
ประเด็นร้อน11ตค.
ประเด็นร้อนวันนี้ยังจะต้องตามติดสถานการณ์น้ำท่วมและความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิดนาทีนี้ต้องติดตามสภาพอากาศ
ประเด็นร้อนวันนี้ยังจะต้องตามติดสถานการณ์น้ำท่วมและความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิดนาทีนี้ต้องติดตามสภาพอากาศ
1.อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณฝนที่จะตกลงมาต่อเนื่อง ว่าจะมีผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสายอื่นๆสูงขึ้นอีกเพียงใด ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานว่าระยะนี้จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐมสมุทรสงคราม กทม. รวมทั้งปริมณฑล ให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะ3-4 วันนี้
2.ทางด้านกรมชลประทานเตรียมรายงานสถานการณ์น้ำเพื่อประเมินภาพรวมกันใหม่ โดยเฉพาะมวลน้ำเหนือก้อนใหญ่ที่เป็นผลมาจากการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เดิมคาดการณ์จะเข้าถึง กทม. ในวันที่ 15-16 ต.ค.นี้ แต่ล่าสุดคันกั้นน้ำใน จ.นครสวรรค์แตก จะทำให้มีน้ำก้อนใหญ่ไหลเข้ามาเร็วขึ้นหรือไม่ จึงจำเป็นต้องวางแผนรับมือกันให้รอบคอบ
3.น่าเป็นห่วงต่อเนื่องสำหรับพื้นที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากน้ำได้ทะลักเข้าท่วมโรงงานอุตสาหกรรมสร้างความเสียหายจำนวนมาก โดยต้องรอดูระดับน้ำจะสูงหรือไม่ เพราะปัญหาตอนนี้คือการอพยพประชาชนยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก
นอกจากนี้ ต้องเอาใจช่วยการป้องกันพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค)ด้วยว่าจะสามารถต้านทานกระแสน้ำได้หรือไม่
4.นอกเหนือไปจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ที่น่าเป็นห่วงแล้ว จ.นครสวรรค์ กลายเป็นอีกพื้นที่ประสบกับปัญหาอย่างหนักไม่แพ้กัน เนื่องจากพนังกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาพังทลายลงมาทำให้เขตเศรษฐกิจในตัวเมืองจมอยู่ใต้น้ำ และเกรงว่าหากระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นประกอบกับไม่สามารถซ่อมแซมพนังกั้นน้ำได้ สถานการณ์จะบานปลาย
5.สำหรับพื้นที่ กทม. กลายเป็นจุดเฝ้าระวังอย่างหนักเช่นกัน วันนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้านตะวันออก ซึ่งตั้งอยู่ ณ ศาลาประชาคมเขตมีนบุรี เพื่อบูรณาการแผนแก้ไขปัญหาและรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากกังวลว่าหากกรมชลประทานปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปริมาณมากขึ้นจะมี 4 เขต ได้แก่ หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา และลาดกระบัง ได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง
6.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีวาระสำคัญ คือ การสรุปภาพความเสียหายทางเศรษฐกิจจากปัญหาน้ำท่วมตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอให้ ครม.พิจารณาแนวทางการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยประมาณการงบประมาณที่ต้องใช้ถึง 1 แสนล้านบาท
7.กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 30%เหลือ 23% เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในวันที่1 ม.ค. 2555 ก่อนปรับลดเหลือ 20% ในปี 2556
8.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน(ส.อ.ท.) กล่าวว่า วันนี้จะหารือกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (เจซีซี) เพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์และมาตรการรับมือการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนญี่ปุ่น หลังมีนักลงทุนญี่ปุ่นสอบถามเข้ามายัง ส.อ.ท.เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นลงทุนเป็นจำนวนมากและโรงงานฮอนด้าโดนน้ำท่วม
9.วันนี้ เวลา 10.00 น. ได้ฤกษ์เปิดโครงการ "รถยนต์คันแรก" โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลังนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต เข้าร่วมโครงการ ที่ ไบเทคบางนา
10.กระทรวงแรงงานเสนอให้ครม.พิจารณาการจ่ายค่าจ้างงานแก่ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามมาตรา 3 (2) แห่งพ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ. 2543 โดยให้รัฐวิสาหกิจจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างได้เองวันละ 300 บาท ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 ตามมติคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจฯ ที่กำหนดว่าเป็นอำนาจคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณา และให้ปรับค่าแรงได้ไม่เกิน 4% ของอัตราค่าจ้างโดยใช้งบของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ







