posttoday
เยอรมันแชมป์โลกพัฒนาชุมชนยั่งยืน

เยอรมันแชมป์โลกพัฒนาชุมชนยั่งยืน

07 ตุลาคม 2554

"น้องๆที่มาวันนี้ เขาไม่ได้เกรด เขาทำด้วยใจ อยากช่วยเหลือสังคม สิ่งที่พวกเราทำตั้งใจทำเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง"

"น้องๆที่มาวันนี้ เขาไม่ได้เกรด เขาทำด้วยใจ อยากช่วยเหลือสังคม สิ่งที่พวกเราทำตั้งใจทำเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง"

โดย....ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว       

การแข่งขัน SIFE World Cup  2011  หรือ การนำเสนอโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนชิงแชมป์โลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ต.ค. โดยปีนี้ประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ  ได้ประกาศให้ทีมนักศึกษาจากประเทศเยอรมันคว้าแชมป์โลก  ส่วนรองแชมป์โลกตกเป็นของทีมนักศึกษาจากประเทศซิมบับเว   ทั้งนี้ในส่วนของประเทศไทย ซึ่งมี ทีมนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แชมป์ประเทศไทย เป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขัน ทำได้ดีที่สุดด้วยการฝ่าด่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย จากทั้งหมด 36 ประเทศ

เยอรมันแชมป์โลกพัฒนาชุมชนยั่งยืน

โครงการ SIFE ( Student in Free Enterprise ) เป็นโครงการระหว่างประเทศซึ่งดำเนินการโดย SIFE Worldwide  องค์กรระดับโลกที่ไม่แสวงประโยชน์ ( Not-for-Profit Organization ) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2518  ในประเทศสหรัฐอเมริกา SIFE สร้างเครือข่ายระหว่างนักศึกษา มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ และสนับสนุนทีมนักศึกษากว่า 1,500 ทีมในมหาวิทยาลัยกว่า 40 ประเทศทั่วโลก  SIFE ได้ดำเนินการในประเทศไทยปี 2548 โดยมีพันธกิจหลักเพื่อปลูกฝังจิตอาสาและความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับนิสิต นักศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษานำความรู้ทางธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และองค์ความรู้ด้านอื่นๆ โดยใช้แนวทางการเป็นผู้ประกอบการมาประยุกต์ใช้เพื่อดำเนินโครงการปฏิบัติจริงในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพัฒนาคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้นให้กับกลุ่มคนหรือชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือในประเทศไทย อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นด้วยพลังของธุรกิจ

แต่ละปี  องค์กร SIFE ในแต่ละประเทศจะจัดการประกวดผลสำเร็จของโครงการระดับประเทศ เพื่อเป็นเวทีให้นักศึกษาจากทุกมหาวิทยาลัยได้แสดงผลสำเร็จของโครงการที่ดำเนินในชุมชน  ถือเป็นการแข่งขันการทำประโยชน์แก่สังคม และสร้างโอกาสการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำโครงการ ตลอดจนสร้างเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ โดยได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากหลายภาคส่วน 

 

เยอรมันแชมป์โลกพัฒนาชุมชนยั่งยืน

สำหรับปีนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันในฐานะแชมป์ระดับประเทศกับทีมมหาวิทยาลัยชาติสมาชิกกว่า 36 ประเทศ โดยกติการอบแรก จับสลากแบ่งสาย 8 กลุ่ม คัดเอา ที่1, 2,3 แต่ละกลุ่มให้เหลือ 16 ทีม จากนั้นแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คัดเอาที่ 1 ของแต่ละกลุ่มเพื่อเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ   

การจับสลากรอบแรก ไทยอยู่ในกลุ่ม 2 ร่วมกับ โมร็อกโก จีน  เซเนกัล    ส่วนกลุ่ม 1 ได้แก่ แคนาดา เกาหลีใต้ เคนยา เม็กซิโก รัสเซีย    กลุ่ม 3 ได้แก่ ไนจีเรีย ญี่ปุ่น อินเดีย แอฟริกาใต้  โปแลนด์  กลุ่มที่ 4 ได้แก่ กัวเตมาลา ทาจิกิสถาน ตูนีเซีย นิวซีแลนด์  เยอรมัน กลุ่มที่ 5 ได้แก่ กานา สวาซิแลนด์ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา   กลุ่มที่ 6 ได้แก่  ฟิลิปปินส์  คาซัคสถาน มาเลเซีย บราซิล   กลุ่มที่ 7   ได้แก่ ซิมบับเว  เนเธอร์แลนด์ อาร์เซอไบจัน  คีร์กิซสถาน อียิปต์  และกลุ่มที่ 8 ออสเตรเลีย สิงคโปร์ เปอร์โตริโก  สหราชอาณาจักร 

การขับเคี่ยวในรอบแรกเป็นไปด้วยความเข้มข้น แต่ละชาติวางตัวนักศึกษามหาวิทยาลัยขึ้นมาพรีเซนต์โครงการที่ลงพื้นที่ทำกับชุมชน   ขณะที่ ทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำทีมโดย โชติ จินดารัตนชลกิจ นิสิตชั้นปีที่ 3 ภาคการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี(หลักสูตรนานาชาติ) ในฐานะประธาน Chula SIFE 2011และคณะ  นำเสนอโครงการ solid Booster หรือ “น้ำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน” ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนโดยการลดการใช้ปุ๋ยเคมีด้วยน้ำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนอย่างยั่งยืน  และโครงการ Amazing Kohkred (อเมซิ่ง เกาะเกร็ด)  เพื่อสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

 

เยอรมันแชมป์โลกพัฒนาชุมชนยั่งยืน

การแข่งขันรอบแรกของทีมไทยมีความกดดันไม่น้อยเนื่องจากอยู่ร่วมสายกับทีมมหาวิทยาลัยของจีน ดีกรีรองแชมป์โลกปีที่แล้ว ที่ขนกองเชียร์ข้ามประเทศมานับพันคน  แต่ปรากฎการนำเสนอโครงการของไทยได้รับความสนใจจากคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากผู้บริหารระดับสูงและผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาอาชีพต่างๆ พร้อมเทคะแนนให้ผ่านรอบแรกร่วมกับจีน

หลังจากเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ได้มีการจับสลากแบ่งสายใหม่ ปรากฎว่า ไทยอยู่ร่วมกับ อียิปต์แชมป์โลกปีที่แล้ว เคนยา เปอร์โตริโก  ซึ่งการแข่งขันรอบนี้คัดเอาทีมเดียวเท่านั้นผ่านสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย ปรากฎว่า การนำเสนอแผนบริหารจัดการขยะรีไซเคิลของเปอร์โตริโกโดดเด่นกว่าชาติอื่นจึงชนะไป

รอบ 4 ทีมสุดท้าย นอกจากเปอร์โตริโก  ยังมีซิบบับเว กัวเตมาลา  และเยอรมัน โดยทั้งหมดจะต้องนำเสนอโครงการบนเวทีใหญ่แพลนนารี่ ออดิทอเรี่ยม  กัวลาลัมเปอร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์  ท่ามกลางสายตาคณะกรรมการร่วม 400 คนและผู้ชมกว่า 3,000 คน  ผลปรากฎว่า ทีมนักศึกษาจากเยอรมันชนะใจกรรมการคว้าแชมป์โลกปีนี้สำเร็จ

ทีมนักศึกษาจากเยอรมัน นำเสนอโครงการขวดน้ำพลาสติกรีไซเคิล อันเป็นผลจากประชากรที่เพิ่มขึ้นจากการรวมเยอรมันตะวันตกและเยอรมันตะวันออก แต่เมื่อมีการบริหารจัดการรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วอย่างเป็นระบบทำให้ลดปัญหาขยะอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงสร้างงานให้กับคนตกงานมีรายได้เพิ่มขึ้น  พร้อมกันนี้เยอรมันยังได้เสนอโครงการ นำเครื่องคอมพิวเตอร์เก่า มาซ่อมแซมเป็นคอมพิวเตอร์มือสองส่งให้ประเทศเซอเบีย  ซึ่งแก้ปัญหาขยะอิเลคทรอนิคส์และสร้างรายได้ให้ชุมชน  และนำเสนอโครงการผลิตพลังงานโซลาเซลล์ช่วยหมู่บ้านในโรมาเนียที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ 

