posttoday
แค่เริ่มจำนำก็เละ

แค่เริ่มจำนำก็เละ

07 ตุลาคม 2554

ทุกฝ่ายเชื่ออยู่แล้วว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล มีช่องให้เกิดการทุจริตในทุกๆ ขั้นตอนของกระบวนการรับจำนำ รวมถึงขั้นตอนการระบายข้าวสต๊อกรัฐออก

ทุกฝ่ายเชื่ออยู่แล้วว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล มีช่องให้เกิดการทุจริตในทุกๆ ขั้นตอนของกระบวนการรับจำนำ รวมถึงขั้นตอนการระบายข้าวสต๊อกรัฐออก

เรียกได้ว่ามีโอกาสเกิดการทุจริตทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลตั้งราคารับจำนำในราคาที่สูงมากเป็นครึ่งเท่าตัวของราคาตลาด เช่น ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท ยิ่งราคาสูงก็ยิ่งยั่วให้เกิดความเสี่ยงในการทำทุจริตจำนวนมาก

เมื่อมารวมกับการมอบนโยบายดำเนินโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2554/2555 ซึ่งเริ่มรับจำนำวันที่ 7 ต.ค.นี้เป็นวันแรก โดยนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. บอกว่า การรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกร ณ จุดรับจำนำที่โรงสี ให้เจ้าหน้าที่ในจุดรับจำนำสามารถใช้ดุลพินิจรับจำนำข้าวเปลือกมากกว่าปริมาณผลผลิตที่กำหนดไว้ในหนังสือรับรองเกษตรกรก็ได้ เพราะหลักการโครงการรับจำนำนี้ คือ การรับจำนำข้าวเปลือกทุกเม็ด

สำหรับหนังสือรับรองเกษตร คือ หนังสือที่เกษตรกรผู้มีสิทธิจำนำต้องใช้เป็นหนังสือที่ยื่นพร้อมกับข้าวเปลือกที่เพาะปลูกเองในปีการผลิต 2554/2555 และเกษตรกรต้องเป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ในการจำนำข้าวเปลือกตามจุดรับจำนำ ซึ่งหลังจากตรวจสอบคุณภาพแล้ว องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. จึงจะออกใบประทวนให้เกษตรกรนำไปจำนำกับ ธ.ก.ส.ต่อไป

แต่รัฐบาลกลับให้นโยบายไปว่า ไม่ว่าหนังสือรับรองเกษตรกรจะระบุปริมาณผลผลิตจำนวนเท่าไหร่ ให้ใช้เป็นเพียงข้อมูลประกอบ ถ้าข้าวนั้นเป็นของเกษตรกรที่ปลูกในฤดูกาลนี้จริง เกษตรกรยืนยันส่วนที่งอกออกมา ไม่ว่าจะมาจากการสวมสิทธิหรือเป็นข้าวของคนอื่น จะเป็นข้าวในประเทศหรือต่างประเทศ ปริมาณอาจสูงหรือต่ำบ้าง ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจได้

หากรัฐบาลให้นโยบายรับจำนำข้าวเช่นนี้ เชื่อแน่ว่าแค่เริ่มรับจำนำก็เริ่มส่งกลิ่นทุจริตแน่

ในเมื่อหลักฐานก็ชัดแล้วว่าเกษตรกรมีที่นาอยู่เท่าไหร่ มีการกู้เงินไปซื้อวัตถุดิบในการผลิตเท่าไหร่ ซึ่งก็น่าจะพอประเมินได้ว่าผลผลิตต่อไร่น่าจะออกมาเท่าไหร่แล้ว รัฐบาลมาให้นโยบายได้อย่างไรว่าให้ใช้ดุลพินิจ อาจจะมีข้าวที่เพิ่ม ข้าวงอกขึ้นมาจากผลผลิต หรืออาจมีการไปนำข้าวมาจากที่อื่นเพื่อสวมสิทธิมาเข้าโครงการรับจำนำ ฟาดไปเต็มๆ ตันละ 1.52 หมื่นบาทบ้าง

จึงขอเตือนรัฐบาลให้ออกกฎเกณฑ์ตรวจสอบให้รัดกุมกว่าแค่ใช้ดุลพินิจอย่างนี้ เพราะเงินที่ใช้รับจำนำคือเงินภาษีรีดจากชาวบ้าน ถ้าเปิดช่องให้ทุจริตกันขนาดนี้ ระวังเจ้าของเงินหรือชาวบ้านจะไม่เปิดโอกาสให้บริหารประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน