posttoday
ชุมชนเข้มแข็ง"วิถี"สู้น้ำชาวปากเกร็ด

ชุมชนเข้มแข็ง"วิถี"สู้น้ำชาวปากเกร็ด

16 ตุลาคม 2554

การป้องกันน้ำท่วมไม่ได้มีเพียงแนวกั้นน้ำที่แข็งแกร่งหากแต่ต้องอาศัยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชุมชนร่วมด้วย

การป้องกันน้ำท่วมไม่ได้มีเพียงแนวกั้นน้ำที่แข็งแกร่งหากแต่ต้องอาศัยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชุมชนร่วมด้วย

โดย...บงกชรัตน์  สร้อยทอง

จากการสำรวจพื้นที่ซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่า พื้นที่ด้านซ้ายที่ติดริมน้ำเจ้าพระยา บ้านเรือนและร้านค้าส่วนใหญ่ระดับน้ำอยู่บริเวณชั้น1 และมีคันดินกั้นตลอดแนวถนน เพื่อไม่ให้ระดับน้ำไหลมาบริเวณถนนส่วนรวม หรือไหลไปยังบ้านและร้านค้าอีกฝั่ง เนื่องจากจะเป็นการกระจายไปยังอีกหลายชุมชนซึ่งไม่ใช่เพียงชุมชนปากเกร็ดอย่างเดียว แต่ระดับน้ำจากริมฝั่งเจ้าพระยานี้หากกั้นไม่อยู่ก็สามารถกระจายไปยังถ.ติวานนท์ และเขตศรีสมานบริเวณดอนเมืองได้อีก

พระครูปลัดกิตติวรวัฒน์  เจ้าอาวาสวัดหงษ์ทอง เปิดเผยว่า หลายครั้งที่มีแนวคันกั้นน้ำรั่ว แต่คนในชุมชนปากเกร็ดได้ช่วยเหลือกัน ผลัดเวรกันเฝ้าระวังหรือช่วยอุดมาได้ตลอด อาจเป็นเพราะเขามีความผูกพันและช่วยเหลือกันมาหลายปี รวมถึงมีการร่วมทำงานระหว่างชุมชนกับเทศบาลมาเป็นอย่างดี เพราะพื้นที่นี้น้ำท่วมบ่อย แต่ปีนี้มาแรงกว่าทุกปี

"ปี 2538 ท่วมแค่หน้าแข้งถึงเอว แต่ปีนี้หลายพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมก็ท่วมแล้ว เช่น วัดโพธิ์ วัดกลางเกร็ด"

ชุมชนเข้มแข็ง"วิถี"สู้น้ำชาวปากเกร็ด ชาวบ้านร่วมมือร่วมใจบรรจุทรายลงกระสอบเพื่อนำไปวางป้องกันน้ำท่วม

ตั้งแต่เกิดน้ำท่วมครั้งนี้ชาวบ้านก็มีการช่วยเหลือกันเหมือนทุกๆ ปี แต่ปีนี้อาจจะต้องจัดระบบการแจกจ่ายทรายของเทศบาลปากเกร็ด  เนื่องจากเมื่อมีข่าวที่ทำให้ตื่นตระหนกชาวบ้านที่มาใหม่อย่างในหมู่บ้านจัดสรรจะมาเอาทรายจากส่วนกลางไป ทางเทศบาลจีงให้วัดหงษ์ทองเป็นศูนย์กลางแจกจ่ายทรายเพราะมีบริเวณกว้างในการเข้ามาของทั้งทางการและชาวบ้าน

ทั้งนี้ วัดต้องเป็นศูนย์กลางเพราะต้องช่วยกันรักษาระดับน้ำและผนังกั้นน้ำบ้านที่อยู่ริมน้ำให้ดีตลอด 9 กิโลเมตรที่อยู่ริมฝั่งเจ้าพระยาเขตปากเกร็ด

นายปัญญา เย็นใจ อายุ 48 ปี อาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กล่าวว่า อาศัยอยู่ในซอยวัดกู้มากว่า 20 ปีแล้ว ปีนี้ถือว่าน้ำมาเยอะมาก เป็นครั้งแรกที่ต้องทำคันดินสูงระดับนี้ ทุกครั้งใช้เพียงกระสอบทรายเป็นกำแพงไม่กี่ชั้น และมีหลายที่ที่ไม่เคยท่วมหนักก็มาท่วมจนเกือบมิดชั้น1

นายปัญญา กล่าวต่อว่า นอกจากปีนี้น้ำเยอะกว่าปกติแล้ว สังคมการดูแลก็ยากกว่าเก่าเพราะมีคนมาอยู่ในซอยนี้มากขึ้น เพราะมีหมู่บ้านสมัยใหม่เกิดขึ้นเยอะ ไม่รู้จักวัฒนธรรมของชุมชนและขาดการมีส่วนร่วมเรื่องช่วยเหลือกัน

"หลายครั้งที่มีข่าวทำนบกั้นน้ำรั่ว คนในหมู่บ้านใหม่รีบมาขนทรายเอาเข้าไปกั้นในหมู่บ้านหรือบ้านตัวเองก่อน แทนที่จะมาช่วยกันกั้นพื้นที่ส่วนรวมก่อน จนบางทีไม่พอ ต้องให้เทศบาลช่วยเจรจาให้"

ที่ผ่านมาคนชุมชนเก่าจะช่วยกันมาดูว่าที่ศูนย์กลาง ที่วัดต้องการอะไรบ้าง ผมอาจจะสะดวกหน่อยที่ขับรถมอเตอร์ไซด์ในซอยอยู่แล้ว จึงแวะมาดูได้บ่อย แต่คนอื่นก็ทำเพื่อส่วนรวมเช่นนี้เหมือนกัน

ชุมชนเข้มแข็ง"วิถี"สู้น้ำชาวปากเกร็ด

นอกจากจะมีวัดเป็นสิบแห่ง บ้านเรือนอยู่เป็นหลายพันหลังคาเรือนจะอยู่ภายในซอยวัดกู้แล้ว ยังมีโรงงานหลายแห่งที่ตั้งอยู่ ดังนั้นการเฝ้าและรักษาผนังกั้นน้ำไว้ให้ได้จึงเป็นการช่วยเหลือหลายหมื่นหลายพันชีวิตในนี้  

แต่อย่างไรก็ตาม แม้มีสังคมใหม่เข้ามา แต่คนในชุมชนเก่าๆ ยังช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผลัดกันเฝ้าเวรยามดูระดับน้ำ ช่วยกันอุดรูรั่ว จึงไม่แปลกใจที่ทำไมผนังกั้นน้ำปากเกร็ดถึงได้แข็งแรงขนาดนี้ เพราะพวกเขาไม่ใช่ใช้แต่เพียงแรงกาย แต่เป็นเพราะใช้แรงใจที่รวมกันเป็นหนึ่งมากกว่า  ซึ่งพวกเขาหวังว่าสักวันหนึ่งคนใหม่ที่มาอยู่ในชุมชนวัดกู้นี้จะเห็นความสำคัญและวิถีคนเก่าว่ามีอนุภาพขนาดไหน

ชุมชนเข้มแข็ง"วิถี"สู้น้ำชาวปากเกร็ด

 

ชุมชนเข้มแข็ง"วิถี"สู้น้ำชาวปากเกร็ด

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69