยแนะนำก็แนะนำ ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไรขณะนี้ เพราะความสำเร็จในการทำงานของนายกฯ คือ การปลดทุกข์ของผู้ประสบพิบัติภัยขณะนี้โดยตรง

ผมว่าวิธีระบายความเครียดที่ดีวิธีหนึ่งในยามนี้ คือการเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม อย่างน้อยช่วยบริจาคเงินและสิ่งของก็ยังดี บุญกุศลที่ท่านช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก อาจช่วยปกปักรักษาท่านให้รอดพ้นพิบัติภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ดีกว่าไปมัวนั่งเฝ้าจอโทรทัศน์แล้วนั่งคิด นอนคิด กลัวว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ ถ้าท่วมจะท่วมเมื่อไร ท่วมสูงขนาดไหน ท่วมนานเท่าไร จระเข้ งู เงี้ยว จะเลื้อยเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านด้วยหรือไม่ กลัวไปสารพัดเพราะข่าวลือบ้าง จริงบ้าง จนเครียดแล้วเครียดอีกเป็นไหนๆ

ก่อนจะจบ ต้องขอสารภาพครับว่าที่เขียนบทความนี้ เพราะไม่มีอารมณ์เขียนเรื่องอื่นจริงๆ

ชักสงสัยตัวเองเหมือนกันครับว่า กำลังเครียดหรือไม่เครียดกันแน่

อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดีปลอดภัยจากน้ำท่วมครับ  

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก