
ศึกใหญ่ในวันนี้
ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เป็นศึกหนักกว่าสงคราม 9 ทัพ ข้าศึกวันนี้ เป็นมวลน้ำจำนวนมหาศาล
ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เป็นศึกหนักกว่าสงคราม 9 ทัพ ข้าศึกวันนี้ เป็นมวลน้ำจำนวนมหาศาล
โดย..สมผล ตระกูลรุ่ง
ที่เคลื่อนกำลังเข้าปิดล้อมหัวเมืองต่างๆ อันเป็นเมืองหน้าด่านก่อนเข้าถล่มเมืองหลวง
เมืองหน้าด่านสำคัญอันเป็นเส้นทางเดินทัพ ต่างแตกกระเจิงไปหมดแล้ว ไล่ลงมาตั้งแต่เมืองปากน้ำโพที่ตั้งมั่นอย่างแข็งขัน ในที่สุดก็ต้านทานกองทัพน้ำไม่อยู่ เมืองละโว้เป็นเมืองเล็กที่พ่ายแพ้แต่แรกแล้ว อโยธยาเมืองเก่านั้นเล่าก็เสียแก่ข้าศึกจนหมดสิ้น แหล่งรายได้สำคัญไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร นิคมฯ โรจนะ นิคมฯ ไฮเทค นิคมฯ บางปะอิน ก็ตกอยู่ในความควบคุมของกองทัพน้ำจนหมดสิ้น นิคมฯ นวนคร บางกะดี ที่ยังเหลืออยู่ ก็ดูท่าจะหนักหนาสาหัส
ทั้งเมืองประทุม เมืองนนท์ เมืองที่กั้นเมืองหลวงก็เสียแก่ข้าศึกแล้ว ขณะนี้กองทัพน้ำได้ปิดล้อมเมืองฟ้าอมรไว้ทุกทิศทาง ลำพังข้าศึกที่หลากลงมาจากเหนือสมทบกับข้าศึกที่หนุนเนื่องจากทะเล ก็ดูท่าจะรับมือไม่ไหวแล้ว
บรรดาเสนาบดีต่างก็ให้ความเห็นไปคนละทิศคนละทาง เหมือนไม่ได้พูดคุยกันมาก่อน จนชาวบ้านไม่อาจวางใจได้ จะอาศัยหนึ่งนารีก็เหมือนจะเอาแต่ท่องบท จะขี่ม้าขาวไปทางไหน ข้าทาสบริวารก็ต้องคอยสร้างสะพานทำทางให้ ดูไม่เป็นมืออาชีพเอาเลย
การสู้ศึกครั้งนี้ยังหาแม่ทัพตัวจริงไม่เจอ ดูเหมือนว่าท่านปูผู้นำจะเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ วันนี้ไม่รู้ว่าจะฟังใคร เสือปลอดเสนาที่น่าจะเชี่ยวชาญเรื่องน้ำ ก็เชื่อไม่ค่อยจะได้ เสนาประชา ที่เกิดมาจากสายโปลิศดูเหมือนมีอำนาจเต็ม แต่ก็ไม่ค่อยจะให้ความเห็น จนลืมไปว่า เป็นผู้บัญชาการที่ได้รับแต่งตั้ง การสู้ศึกจึงไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ที่น่าแปลกใจคือ เจ้าสัวโต้ง เสนาบดีกระทรวงค้าขาย แม้จะมีตำแหน่งรองแม่ทัพใหญ่แต่ก็ดูสายเศรษฐกิจ จบการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ กลับไปทำหน้าที่บัญชาการป้องกันเมืองไฮเทค จนต้องหลั่งน้ำตากับความพ่ายแพ้
เรากำลังใช้คนถูกกับงานหรือเปล่า หรือท่านเสนาบดีคนใดอยากจะช่วยงานที่ไหนก็ไปที่นั่น
คำถามอย่างนี้ คุณโต้งท่านรู้คำตอบดี รู้ว่าลุ่มน้ำท่าจีนคือแดนดินถิ่นเมืองสุพรรณบุรี รู้ดีว่ากรมชลประทานที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นใครเป็นเสนาบดีตัวจริง ระหว่างคนตัวสูงใหญ่กับคนตัวเตี้ยๆ และคุณโต้งก็รู้ดีว่า คนตัวเตี้ยแห่งเมืองสุพรรณบุรีนั้น บารมีท่านใหญ่คับประเทศ ท่านเป็นสายตรงจากนายห้างใหญ่ดูไบที่ใครๆ ก็ไม่กล้าหืออือ เป็นกรรมของชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุญวาสนาของชาว จ.สุพรรณบุรี ที่วันนี้ยังทำนากันได้ตามปกติ
ในมุมมองหนึ่งก็น่าชื่นชมเสือเตี้ยที่บริหารจัดการได้ดี แต่ในอีกมิติหนึ่งก็เป็นความเห็นแก่ตัวที่ร้ายกาจ แล้วแต่ว่าคนที่มองเป็นคนสุพรรณบุรีหรือเป็นคนพระนครศรีอยุธยา
นอกจากคนสุพรรณบุรีแล้ว คนกรุงเทพฯ ก็ได้รับการดูแลอย่างดี มนุษย์เงินเดือนหลายคนถามว่า ทำไมน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ได้ (คงหวังจะได้หยุดงาน) เป็นคำถามที่น่าจะต้องนำไปขบคิด และทบทวนกันว่า หากเกิดความเสียหายหลายแสนหลายล้านล้านบาทในนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถ้าเฉลี่ยน้ำมาท่วมกรุงเทพฯ บ้าง จะช่วยรักษาอุตสาหกรรมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็แล้วไป แต่ถ้าได้ การปล่อยน้ำท่วมกรุงเทพฯ จะเกิดความเสียหายมากน้อยเท่าไร
ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากธรรมชาติจริงๆ หรือเกิดจากการบริหารจัดการน้ำไม่เป็นอย่างที่กูรูสมิทธท่านบอกไว้ ถ้าฟังจากคุณปลอดที่ยอมรับว่า เกิดจากการคำนวณผิดพลาด ก็น่าจะเป็นอย่างที่คุณสมิทธท่านบอก แต่คนที่ฟังอย่างนี้จะรู้สึกอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือนักลงทุน เพียงแค่คำนวณผิดพลาด ข้อความสั้นๆ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจนยากจะคำนวณได้
ถ้าให้คำนวณความเสียหายที่เกิดขึ้น จะผิดพลาดอีกไหมนี่
ภาครัฐต้องเอาจริงเอาจังกับปัญหาน้ำท่วม อย่าให้มีความคิดแบบเดิมๆ ที่ถือวิกฤตเป็นโอกาสในการแสวงหาประโยชน์จากงบฉุกเฉินที่ไม่มีการตรวจสอบ
ภัยพิบัติครั้งนี้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก แต่ไม่น่าจะมากกว่าคนญี่ปุ่นที่เผชิญสึนามิเมื่อต้นปี สิ่งที่แตกต่างกันอย่างอย่างชัดเจนคือ ความมีระเบียบวินัยของคนสองประเทศ
คงไม่ต้องอธิบายว่า แตกต่างกันอย่างไร เพราะจะกลายเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัย ที่รอคอยความช่วยเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ความจริงก็คือความจริง นอกจากภาครัฐที่ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาอย่างจริงจังแล้ว ประชาชนคนไทยเรายังห่างไกลจากคนญี่ปุ่น
ความแตกต่างเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ แม้จะเจ็บปวดก็ตาม