ย้อนดูสถิติ ชาติใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา อียิปต์ ต่างสัมผัสถ้วยแชมป์โลก ขณะที่ จุฬาลงกรณ์ฯ ตัวแทนประเทศไทย ถือว่าเป็นแชมป์ระดับประเทศ 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2005 และมาได้3 ครั้งติดต่อกันเมื่อปี 2009 ,2010 และ 2011  สำหรับผลงานการแข่งขันชิงแชมป์โลกปีนี้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งสถิติเท่ากับปี 2009 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน   

 

เยอรมันแชมป์โลกพัฒนาชุมชนยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ โชติ ประธาน Chula SIFE 2011 บอกว่า  พวกเขาตั้งเป้าให้ถึง 4 ทีมสุดท้าย  .แต่แม้จะไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ พวกเขาก็ไม่เสียกำลังใจ ตรงกันข้ามมีความสุขที่ได้มาร่วมสัมผัสบรรยากาศยิ่งใหญ่ ที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกมารวมตัวกัน    ที่สำคัญได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้และข้อมูลบนเวทีระดับโลกเพื่อนำกลับไปปรับปรุงโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป และนำมาเสนอต่อ SIFE World  ในการแข่งขันปีหน้าที่วอชิงตันดีซี สหรัฐอเมริกา 

ถ้วยใบใหญ่และเงินรางวัล อาจเป็นแค่ผลพลอยได้การันตีชื่อเสียง  แต่สิ่งสำคัญที่สุด  คือได้เห็นการรวมพลังของเหล่าเยาวชนนักศึกษาร่วมแรงร่วมใจทำงานในลักษณะจิตอาสาเพื่อให้ชุมชนเกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม

“น้องๆที่มาวันนี้ เขาไม่ได้เกรด เขาทำด้วยใจ อยากช่วยเหลือสังคม สิ่งที่พวกเราทำตั้งใจทำเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง ทุกคนได้ความสุขได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน และผมเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนประเทศไทย ” หัวหน้าทีมจุฬาฯ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

โชติ  บอกว่า  โครงการน้ำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ทำให้ชุมชน ได้เปลี่ยนแนวความคิดลดการใช้สารเคมี ทำให้เกิดการรวมกลุ่มในสังคมควบคู่กับการมีรายได้ ส่วนอเมซิ่งเกาะเกร็ดก็ทำให้เกิดกระบวนการรักษาวัฒนธรรม วางแผนบริหารจัดการใหม่ในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับคนในพื้นที่ 

ทั้งนี้ โครงการน้ำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน เป็นโครงการของทาง Chula SIFE ที่เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ต้นปี 2552  ที่ ต.ศรีษะกระบือ จ.นครนายกเป็นแห่งแรก โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรลดอัตราการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรด้วยการหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติที่ได้จากการเลี้ยงไส้เดือนแทน  ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกลดลง ขณะเดียวกันทำให้พืชผลมีคุณภาพมากขึ้น   ซึ่งโครงการนี้สามารถลดขยะอินทรีย์ได้กว่า 4 ตันต่อปี  มีรายได้เพิ่มขึ้น 190 บาทต่อคน   จากความสำเร็จได้ขยายโครงการจนเป็นที่รู้จักทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย อาทิ สุพรรณบุรี นครราชสีมา พิษณุโลก และ ฉะเชิงเทรา

ขณะเดียวกัน กลุ่มโตโยต้าประเทศไทยได้นำแนวคิดดังกล่าวไปใช้ที่โรงงาน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดทำแผนลดขยะอินทรีย์ในโรงอาหารให้กับโรงงานในเครือทั่วประเทศ

 

เยอรมันแชมป์โลกพัฒนาชุมชนยั่งยืน

ส่วนอีกโครงการ Amazing Kohkred (อเมซิ่ง เกาะเกร็ด) เริ่มต้นปี 2554  เป็นการจัดทำแผนที่และคูปองส่วนลด สร้างทูตน้อยวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ที่แน่นอน หล่อเลี้ยงวัฒนธรรมในท้องถิ่น ทำให้เยาวชนภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ทำให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 450 บาท จึงมีกำลังใจรักษาวัฒนธรรมมอญต่อไป ในขณะที่ทูตน้อยวัฒนธรรมมีรายได้เพิ่มขึ้น 100 บาท

สำหรับการประกวด  SIFE ประจำปี 2011 ในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก กลุ่มบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริ บมจ.จัดการและทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัท สปา-ฮากูโฮโด จำกัด และมหาวิทยาลัยมหิดล 
 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว