
อยุธยายังวิกฤติคันดินนิคมโรจนะเฟส 1 พังแล้ว
อยุธยายังวิกฤติ ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น ปชช.แห่นำรถจอดบนที่สูง แนวคันดินคอสะพานเข้าบริษัทฮอนด้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะเฟส 1 ได้ พังแล้ว
อยุธยายังวิกฤติ ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น ปชช.แห่นำรถจอดบนที่สูง แนวคันดินคอสะพานเข้าบริษัทฮอนด้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะเฟส 1 ได้ พังแล้ว
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า คันดินกั้นน้ำนิคมโรจนะ มีการรั่วซึมกำแพง ขณะนี้ได้ ขอกำลังทหาร นำกระสอบทรายโยนลงจุดที่แตกและใช้แผงเหล็กขึงอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวแจ้งล่าสุดว่า ขณะนี้แนวคันดินคอสะพานที่จะเข้าบริษัทฮอนด้าที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเฟส 1 ได้ พังลงแล้ว อาจมีผลกระทบไปถึงนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเฟสที่ 2 ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างหนักหากเฟสที่ 2 พังซ้ำอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 14.50 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)ได้ประชุมผ่านระบบวิดีคอนเฟอร์เรนส์ เพื่อรับทราบสถานการณ์ล่าสุดกับผ้ว่าราชการจังหวัด โดยนายจำลอง โพธ์สุข ผู้ว่าราชการ จ.ชัยนาท กล่าวว่า ปริมาณน้ำจาก จ.นครสวรรค์ เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งการผันน้ำออกตามระบบของกรมชลประทาน ทางฝั่งซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลกระทบโดยตรงกับจ.ชัยนาท โดยเฉพาะ อ.วโรดม อ.สรรพยา ทำให้ต้องอพยพประชาชนจาก 4 อำเภอ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปในที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ประชาชนในเขตอำเภอเมืองอพยพหนีน้ำท่วมไปอยู่บนผิวการจราจรสองฝั่ง ส่วนบริเวณศูนย์อพยพเป็นโรงเรือน รองรับผู้ประสบภัยได้ประมาณ 1,000 ครัวเรือน
จากนั้น พล.ต.อ.ประชาได้สอบถามไปยัง นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ อยุธยา ถึงความคืบหน้าในการป้องกันนิคมอุสาหกรรมโรจนะ โดยนายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้บริเวณที่ได้เข้าไปเสริมคันกั้นน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ พบว่าน้ำยังเข้าไปไม่มาก พล.ต.อ. ประชา กล่าวต่อว่ ได้รับการร้องขอจากผู้ประกอบการในนิคมฯ ไม่อยากให้น้ำเข้าท่วม และขอให้ตัดถนนเป็นช่วงๆเพื่อเปลี่ยนแปลงทางน้ำและป้องกันปัญหาน้ำทะลักเข้าไป ด้านวิทยา ตอบว่าการตัดถนนใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่ขอดูสถานการณ์น้ำให้ใกล้ชิดมากกว่านี้ เพราะปริมาณน้ำเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการระบายน้ำออกจากเขื่อนป่าสัก และการซ่อมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี การตัดสินใจตอนนี้หากไม่ตรงจะเกิดผลกระทบต่อพื้นที่ที่ต้องรับน้ำอีก จึงขอเวลาหารือก่อน
ต่อจากนั้นเวลา 15.10 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเยี่ยมศูนย์ ศปภ.และกล่าวสอบถามนายวิทยา ถึงการแก้ไขป้องกันนิคมฯโรจนะ นายวิทยา กล่าวว่าข้อเสนอทางนิคมฯโรจนะ ต้องการให้เปลี่ยนทางน้ำ ซึ่งอาจจะเกิดผลจะก่อปัญหาให้กับพื้นที่รับน้ำ หากเปิดประตูระบายน้ำคลองหลวงให้น้ำผ่านไปทางคลองข้าวเม่า จะแก้ปัญหานิคมฯโรจนะได้ ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สอบถามผู้แทนกรมชลประทานว่า การเปิดประตูระบายน้ำง่ายกว่าการระบายน้ำตัดถนนหรือไม่ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวต่อว่า ตนอยากให้สำรวจพื้นที่ให้รอบคอบ ดูการไหลของน้ำอีกครั้งก่อนตัดถนน
พล.ต.อ.ประชา กล่าวด้วยว่า ขอให้ผู้ว่าฯอยุธยา เตรียมพื้นที่อพยพประชาชนไว้ เพราะนายกฯเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนมาก ต้องการให้อยู่ในที่สะดวก ซึ่งศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่เหมาะเป็นแหล่งพักชั่วคราว นายกฯขอให้เตรียมแผนอพยพ เนื่องจากเรื่องนี้สำคัญมาก หากน้ำเข้ามามากจะส่งรถยีเอ็มซี จำนวน 30 คัน จากเกียกกายเข้าไปอยุธยา ด้านวิทยา กล่าวว่า ได้รีบประสานกำลังพลทหารเรือ ทหารบก ตำรวจ ระดมออกช่วยประชาชนรอบเกาะเมืองและตัวเมือง ขอให้กรมชลประทาน เปิดประตูระบายน้ำคลองหลวงให้ระดับน้ำเป็นปกติ ไม่ต้องตัดถนนเพื่อช่วยนิคมฯโรจนะ
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สอบถามผู้ว่าฯชัยนาทถึงระดับน้ำ โดยระบุว่า มีความเป็นห่วง ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ ลงมา ซึ่งมีผลกระทบมาก ตนจะลงพื้นที่ จ.อยุธยา เพื่อดูสถานการณ์และประเมินการไหลของน้ำ รวมทั้งแนวทางการระบายน้ำลงทะเล ซึ่งต้องทำอย่างเร็วที่สุด ภาพรวมการแก้ไขปัญหาอุทกภัย จะต้องขุดลอกคูคลอง 5 เส้นทางฝั่งตะวันออก ซึ่งเร่งรัดให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้







