
ไร้หวัง 'จีที 200' ชีวิตชายแดงใต้ในความเสี่ยง
...ทีมข่าวในประเทศ
ข้อถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องตรวจระเบิดจีที 200 ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายของผู้ที่มีชีวิตอยู่ในพื้นที่ความรุนแรงอย่างนางไพรวรรณ ทองหนูนุ้ย เจ้าของร้านขายอาหารตามสั่ง หน้าโรงแรมเมอลิน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ชีวิตเธอเฉียดเข้าใกล้ความตายเพราะเครื่องตรวจระเบิดที่ว่านี้
“
ทุกวันนี้ยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี ถ้าโชคไม่ดีคงต้องตายไปแล้ว”ไพรวรรณย้อนเหตุการณ์ระทึกในช่วงบ่ายวันนั้นว่า หลังจากแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหารมาตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่งที่มีผู้ขับมาจอดไว้ที่หน้าร้านขายเครื่องสำอาง
“นพรัตน์” ตรงข้ามโรงแรมเมอลิน แต่ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทหารกลับไม่พบระเบิด ทำให้เธอซึ่งเคยมั่นใจในประสิทธิภาพเครื่องมือชนิดนี้ คิดว่าคงปลอดภัยแล้วจึงกลับมายืนขายอาหารที่ร้าน กระทั่งเวลาคล้อยผ่านไปไม่นาน แรงสะเทือนมหาศาลตามมาด้วยเสียงกัมปนาทราวโลกถล่มทำให้เธอช็อกไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้ก็พบว่าตัวเองถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ“
หลังจากนั้นจึงเลิกเชื่อใจเครื่องมือนี้ ที่ยังขายอาหารอยู่ทุกวันนี้ก็ต้องพึ่งตัวเองคอยสอดส่องระวังไม่ให้ผู้ไม่หวังดีนำระเบิดมาวาง เพราะทุกวันนี้เจ้าหน้าที่เองก็ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยให้ได้ ยิ่งผลการตรวจสอบออกมาแล้วว่าไม่มีประสิทธิภาพจริงๆ ยิ่งต้องระวังหนัก”ไพรวรรณ บอกว่า เข้าใจและสงสารเจ้าหน้าที่ที่ใช้เครื่องมือนี้เพราะต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงตายกับระเบิด แต่ทั้งนี้ก็อยากให้ทางการเข้าใจบ้างว่าชาวบ้านไม่เชื่อใจเครื่องมือนี้อีกแล้ว อยากให้หาวิธีการอื่นๆ ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่เสี่ยงตายอยู่ในพื้นที่
ขณะเดียวกันความรุนแรงในพื้นที่ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ. คนร้ายลอบวางระเบิดชุดลาดตระเวนตชด.ที่ 426 บนถนนในหมู่บ้านคีรีราช ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย
แต่ระหว่างที่พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา นำกำลังไปยังจุดเกิดเหตุ ด้วยรถยนต์ โดยใช้เส้นทางสาย 410 (บันนังสตากรงปินัง) มาถึงบริเวณหมู่ 11 บ้านบูเก๊ะปาโจ ต.ตลิ่งชัน รถจักรยานยนต์ซุกระเบิดซึ่งคนร้ายจอดไว้ข้างทางก็เกิดระเบิดขึ้น ทำให้รถของพ.ต.อ.สมเพียรได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายวางแผนล่อให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แล้ววางระเบิดไว้ข้างทางเพื่อหมายก่อเหตุซ้ำ
ขณะเดียวกันที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ. เกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนภายในเขตอุตสาหกรรม ข้างรั้วเรือนจำกลางปัตตานี หมู่ 8 ต.บานา ทำให้ประชาชนที่กำลังขับขี่ยานพาหนะได้รับบาดเจ็บ 12 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบระเบิดซุกซ่อนอยู่ใกล้กันอีกประมาณ 10 กิโลกรัม จึงตัดสินใจยิงทำลาย
ไม่เพียงมีชีวิตอยู่ในภาวะความเสี่ยง แต่คนชายแดนใต้ดูเหมือนจะไร้หวังกับมาตรการรักษาความปลอดภัย และอาจถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ







