posttoday
‘เครดิตสวิส’คาดอยุธยาพัง3แสนล.

‘เครดิตสวิส’คาดอยุธยาพัง3แสนล.

13 ตุลาคม 2554

กระทบการลงทุน2พันแห่งรถยนต์-อิเล็กทรอนิกส์วูบ

กระทบการลงทุน2พันแห่งรถยนต์-อิเล็กทรอนิกส์วูบ

เครดิตสวิส ประเมินการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา เสียหายจากน้ำท่วมร่วม 3 แสนล้านบาท

ฝ่ายนโยบายและบริหารความเสี่ยงเครดิต บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เครดิตสวิส ประเมินภาพรวมผลกระทบน้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยาว่า จะส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณกว่า 3 แสนล้านบาท กระทบกับโรงงานทั้งหมด 2,012 แห่ง กระทบแรงงาน 1.97 แสนคน ถือเป็นมูลค่าการลงทุนที่ค่อนข้างสูงในไทย

บล.เครดิตสวิส ยังระบุว่า มูลค่าการลงทุนที่เสียหายประกอบด้วยการลงทุนในนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 180 โรงงาน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค 132 โรงงาน นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 109 โรงงาน นิคมอุตสาหกรรมแฟคเตอร์รี่แลนด์ วังน้อย 61 โรงงาน นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร 48 โรงงาน นิคมอุตสาหกรรมบ้านแพน 11 โรงงาน นอกเขตอุตสาหกรรม 1,471 โรงงาน

นิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่จำนวนมาก เมื่อเกิดน้ำท่วมทำให้โรงงานต้องหยุดผลิต จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรมทำให้อาจจะไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ขณะนี้บางพื้นที่จะยังไม่ถูกน้ำท่วม แต่อาจจะได้รับผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากคนงานไม่สามารถทำงานหรือมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะที่ประกาศหยุดผลิต หากไม่มีคนงานหรือวัตถุดิบ โรงงานที่ไม่ถูกน้ำท่วมก็ไม่สามารถเดินเครื่องการผลิตได้

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้เคยตั้งเป้ามูลค่าการเติบโตในปี 2554 ของอุตสาหกรรมไฟฟ้าไว้ที่ 10% จากมูลค่าการส่งออกปีก่อน 3.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่จากปัญหาน้ำท่วมน่าจะทำให้มูลค่าลดลง

บล.เครดิตสวิส ยังระบุว่า ความต้องการซื้อรถยนต์จะชะลอตัวในระยะสั้น ทั้งจากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และผู้ผลิตบางรายยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

เครดิตสวิส ระบุว่า ปัญหาต่อจากนี้ คือ การขาดชิ้นส่วนในการผลิตในชิ้นส่วนยานยนต์บางประเภท เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อย่างน้อย 40-50 รายได้รับผลกระทบ และในเบื้องต้นคาดว่ายอดผลิตรถยนต์ปีนี้จะลดลง 34 หมื่นคัน หรือ 2% จากประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปีละ 1.75 ล้านคัน เพราะผู้ผลิตกลุ่มยานยนต์รายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ บริษัท อาปิโก ไฮเทค และบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ2.4 แสนคัน ต้องปิดโรงงานชั่วคราว ขณะที่โตโยต้า นิสสัน มิตซูบิชิ แม้จะดำเนินการตามปกติ แต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน ซัพพลายเชน 40-50 ราย เสียหายจึงรับผลกระทบทางอ้อม

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก